“ถ้าขืนนายวิ่งนำเดี่ยวออกไปอีกก้าวเดียว ฉันจะกดเตะนายออกจากปาร์ตี้แล้วปล่อยให้โดนรุมยำตายคาแมพซะ ฟินิกซ์”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไมโครโฟนไร้สายนั้นไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดที่ถูกอาบด้วยน้ำแข็ง แต่นั่นแหละคือเอกลักษณ์ของเรย์—โปรเพลเยอร์หนุ่มผู้ไม่เคยรู้จักคำว่าปรานีใคร แม้กระทั่งกับสตรีมเมอร์ชื่อดังที่กำลังนั่งหายใจหอบโยนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องพักอีกฟากหนึ่ง
ฟินิกซ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสีใสฉายแววท้าทาย เขากลอกตาใส่หน้าจอที่แสดงสถานะตัวละครของตนเองซึ่งเหลือเลือดเพียงน้อยนิดจากการบุกตะลุยเดี่ยวเมื่อครู่
“โอ้โห ท่านเรย์คนเก่ง พูดซะน่ากลัวเชียวครับ” ฟินิกซ์ลากเสียงกวนประสาทใส่ไมค์ พลางนิ้วเรียvก็กดรัวคีย์บอร์ดเพื่อสั่งให้ตัวละครสายซัพพอร์ตของตนเองหลบเข้าที่กำบัง “ถ้าตะกี้ผมไม่ล่อความสนใจของบอสใหญ่ฝั่งนั้นไว้ ป่านนี้ทีมเราโดนกวาดเรียบยกตี้ไปแล้วต่างหาก เลิกปากแข็งแล้วขอบคุณผมสักคำมันจะตายตรงไหนฮะ”
“คนอย่างฉันไม่มีวันขอบคุณคนที่เล่นนอกแผนหรอกนะ” เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด “เกมนี้ไม่ใช่สตรีมเรียกยอดโดเนทเล่น ๆ ของนายนะฟินิกซ์ นี่คือทัวร์นาเมนต์รอบคัดเลือก ถ้าเราแพ้ตานี้…”
“ก็แค่ชนะตากadไปสิครับ โธ่เอ๊ย!” ฟินิกซ์ตัดบทด้วยน้ำเสียงทะเล้นแต่แฝงไว้ด้วยความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใน “เชื่อมือผมบ้างน่า เรย์ นายเก่งเรื่องคำนวณและวางแผนก็จริง แต่เรื่องอ่านเกมหน้างานแบบพลิกแพลงน่ะ มันต้องยกให้คนหล่อๆ อย่างผมต่างหากเล่า!”
บรรยากาศในห้องซ้อมของทั้งสองคนเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่สパークชนกันเปรี๊ยะปร่าง แม้จะอยู่คนละสถานที่ แต่เคมีที่ปะทะกันผ่านระบบเสียงในเกมกลับร้อนระอุและดึงดูดสายตาของผู้ชมทางบ้านนับแสนคนที่กำลังเกาะติดหน้าจอไลฟ์สดจนแชทแทบแตก
จุดสิ้นสุดของความสงบสุขเมื่อสัปดาห์ก่อนได้นำพาพวกเขาก้าวเข้าสู่สนามแข่งจริงที่ไร้ซึ่งความปรานี แมตช์แรกของทีม ‘Frost & Flame’ ที่เกิดจากการรวมตัวกันอย่างไร้เหตุผลระหว่างเซียนเกมเมอร์หน้าตายกับสตรีมเมอร์สายป่วนกำลังดำเนินมาถึงวินาทีตัดสิน
“ศัตรูเกิดใหม่ที่จุดซุ่มยิงมุมขวา 2 คน” เสียงของเรย์กลับมานิ่งสนิทและจริงจังในโหมดการแข่งขัน ทักษะการวิเคราะห์ขั้นเทพทำงานอย่างรวดเร็ว “ฟินิกซ์ นายสקิลบัฟโล่ให้ฉัน แล้วเตรียมโยนระเบิดควันตัดการมองเห็นตรงทางเดินแคบ ฉันจะเข้าไปปิดเกมเอง”
“รับทราบครับผม ท่านหัวหน้าทีมจอมเผด็จการ” ฟินิกซ์รับคำด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แม้ปากจะกวนประสาทแต่ปลายนิ้วกลับรัวคีย์บอร์ดและคลิกเมาส์อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ความเข้าขาที่ทั้งคู่พยายามปฏิเสธมาตลอดกลับแสดงออกมาอย่างชัดเจนผ่านจังหวะการกดใช้สกิลที่ประสานกันอย่างลงตัวราวกับซ้อมมาเป็นร้อยรอบ
ปัง! ฟรึบ!
