เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 7

ความซึนของคนปากแข็ง

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงครางฮือในลำคอของคนที่นอนซมอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงกลางห้องสตรีมมิ่ง ไม่ได้ทำให้เจ้าของฉายา 'น้ำแข็งเรียกพี่' อย่างเรย์รู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย—อย่างน้อยก็ภายนอกล่ะนะ หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างวาบด้วยสถิติเกมที่ถูกพับจอลง แต่ความสนใจของโปรเพลเยอร์หนุ่มไม่ได้อยู่ที่การไต่อันดับแต่อย่างใด สายตาดุคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังมองร่างโปร่งที่ปกติมักจะส่งเสียงเจื้อยแจ้วกวนประสาทเขาผ่านหน้าจอ ทว่าตอนนี้กลับนอนขดตัวสั่นเทา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดหมอนอิงจนแก้มเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยพิษไข้ "ไอบ้าเอ๊ย... ตัวร้อนเป็นไฟแต่ปากยังจะมาเพ้อเรื่องชาบูหม่าล่าอยู่นั่นแหละ" เรย์พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โซฟาด้วยความหงุดหงิดที่อัดแน่นเต็มอก หงุดหงิดที่อีกฝ่ายไม่รู้จักดูแลตัวเอง หงุดหงิดที่ต้องมาเห็นคนปากดีนอนหมดสภาพแบบนี้ และที่สำคัญที่สุด... หงุดหงิดหัวใจตัวเองที่มันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่ได้ยินเสียงครางแผ่วๆ ของอีกฝ่าย ฟินิกซ์ปรือตาขึ้นช้าๆ แพขนตายาวชุ่มเหงื่อกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัส เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของเรย์ลอยเด่นอยู่เหนือหัว เจ้าตัวก็แค่น้ำเสียงแหบแห้งหัวเราะเยาะในลำคอทันที "มอง... มองอยู่ได้ หน้าฉันมีซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แปะอยู่รึไง... ถ้าจะมาซ้ำเติม... แค่กๆ... เชิญไสหัวกลับห้องนายไปเลยไป เรย์" ฟินิกซ์พยายามเค้นเสียงพูดอย่างอวดดี แม้ว่าเสียงมันจะแหบแห้งจนแทบไม่มีแรงเหลืออยู่แล้วก็ตาม ดวงตาสอบคมช้อนขึ้นมองค้อนอย่างดื้อรั้น "ฉันไม่ได้... อ่อนแอขนาดนั้น..." "หุบปากไปเลยฟินิกซ์ นายกำลังจะตายหูหนวกเพราะไข้ขึ้นอยู่แล้วยังจะมีแรงมาอวดเก่ง" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้อารมณ์ "นอนนิ่งๆ ไปซะ อย่าแม้แต่จะขยับตัวลุกขึ้นมาเชียว" พูดจบทรงผมสีเข้มก็หันหลังเดินหายเข้าไปในครัวของห้องสตูดิโอ ทิ้งให้ฟินิกซ์มองตามด้วยความหงุดหงิดแกมงงงวย ร่างโปร่งกัดฟันพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟาอย่างยากลำบาก ลมหายใจร้อนจัดพ่นออกมาทางปาก ความรู้สึกเวียนหัวทำให้โลกเอียงวับไปชั่วขณะ แต่ทิฐิที่มีมันค้ำคอจนไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้คนเย็นชาอย่างเรย์เห็น ไม่นานนัก กลิ่นหอมฉุยของข้าวต้มปลาและขิงสดก็ลอยฟุ้งทะลุผ่านประตูห้องครัวออกมา เรย์เดินกลับมาพร้อมถ้วยกระเบื้องสีขาวในมือ ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึงราวกับโลกใบนี้ติดหนี้เขาสิบล้าน เรย์วางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าแรงกว่าปกตินิดหน่อย จนน้ำซุปกระฉอกเล็กน้อย ก่อนจะมองหน้าคนป่วยที่ส่งสายตากวนประสาทกลับมาแม้หน้าจะซีดเผือด "กินซะ" เรย์สั่งสั้นๆ ฟินิกซ์เหลือบมองถ้วยข้าวต้มสลับกับใบหน้าของคนสั่ง มุมปากแห้งแตกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่ต่อให้ไข้ขึ้นสูงแค่ไหนก็ไม่มีวันหายไป "อุ๊ย ตายแล้ว... คุณโปรเพลเยอร์ผู้เย็นชาและเกลียดฉันเข้าไส้คนนี้ ทำข้าวต้มมาให้เนี่ยนะ?" ฟินิกซ์จงใจลากเสียงยาว ยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะหยิบช้อน "หรือว่าแอบใส่ยาพิษกะจะกำจัดคู่แข่งในวงการสตรีมเมอร์กันแน่ล่ะเนี่ย เรย์คุง~" "ถ้าไม่อยากกินก็เททิ้งถังขยะไป!" เรย์สวนกลับเสียงดังทันที ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความฉุนเฉียว มือหนาคว้าถ้วยข้าวต้มถอยหนีออกห่างจากมือซูบผอมนั่นทันควัน "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คนปากมากอย่างนายกินหรอกนะ! พอดีว่าสั่งเดลิเวอรี่มาเกินแล้วมันเหลือ... เออ เหลือทิ้ง! ฉันแค่ขี้เกียจเอาไปเทลงถังขยะตอนนี้ก็เท่านั้นแหละ!" "อ๋อ... เหลือทิ้ง?" ฟินิกซ์ทวนคำเสียงสูง แววตาส่อแววรู้ทันอย่างชัดเจน ร่างโปร่งขยับตัวเข้าไปใกล้เรย์มากขึ้นจนไหล่แทบจะชิดกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของคนป่วยผสมกับความดื้อรั้นลอยเข้ามาชิดจมูก "เหลือทิ้งภาษาอะไรใส่กุ้งมาให้ตั้งสามตัวแถมยังแยกขิงสดเพราะรู้ว่าฉันไม่ชอบกินขิงอีกต่างหาก... พ่อคนปากแข็ง ปากบอกว่าเหลือทิ้ง แต่หน้าตากับการกระทำนี่เป็นห่วงฉันจนมือสั่นเลยไม่ใช่รึไงหึ?" คำพูดแทงใจดำทำเอาเรย์ชะงักกึก สันกรามขบเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เริ่มมีริ้วความแดงจางๆ ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูอย่างปิดไม่มิด "เพ้อเจ้อ! ใครเป็นห่วงนาย ทัศนคติเพี้ยนเพราะไข้ขึ้นรึไงฟินิกซ์ ถอยไปไกลๆ เลยนะ รำคาญ!" เรย์ผลักไหล่บางเบาๆ เป็นเชิงไล่ แต่แรงนั้นเบาหวิวเสียจนแทบจะเรียกว่าเป็นการสัมผัสเสียมากกว่า "ถ้านายบอกว่าไม่ได้เป็นห่วง งั้นก็พิสูจน์สิ" ฟินิกซ์ไม่ถอยแถมยังรุกคืบ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนริมฝีปากแห้งผาก "ป้อนหน่อยสิ... มือฉันไม่มีแรงแม้แต่จะถือช้อนแล้วเนี่ย ถ้าโปรเพลเยอร์มือทองใจดำปล่อยให้ฉันอดตายคาโซฟา นายอาจจะโดนคดีฆาตกรรมโดยไม่รู้ตัวนะเรย์" "นายมัน...!" เรย์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน สติสัมปชัญญะเตือนว่าควรจะวางถ้วยแล้วสะบัดก้นเดินหนีออกไปจากตรงนี้ซะ แต่สายตาที่ดื้อรั้นและเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังลึกๆ ในดวงตาคู่นั้นกลับตรึงขาของเขาไว้กับที่อย่างน่าประหลาด ความเงียบโรยตัวปกคลุมห้องสตรีมเมอร์ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจของกันและกันที่ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เรย์ขบกรามแน่นเป็นครั้งสุดท้าย ยอมพ่ายแพ้ให้กับความดื้อด้านของอีกฝ่ายอย่างราบคาบ เขาตักข้าวต้มคำหนึ่งขึ้นมา เป่าเบาๆ ด้วยริมฝีปากหยักก่อนจะยื่นไปจ่อตรงหน้าฟินิกซ์ด้วยสีหน้าหงุดหงิดระคนจำยอม "อ้าปาก... แล้วกินเข้าไปเงียบๆ เลยนะฟินิกซ์ ถ้าบ่นอีกคำเดียวฉันจะเททิ้งต่อหน้าจริงๆ ด้วย" ฟินิกซ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาพราวระยับมองหน้าคนปากแข็งที่กำลังทำหน้าเหมือนอมยาขม