แก้วคริスタルทรงสูงในมือของเรย์แทบจะแหลกคามือ เมื่อดวงตาดุจนักล่าของโปรเพลเยอร์หนุ่มกวาดตามองไปยังชายชุดสูทสีเทาเข้มที่เพิ่งเดินเข้ามาประชิดตัวฟินิกซ์ รอยยิ้มพราวเสน่ห์แบบนักธุรกิจหน้าเนื้อใจเสือคนนั้นกำลังส่งผลให้บรรยากาศรอบตัวของเรย์ลดอุณหภูมิดิ่งลงจนติดลบ
"ไม่คิดเลยนะครับว่าสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่างคุณฟินิกซ์ จะมาร่วมงานเลี้ยงกาล่าระดับนี้คนเดียว... สนใจไปนั่งคุยกันต่อที่โซนวีไอพีด้านในไหมครับ ผมมีเรื่องอยากปรึกษาเกี่ยวกับโปรเจกต์เกมใหม่พอดี"
เสียงทุ้มต่ำของคริสตึงเครียดขึ้นในความรู้สึกของใครหลายคน แต่สำหรับเรย์ มันคือเสียงของแมลงวันที่น่ารำคาญซึ่งกำลังบินวนอยู่ใกล้ของหวง
ฟินิกซ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นที่มุมปากทันทีตามสไตล์คนไม่เคยกลัวใคร ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยความท้าทาย แม้เขาจะรู้ดีว่าเบื้องหลังแผ่นหลังของตนมีรังสีอำมหิตพุ่งออกมาเป็นระลอกคลื่นแล้วก็ตาม
"อุ๊ย ตายจริงครับคุณคริส ชวนออกตัวแรงแบบนี้ แฟนคลับผมคงหึงแย่... อ้อ ที่สำคัญ ผมไม่ได้มาคนเดียวนะครับ" ฟินิกซ์จงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน ก่อนจะปรายตามองไปยังร่างสูงที่ยืนหน้าตึงเป็นตอไม้ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว "โน่นครับ... 'ผู้ปกครอง' ของผมยืนหน้ายักษ์รอทวงหนี้อยู่ตรงนั้นแล้วครับ"
คำว่า 'ผู้ปกครอง' พุ่งตรงเข้ากระแทกโสตประสาทของเรย์อย่างจัง สันจรามของโปรเพลเยอร์หนุ่มขยับกรามบดเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความหงุดหงิดระคนความหมั่นไส้ตีรวนขึ้นมาในอกจนน่ารำคาญ ทำไมเจ้าตัวแสบนี่ถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย รู้อยู่เต็มอกว่าไอ้เวรนี่มันคิดไม่ซื่อ ยังจะมีแก่ใจไปต่อปากต่อคำด้วยอีก
เรย์ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนทันทีอย่างไร้ซึ่งมารยาททางสังคม ไหล่กว้างกระแทกเข้ากับหัวไหล่ของคริสตราบเท่าที่จำเป็น รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาราวกับพายุหิมะกลางฤดูร้อน สายตาคมกริบกวาดมองคริสหัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ถ้าสายตามันสั้นจนมองไม่เห็นหัวคนอื่น ก็ควรไปตัดแว่นใหม่นะครับคุณคริส" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่น่ากลัว ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ "และถ้าสมองยังพอมีรอยหยักอยู่บ้าง ก็คงจะรู้ว่าควรเดินออกไปให้พ้นรัศมีสายตาของผมก่อนที่ผมจะหมดความอดทน"
คริสหน้าเสียไปชั่วขณะ รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อคนอื่นๆ ในงาน แต่เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุร้ายไร้ความปรานีของเรย์ เขาจึงทำได้แค่แค่นسหัวเราะในลำคอแล้วถอยฉากออกไปอย่างเสียไม่ได้
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ จากมุมห้อง ฟินิกซ์หันมามองหน้าคนที่เพิ่งเข้ามา 'เคลียร์พื้นที่' ให้ด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ดวงตาคู่นั้นระยิบระยับราวกับแมวที่เพิ่งแกล้งเจ้าของสำเร็จ
"แหม... ดุเป็นหมาหวงก้างเลยนะครับโปรเรย์ กลัวผมโดนคาบไปกินหรือไงครับถึงต้องรีบพุ่งตัวมาขนาดนี้" ฟินิกซ์เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวลอยเข้าจมูก
เรย์หันขวับมามองคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงลอยหน้าลอยตาพูดจายียวน ความหึงหวงที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสนิทกำลังจะระเบิดออกมาเป็นคำพูดเชือดเฉือน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของฟินิกซ์อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว ก่อนจะออกแรงดึงรั้งให้เดินเลี่ยงออกจากกลุ่มคนพลุกพล่านไปยังมุมอับสายตาหลังเสาต้นใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงทันที
"โอ๊ะ! เบาๆ สิครับ มือไม้เป็นเหล็กรึไงเนี่ย เจ็บนะ!" ฟินิกซ์ร้องประท้วงเบาๆ แต่ไม่ได้สะบัดหนี ยอมปล่อยให้คนตัวโตกว่าลากจูงมาตามแรงอย่างจำยอม เพราะรู้ดีว่าถ้าขืนดื้อตอนนี้ มีหวังได้เคลียร์กันยาวกลางงานแน่
เมื่อหลุดพ้นจากสายตาผู้คน เรย์ก็ดันแผ่นหลังบางของฟินิกซ์ชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ มือข้างหนึ่งยันกำแพงกักขังพื้นที่ไว้ ขณะที่อีกข้างยังคงตรึงข้อมือของอีกฝ่ายไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าเนียนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ปากเก่งนักนะฟินิกซ์" เรย์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านจนน่ากลัว "ชอบนักรึไงกับการไปอ่อยผู้ชายคนอื่นทั่วงานแบบนั้น อยากลองดีกับผมมากใช่ไหม?"
ฟินิกซ์แหงนหน้าขึ้นสบตากับคนตัวโตกว่า ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ความซ่าและท่าทีทะเล้นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงประกายความท้าทายในดวงตาคู่สวยที่ยังคงสั่นไหวเล็กน้อยจากการถูกรุกรานอย่างกะทันหัน
"พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะครับโปรเรย์ ใครไปอ่อยกัน ผมแค่ยืนคุยธุรกิจตามมารยาทสังคม... หรือว่าที่คุณหัวเสียขนาดนี้ เพราะหึงผมจริงๆ ล่ะครับ?" ฟินิกซ์สวนกลับทันควัน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกเมื่อแผงอกกว้างของอีกฝ่ายแนบชิดเข้ามาทุกที
เรย์ชะงักไปเล็กน้อย คำว่า 'หึง' พุ่งชนเข้ากลางใจอย่างจังจนหาคำมาเถียงไม่ทัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ โกรธ และ... ปรารถนาอย่างรุนแรง
"ผมไม่ได้หึง" เรย์ปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงความสั่นพร่าเล็กน้อยที่เจ้าตัวก็เกลียดนัก "ผมแค่รำคาญ... รำคาญคนที่ชอบทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องตามเช็ดตามล้าง"
"ปากแข็งชะมัด..." ฟินิกซ์พึมพำเบาๆ พร้อมกับยิ้มเยาะ "ถ้าไม่หึง แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวผมขนาดนี้ด้วยล่ะครับ? ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิว่าไม่ได้หึง..."
ความอดทนของเรย์ขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น เขาไม่สนคำแก้ตัวใดๆ อีกต่อไป สัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าสั่งให้เขาหยุดเสียงเจื้อยแจ้วน่ารำคาญนั้นด้วยวิธีเดียวที่ได้ผลที่สุด
เรย์ขยับใบหน้าเข้าไปประชิดอย่างไร้การลังเล ริมฝีปากหยักประทับทาบทับลงบนเรียวปากบางของฟินิกซ์อย่างหนักหน่วงและรวดเร็ว สัมผัสที่เกิดขึ้นไม่ได้นุ่มนวลหรือโรแมนติกอย่างที่ควรจะเป็น มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ความดุดัน และความคลั่งไคล้ที่เก็บกดมานานจนระเบิดออกมาในสัมผัสเดียว ฟินิกซ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะเมื่อความอบอุ่นและกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเรย์โอบล้อมสติสัมปชัญญะของเขาจนพร่าเลือน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนเจ็บหน้าอก สติที่มีทั้งหมดหลุดลอยไปชั่วขณะกับสัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจแต่กลับลึกซึ้งเกินกว่าจะต้านทาน
ในขณะที่เรย์กำลังจะผ่อนลมหายใจและเพิ่มน้ำหนักความลึกซึ้งลงบนเรียวปากคู่นั้น เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติหวานล้ำที่เขาเผลอเสพติด...
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมพายุนั้นทันที
"เรย์ นายอยู่... เฮ้ย! พวกนายทำอะไรกันตรงนี้วะ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไฟเยอร์บลัด" เสมอมานะครับ
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 15
สัมผัสที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!