เงาที่ทาบทับผ่านกระจกใสฝ้าบานนั้นไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้รวินท์เท่ากับกลิ่นหอมฉุนของอาราบิก้าคั่วเข้มที่ลอยฟุ้งอยู่ปลายจมูก สถาปนิกหนุ่มขยับกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นภายใต้กรอบหน้าได้รูป เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากไล่แขกผู้มาเยือนที่วิสามัญบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว พริมโรสก็หมุนตัวกลับอย่างกะทันหันราวกับนักกายบาทยิมนาสติกที่พลาดจังหวะลงพื้น
"อุ๊ย!"
เสียงอุทานสั้นๆ หลุดจากริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อ ทว่าการเคลื่อนไหวของเธอนั้นไวเสียยิ่งกว่าความคิด มือเรียวบางที่ถือแก้วกาแฟกระดาษอุ่นจัดปัดป่ายไปกลางอากาศราวกับกังหันลมที่ขาดการควบคุม ก่อนที่ของเหลวสีดำสนิทจะสาดกระเซ็นลงสู่ผืนกระดาษไขราคาแพงที่กางอยู่บนโต๊ะเขียนแบบสีขาวสะอาดตาอย่างแม่นยำ ราวกับมีเป้าเล็งติดไว้อย่างไรอย่างนั้น
หยดกาแฟสีเข้มไหลลามเลียไปตามเส้นสายสถาปัตยกรรมของแปลนอาคารที่เขาใช้เวลาขัดเกลามานานร่วมสัปดาห์ มันซึมซับลงในเนื้อกระดาษอย่างรวดเร็ว ราวกับปีศาจสีดำกำลังกลืนกินความเหน็ดเหนื่อยและความสมบูรณ์แบบที่รวินท์เทวิญญาณลงไป
ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเข้าปกคลุมห้องทำงานจนน่ากลัว เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยเงียบเชียบ บัดนี้กลับดังชัดเจนเสียจนบาดหู
รวินท์ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนค่อยๆ เลื่อนจากรอยเปื้อนวงใหญ่บนกระดาษเขียนแบบ ขึ้นมาหยุดอยู่ที่นิ้วเรียวที่ยังคงเปื้อนคราบกาแฟ และสุดท้าย...คือดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกจนม่านตาขยายกว้างของหญิงสาว
"ฉัน..." พริมโรสกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงของเธอแผ่วเบาลงกว่าปกติครึ่งหนึ่งเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาคู่คมของเขา "ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ—เอ๊ย...ฉันไม่ได้ตั้งใจครับ... ฉันหมายถึง... อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้เสมอไม่ใช่เหรอคะ... ครับ!"
เธอลนลานจนพูดผิดพูดถูก มือไม้สั่นเทาคว้าทิชชูบนโต๊ะมาซับน้ำกาแฟที่กำลังลามเลียเส้นกราฟฟิกอย่างบ้าคลั่ง แต่การกระทำนั้นยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก เมื่อกระดาษทิชชูเปียกน้ำเปื่อยยุ่ยติดคาอยู่บนผิวโต๊ะ สร้างความเสียหายซ้ำซ้อนให้ผลงานชิ้นเอก
"หยุด."
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งในแก้วกาแฟ รวินท์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอเพียงก้าวเดียว ทว่าแรงกดดันมหาศาลกลับแผ่ซ่านจนพริมโรสต้องผถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะเขียนแบบ
"คุณ... คุณกำลังทำลายงานสามสัปดาห์ของผมในเวลาสามวินาที" รวินท์ก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธขึง ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นคาเฟอีนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของเธอ "คุณมีความสามารถพิเศษในการทำลายข้าวของชาวบ้านโดยไม่ต้องใช้ค้อนหรือตะปูสินะ พริมโรส"
"ก็บอกแล้วไงว่ามันอุบัติเหตุ!" พริมโรสเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ใจจริงจะแอบหวั่นไหวกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย—หรืออาจจะของเธอกันแน่—ที่เต้นโครมคราม เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนนั้นเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อตึงแน่น "คุณจะโวยวายทำไมแค่น้ำตาลกับคาเฟอีนหยดใส่กระดาษ เอาไปล้างน้ำหรือปริ้นท์ใหม่ก็ได้นี่คะ!"
"ปริ้นท์ใหม่?" รวินท์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตราวกับจะแผดเผาเธอให้เป็นจุล "คุณคิดว่างานออกแบบชิ้นนี้เป็นแค่เอกสารรายงานการประชุมพนักงานออฟฟิศที่คุณนั่งพิมพ์เล่นหรือไง? เส้นทุกเส้น ความลาดชันทุกองศา มันคือความคิดและจิตวิญญาณของผม... ซึ่งคุณไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะสมองของคุณถูกบรรจุด้วยเรื่องเพ้อฝันไร้สาระ!"
"นี่คุณ!" พริมโรสปัดมือเขาออกอย่างเหลืออด เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว ความผิดที่ทำลงไปเมื่อครู่ถูกความโกรธกลบจนมิด "อย่ามาดูถูกงานเขียนของฉันนะ! ถึงฉันจะเขียนเรื่องสารคดีท่องเที่ยวหรือชีวิตชาวบ้าน แต่มันก็ใช้มันสมองและหัวใจทำเหมือนที่คุณกำลังนั่งกอดกระดาษแผ่นนี้แหละ!"
ทั้งคู่ยืนจ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลมหายใจผ่าน เคมีที่คุกรุ่นและอัดแน่นไปด้วยความขัดแย้งพุ่งทะยานถึงขีดสุด บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้กลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงล้อมรอบ
รวินท์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่ลอยมาจากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นที่กวนประสาทเขาอย่างยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ แต่มันกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ดึงดูดสายตาของเขาให้ติดตรึงอยู่กับริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นอย่างน่าประหลาด
พริมโรสชะงักไปชั่วขณะ ลลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเมื่อแผงอกกว้างของสถาปนิกหนุ่มขยับเข้าใกล้จนแทบแนบชิด ดวงตาคู่คมที่ดุดันเมื่อครู่กลับมีความไหวระริกบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ จนเธอเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นตัดบรรยากาศที่กำลังกึ่งร้อนรุ่มกึ่งอันตรายนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามา
"เฮ้ย รวินท์! ประตูไม่ได้ล็อกนะเว้ย... ว่าแต่ทำไมข้างในกลิ่นกาแฟคลุ้งเหมือนโรงงานคั่วแบบนี้วะ หรือนายแอบทำอะไรแปลกๆ กับยัยนักเขียนคนนั้นอีกแล้ว?"
เสียงของกวินดังทะลุเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ รวินท์สะดุ้งเล็กน้อย เขาผละตัวออกจากพริมโรสอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกลมหายใจ
ทว่าในวินาทีที่กวินก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทนั้น สายตาของรวินท์ก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือเพื่อนสนิท ซึ่งจ่าหน้าซองด้วยตราประทับสีแดงฉานจากหน่วยงานราชการที่เขารอคอยมานานแรมปี... เอกสารระงับสิทธิ์การก่อสร้างโครงการที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน "ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ" ด้วยนะครับ
สถาปนิกไร้ใจกับพิมพ์เขียวหัวใจฉบับดัดแปลง•ตอนที่ 2
สงครามแก้วกาแฟ
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับพิมพ์เขียวหัวใจฉบับดัดแปลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