ควันสีขาวพวยพุ่งบังทัศนียภาพฝั่งตรงข้าม ชั่วพริบตานั้น ร่างของตัวละครสายโจมตีระยะประชิดของเรย์ก็พุ่งทะยานผ่านม่านควันเข้าไปราวกับเงาสีดำ ท่วงท่าการโจมตีรวดเร็ว ดุดัน และไร้ความปรานี ดาบแสงในมือฟาดฟันใส่ศัตรูทั้งสองคนจนเกจพลังชีวิตลดฮวบลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ทว่า ฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่ไก่อ่อน พวกเขาตั้งรับและสวนกลับด้วยคอมโบชุดใหญ่ในเสี้ยววินาทีที่เรย์เผลอเปิดช่องว่างจากการพุ่งตัวเกินไป
“เรย์ ระวังข้างซ้าย!” ฟินิกซ์ร้องเตือนเสียงหลง เมื่อเห็นตัวละครของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอีกคนกำลังเงื้ออาวุธเตรียมโจมตีใส่จุดบอดของเรย์
เรย์เบิกตากว้างเล็กน้อย เขารู้ตัวว่าหลบไม่พ้นแน่ในจังหวะอนิเมชั่นคูลดาวน์สกิลนี้ แต่ทว่า—
ปั้ง!
กระสุนแสงนัดสุดท้ายจากปืนสไนเปอร์ของฟินิกซ์พุ่งแหวกอากาศเข้าสกัดกั้นการโจมตีของศัตรูได้อย่างเฉียดฉิว แรงกระแทกทำให้เป้าหมายเสียหลักล้มลง เปิดโอกาสให้เรย์ตวัดดาบเฮือกสุดท้ายเผด็จศึกได้อย่างงดงาม
หน้าจอคอมพิวเตอร์ของทั้งสองเครื่องปรากฏคำว่า **‘VICTORY’** ตัวโตสีทองอร่าม พร้อมกับเสียงเฮลั่นจากช่องคอมเมนต์ของผู้ชมที่ทะลักเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ห้องซ้อมของเรย์ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกเบาๆ ของเจ้าตัวที่ยังคงจ้องมองหน้าจอด้วยแววตาซับซ้อน เขานั่งพิงพนักเก้าอี้เกมมิ่งอย่างหมดแรงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากผ่านไมค์ด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ
“...นาย…ทำได้ไม่เลว”
ทางฝั่งของฟินิกซ์ที่กำลังทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้าเช่นกัน หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินคำชมที่หายากยิ่งกว่างạcมีเขาจากปากของโปรเพลเยอร์หนุ่ม
“หูย ได้ยินคำชมจากปากคนปากแข็งอย่างเรย์นี่มันอายุยืนขึ้นอีกสิบปีเลยนะเนี่ย” ฟินิกซ์หยิบหูฟังมาถือไว้ใกล้ปาก แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน “แบบนี้ต้องมีรางวัลปลอบใจที่ใช้งานผมหนักหน่วงเกินเงินเดือนแล้วมั้งครับหัวหน้า”
“รางวัลอะไรของนายอีก ฟินิกซ์ อย่ามาทำเป็นได้ใจนะ เราเพิ่งชนะแค่แมตช์แรก ยังมีรอบชิง…”
เรย์ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกปลอมก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ หน้าจอหลักของเกมไม่ได้ตัดเข้าสู่ล็อบบี้ปกติ แต่มันกลับรีFRESHตัวเองใหม่อย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าต่างป๊อปอัปสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพของทั้งเรย์และฟินิกซ์พร้อมๆ กัน
ข้อความสั้นๆ บนจอไม่มีการต้อนรับ ไม่มีโลโก้ทัวร์นาเมนต์ มีเพียงประโยคภาษาอังกฤษตัวหนาที่เขียนไว้ว่า:
*‘Welcome to the real game. Player 00 has accepted your challenge.’*
ดวงตาคมกริบของเรย์หรี่แคบลงทันที ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุดเมื่อเขาเห็นชื่อไอดีของผู้ท้าชิงปริศนาที่ปรากฏขึ้นด้านล่างข้อความนั้น มันคือไอดีที่ควรจะถูกลบหายไปจากระบบตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสามปีก่อน… ไอดีของคนที่เรย์คิดว่าไม่มีวันได้พบเจออีกแล้วในชีวิตนี้
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างหนักหน่วงสามครั้งติดต่อกันที่หน้าห้องซ้อมของเรย์ ตามด้วยเสียงบานประตูที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาในความสลัวของห้อง โดยมีแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่กำลังแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ… น้องชาย”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับแมตช์แรกอันดุเดือดนี้ด้วยกันนะครับ!
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 6
แมตช์แรกของทีม
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!