ก่อนจะอ้าปากรับข้าวต้มคำนั้นเข้าไป รสชาติกลมกล่อมและความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก แต่สิ่งที่อุ่นยิ่งกว่ากลับเป็นสายตาของคนที่ถือช้อนอยู่ตรงหน้า บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเริ่มเปลี่ยนไป ความดุเดือดและคารมเชือดเฉือนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำเกินกว่าจะห้ามใจ เรย์ตักคำที่สองขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ร่างโปร่งโดยไม่รู้ตัว สายตาคมกริบจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังเคี้ยวข้าวต้มอย่างเพลิดเพลินโดยมีคราบซุปเปรอะอยู่ที่มุมปากเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว นิ้วเรียวยาวของโปรเพลเยอร์มือทองเผลอยื่นออกไปโดยอัตโนมัติ ปลายใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่มุมปากของฟินิกซ์เพื่อเช็ดคราบนั้นออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนุ่มละมุนจากผิวแก้มและเรียวปากทำเอาเรย์สะดุ้งเล็กน้อยราวกับโดนไฟช็อต ฟินิกซ์ชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของเรย์โน้มเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างลมหายใจเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ปลายจมูกแทบจะชนกันในความเงียบงันของห้อง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างลึกซึ้ง ความซึนเดชาและความปากแข็งทั้งหมดพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่รุ่มร้อนและชัดเจนยิ่งกว่าพิษไข้ เรย์มองริมฝีปากที่มักจะต่อปากต่อคำกับเขาเก่งนักหนา ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับนัยน์ตาคู่สวยที่ตอนนี้กำลังไหวระริก "นาย... นี่มันน่ารำคาญชะมัด..." เรย์กระซิบเสียงพร่า แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความเย็นชามานาน ฟินิกซ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าที่เคยซีดเซียวตอนนี้กลับขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ไม่ใช่เพราะพิษไข้ "ถ้า... ถ้ารำคาญนัก... ทำไมไม่จูบปิดปากฉันซะเลยล่ะ..." ฟินิกซ์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ท้าทายแต่ทว่าแฝงไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะแผดเผาทั้งคู่ให้มอดไหม้ เรย์นัยน์ตาดาร์กวับขึ้นทันที ความยับยั้งชั่งใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขาดผึ่งลงในวินาทีนั้นเอง ชายหนุ่มละมือจากถ้วยข้าวต้ม ประคองท้ายทอยของคนป่วยให้เงยรับสัมผัส และโน้มใบหน้าลงไปหาอย่างไม่ลังเล— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นไปของโลกทั้งใบ พร้อมกับเสียงโวยวายคุ้นเคยที่ตะโกนทะลุเข้ามาจากด้านนอก "เฮ้ย! ฟินิกซ์! ไอ้น้องรัก ประตูไม่ได้ล็อกนะเว้ย ฉันซื้อชานมไข่มุกมาฝาก... อุ๊ย ขอโทษ! ขัดจังหวะอะไรกันรึเปล่าวะเนี่ย!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความซึน (ที่เริ่มจะไม่เนียน) ของคุณเรย์และเจ้าตัวแสบฟินิกซ์กันมาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นต่อในตอนหน้ากันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%