เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 12

คำเตือนจากอดีตเพื่อนร่วมทีม

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่, เรย์?" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องพักส่วนตัวของสโมสร แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงสาดกระทบใบหน้าคมคายของ 'ลีโอ' อดีตโปรเพลเยอร์กัปตันทีมรุ่นพี่ผู้กุมความลับและรอยแผลเป็นในอดีตของเรย์ไว้ทั้งหมด เขายืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย แต่แววตาที่มองตรงมากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ เรย์ไม่ได้ขยับตัวทันที นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มยังคงจับจ้องไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งดับลงสะท้อนเงาของเขาเอง ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาตรีก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในหัว ความตื่นตระหนกที่ฉายชัดในดวงตาของฟินิกซ์เมื่อถูกเขาต้อนจนมุม และความรู้สึกร้อนรุ่มแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกตอนที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัสโดนกรอบหน้าของอีกฝ่าย มันคือปฏิกิริยาที่เรย์ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง... และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด "ฉันไม่ได้ทำอะไร" เรย์ตอบเสียงเรียบ นํ้าเสียงเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ตามแบบฉบับของ 'น้ำแข็งเรียกพี่' แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนกลับทรยศความนิ่งงันนั้นอย่างสิ้นเชิง ลีโอหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่ารำคาญในความรู้สึกของเรย์ "ไม่ได้ทำ? นายกล้าพูดคำนี้ออกมาได้ยังไงวะ เรย์ สองเดือนก่อน นายยังเป็นไอ้เครื่องจักรสังหารไร้หัวใจที่ไต่อันดับแรงค์แบบไม่มองหน้าใคร แต่วันนี้... นายกำลังนั่งหัวหัวเสียอยู่กับสตรีมเมอร์ปากเสียคนหนึ่ง แค่เพราะไอ้เด็กนั่นโดนแอนตี้แฟนรุมถล่มในแชทเนี่ยนะ?" เรย์หันขวับกลับมามองรุ่นพี่ สายตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่ถูกลูบคมถูกส่งออกไปทันที "ระวังปากหน่อย, ลีโอ" "ทำไม? กลัวความจริงหรือไง" ลีโอเดินเข้ามาใกล้ ก้าวเท้าอย่างมั่นคงจนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเรย์ เข้มงวดและกดดัน "นายเปลี่ยนไป เรย์... ทุกคนในวงการเขากล่าวขานกันหมดว่าเซียนเกมเมอร์หน้าตายอย่าง 'เรย์เดน' เริ่มมีจุดอ่อน และจุดอ่อนที่ว่านั่นกำลังเดินลอยชายอยู่ทั่วตึกนี้ในฐานะคู่หูจัดปาร์ตี้ของนาย" "ฉันไม่มีจุดอ่อน" เรย์เน้นย้ำทีละคำ แววตาแข็งกร้าวขึ้น "ฟินิกซ์ก็แค่เครื่องมือในการทำคอนเทนต์ร่วมกันตามสัญญาของบริษัท นายก็รู้ว่าเราต้องสร้างกระแสเพื่อดึงเรตติ้ง" "งั้นเหรอ?" ลีโอเลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างท้าทาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับคำพูดที่แทงใจดำที่สุด "แล้วไอ้สายตาที่นายมองมันตอนอยู่ในห้องแต่งตัวเมื่อคืนล่ะ? สายตาแบบนั้น... มันไม่ใช่สายตาที่คนเขาใช้มอง 'เครื่องมือ' หรอกนะ เรย์ นายกำลังแคร์มัน นายกำลังเอาความรู้สึกของตัวเองไปผูกไว้กับไอ้ตัวป่วนนั่น และถ้าศัตรูของเรา... หรือพวกเบื้องบนรู้เรื่องนี้เข้า นายรู้ใช่ไหมว่าฟินิกซ์จะกลายเป็นเป้ากระสุนรายแรก?" คำพูดของลีโอดั่งน้ำแข็งราดลงบนหัวใจที่กำลังร้อนรุ่ม เรย์ชะงักไปชั่วขณะ ความจริงที่ถูกกระชากออกมาตรงหน้าทำให้เขาพูดไม่ออก ในโลกของเกมการแข่งขันที่เดิมพันด้วยชื่อเสียงและเม็ดเงิน ความอ่อนแอคือบาปมหันต์ และความรู้สึกที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมทีมก็คือความเสี่ยงที่เขาไม่เคยคิดจะอนุญาตให้มันเกิดขึ้น แต่ภาพรอยยิ้มกวนประสาทแต่จริงใจของฟินิกซ์ แววตาที่มักจะส่องประกายท้าทายทุกครั้งเวลาเถียงชนะเขา และเสียงหัวเราะใสๆ ที่ดังลอดออกมาจากไมโครโฟนเวลากลุ่มสตรีมเล่นมุกตลก... ภาพเหล่านั้นกลับฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของเขาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว "ฉันรู้ว่าต้องทำอะไร" เรย์กดเสียงต่ำลง ข่มความรู้สึกปั่นป่วนในอกให้จมดิ่งลงไปใต้ก้นบึ้งของความเย็นชาอีกครั้ง "นายไม่ต้องมาเตือนฉันเรื่องนี้หรอก ลีโอ" "หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น..." ลีโอตบไหล่รุ่นน้องหนักๆ สองครั้ง แววตาอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงความจริงจัง "เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คนที่จะเจ็บที่สุด... อาจจะไม่ใช่แค่นาย แต่จะเป็นไอ้เด็กฟินิกซ์นั่นต่างหาก" พูดจบ ลีโอก็หันหลังเดินกลับออกไป ปล่อยให้เรย์จมอยู่กับความเงียบงันและความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิงในหัวอีกครั้ง เรย์หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลังเลชั่วขณะถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเขาเองและไอ้สตรีมเมอร์จอมกวนคนนั้น บางที... เขาอาจจะต้องรักษาระยะห่างให้มากกว่านี้ เลิกต่อปากต่อคำ เลิกสนใจเวลาที่อีกฝ่ายทำตัวน่าหมั่นไส้ และทำหน้าที่แค่เล่นเกมให้จบๆ ไปตามสคริปต์ ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สรกระชากความคิดของเรย์ให้หลุดออกจากภวังค์ ก่อนที่บานประตูด้านหน้าจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างโปร่งของฟินิกซ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ที่มุมปาก เส้นผมสีสว่างยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการใส่หมวกฮู้ด มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราว เจ้าตัวกวาดสายตามองมาที่เรย์ด้วยแววตาซุกซนเหมือนแมวป่าที่เพิ่งไปก่อเรื่องซนมา "นี่... น้ำแข็งเรียกพี่" ฟินิกซ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาวเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเรย์อย่างถือวิสาสะ "นั่งทำหน้าเครียดเป็นหุ่นยนต์ตกรุ่นอะไรอยู่ตรงนี้วะเนี่ย? ชวนไปหาอะไรกินข้างล่างก็ไม่ยอมลงไป ปล่อยให้ฉันต้องทนกินข้าวคนเดียวกับพวกโปรทีมอื่นที่เอาแต่จ้องหน้าเหมือนฉันไปกินหัวคิวพวกมันมา" เรย์เงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้าม นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายแววเย็นชาขึ้นมาโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตามที่เพิ่งตัดสินใจไปเมื่อครู่ เขาจ้องมองใบหน้าใสที่กำลังส่งยิ้มทะเล้นมาให้โดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาสักคำ บรรยากาศรอบตัวเริ่มคุกรุ่นด้วยความเงียบที่กดดันจนน่าอึดอัด ฟินิกซ์หุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความฉงน "เฮ้... เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย? หรือว่าเมนส์ไม่มา? มองด้วยสายตาแบบนี้หมายความว่าไง อยากมีเรื่องรอบดึกเหรอ?" เรย์ยังคงนิ่งเงียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งและแผ่รังสีความกดดันออกมาอย่างชัดเจน ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับฟินิกซ์ลดลงเหลือเพียงแค่เอื้อมมือ "ฟินิกซ์..." เรย์เอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มและจริงจังกว่าทุกครั้ง ประโยคที่ลีโอเพิ่งเตือนดังสะท้อนอยู่ในหัว "นับจากนี้... ลดการเข้าหาฉันลงซะ" ฟินิกซ์ชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจและไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน "นาย... ว่าไงนะ?" "ฉันบอกว่า..." เรย์ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สบตากับดวงตาคู่นั้นนิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยล้อเล่นใดๆ มีเพียงความเย็นชาจอมปลอมที่เขากำลังฝืนสร้างขึ้นมาเพื่อผลักไสอีกฝ่ายออกไป "เลิกมายุ่งวุ่นวายกับฉัน เลิกส่งข้อความไร้สาระมาตอนดึกๆ และเลิกทำตัวเหมือนเราสนิทกันเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมทีมจำเป็น' สักที" คำพูดนั้นเฉียบคมราดรดลงบนความรู้สึกของฟินิกซ์ราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาของสตรีมเมอร์หนุ่มไหววับชั่วขณะ ความรู้สึกเจแปลบแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่มันถูกแทนที่ด้วยความทิฐิและอีโก้ที่สูงลิ่วทันที ฟินิกซ์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งที่ขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล "อ๋อ..." ฟินิกซ์พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มเยาะหยันถูกยกขึ้นมาประดับบนใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวข้างใน "ที่แท้โปรเพลเยอร์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างนาย ก็แค่อึดอัดที่มีคนมารบกวนเวลาอันมีค่าสินะ? ได้... ถ้านายต้องการแบบนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะหายไปจากชีวิตนายให้ไกลเลย เรย์" พูดจบ ฟินิกซ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธและตัดพ้อในเวลาเดียวกัน เขาก้าวเท้าเดินผ่านหน้าเรย์มุ่งตรงไปยังประตูห้องทันทีด้วยฝีเท้าที่รวดเร็ว เรย์ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อเห็นแผ่นหลังบางนั้นกำลังเดินห่างออกไป ความตั้งใจที่จะผลักไสอีกฝ่ายให้พ้นทางอันตรายสำเร็จผลแล้ว แต่วินาทีที่เสียงประตูกำลังจะปิดลง ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงที่กัดกินขั้วหัวใจกลับทำให้เขาทนไม่ไหว ในเสี้ยววินาทีแห่งสัญชาตญาณที่เหนือกว่าเหตุผลใดๆ เรย์พุ่งตัวไปคว้าข้อมือของฟินิกซ์ไว้แน่นกระชากกลับเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาเต็มรัก! แก้วกาแฟในมือของฟินิกซ์หลุดร่วงตกลงกระแทกพื้นพรมเสียงดังสนั่น น้ำกาแฟกระเซ็นเปรอะเปื้อนขอบพรม แต่ไม่มีใครสนใจมันอีกต่อไป ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ฟินิกซ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันกลับมามองใบหน้าของคนที่ฉุดรั้งเขาไว้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความโกรธขึง "ปล่อยนะเว้ย! ไหนว่าอยากให้ฉัน..." "อย่าไป..." เสียงทุ้มต่ำของเรย์หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและความคลั่งรักที่ปิดไม่มิดอีกต่อไป ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวขณะจ้องมองริมฝีปากเม้มแน่นของคนในอ้อมแขน "อย่าพูดว่าจะไปจากฉัน... ฟินิกซ์" ------------------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและความหน่วงในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%