"ถ้าคุณยังเดินลงส้นเท้าแบบนั้นอีกครั้งเดียว ผมจะโยนกระเป๋าเดินทางใบนั่นออกไปนอกระเบียงทันที คุณพริมโรส"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดระคนเยز็นชาดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถงกว้าง รวินท์ยืนพิงกรอบประตูห้องครัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังขาดผึ่ง ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากวาดมองร่างบางที่กำลังยืนเก้ๆ กังๆ อยู่กลางพื้นปูนเปลือยขัดมัน พร้อมด้วยลังกระดาษพัสดุอีกสี่ห้าใบที่วางระเกะระกะขวางทางเดินสายตาอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของเขา
พริมโรสสะดุ้งสุดตัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในสตูดิโอสถาปัตยกรรมกึ่งที่อยู่อาศัยแห่งนี้ หญิงสาววางกล่องในมือลงบนพื้นด้วยความแรงที่ตั้งใจจะประชดประชัน ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าของบ้านด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ
"ขอโทษทีนะคะ... เอ๊ย ขอโทษทีครับ พอดีฉัน... ผมเป็นคนเดินลงส้นเท้าแบบนี้มาตั้งแต่เกิด ถ้าคุณรวินท์รำคาญเสียงฝีเท้าของฉันนัก ทำไมไม่ปูพรมแดงต้อนรับนักเขียนบทสารคดีผู้ยากไร้คนนี้เสียตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ... เอ้ย! ตั้งแต่แรกเลยล่ะครับ!"
พริมโรสจงใจเน้นเสียงคำว่า "ครับ" ท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงประชดประชันเต็มพิกัด เธอปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยออกจากใบหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก แม้ในใจจะแอบนึกเสียดายรอยยิ้มมุมปากและโครงหน้าคมคายสไตล์หนุ่มเนี๊ยบของสถาปนิกหนุ่มตรงหน้า แต่ทิฐิและฟอร์มอันจัดจ้านก็ทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุๆ นั้นอย่างไม่มีวันยอมแพ้
รวินท์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นกาแฟคั่วและกระดาษพิมพ์เขียวโชยปะทะจมูกของพริมโรสจนเธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของเขาก้มมองเธอนิ่งสนิท ราวกับกำลังประเมินราคาความวุ่นวายที่กำลังเดินเข้ามาปั่นป่วนชีวิตอันสงบเงียบของเขา
"นี่คือสตูดิโอทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และที่สำคัญที่สุด..." รวินท์เว้นจังหวะ เลื่อนสายตาจากใบหน้าเนียนใสลงมามองกระดาษโน้ตยับยี่ที่โผล่พ้นกระเป๋าเสื้อของเธอ "...มันไม่ใช่พื้นที่สำหรับคนสะเพร่าที่ชอบทำข้าวของกระจัดกระจายอย่างไร้ทิศทาง"
"ฉันไม่ได้สะเพร่า แค่ยังจัดไม่เสร็จต่างหากเล่า!" พริมโรสสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความท้าทาย เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนหน้าอกเกือบจะชนกับแผงอกหนาของอีกฝ่าย "จำไม่ได้หรือไงคะ... เอ๊ย! ครับ! ว่าสัญญาเช่าระบุไว้ชัดเจนว่า ฉันมีสิทธิ์ใช้พื้นที่ชั้นล่างครึ่งหนึ่งในการทำงานเขียนบทของคุณกวิน โดยที่คุณไม่มีสิทธิ์มาละเมิดความเป็นส่วนตัวของฉัน!"
รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวย "สิทธิ์เหรอ? คุณกำลังพูดถึงสิทธิ์ในบ้านที่ผมเป็นคนออกแบบและจ่ายเงินค่าก่อสร้างทุกตารางนิ้วเนี่ยนะ คุณพริมโรส? คุณเป็นแค่... ผู้อาศัยชั่วคราวตามคำขอร้องไร้สาระของไอ้กวินเพื่อนตัวดีเท่านั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย"
บรรยากาศในห้องโถงเย็นเฉียบลงทันตาเห็น เคมีที่คุกรุ่นด้วยความเร่าร้อนจากการปะทะคารมถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่เฉียบคมราวกับใบมีด รวินท์จ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ขณะที่พริมโรสเองก็กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเกือบจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบอยู่แล้ว หากว่าเจ้าของบ้านหนุ่มจะไม่ยกกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาสะบัดเบาๆ ตรงหน้าเธอเสียก่อน
"ก่อนที่คุณจะเรียกร้องสิทธิ์อะไรก็ตาม กรุณาอ่านและทำความเข้าใจ 'กฎสามข้อของเจ้าของบ้าน' ฉบับนี้ให้ขึ้นใจเสียก่อน"
พริมโรสขมวดคิ้วมุ่น เธอแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ด้วยความหงุดหงิด กวาดสายตาอ่านข้อความที่ถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรหนาเตอะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ข้อที่หนึ่ง: ห้ามส่งเสียงดังเกินสี่สิบเดซิเบลหลังสามทุ่ม ห้ามเปิดเพลงรบกวนสมาธิ และห้ามเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ด้วยความรุนแรง
ข้อที่สอง: พื้นที่ส่วนกลางต้องสะอาดไร้ที่ติ ห้ามวางสิ่งของเกะกะนอกเหนือจากห้องนอนส่วนตัวของคุณเด็ดขาด หากพบเจอ ผมมีสิทธิ์ยึดและทิ้งลงถังขยะทันที
ข้อที่สาม: ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ทำงานชั้นลอยของผมโดยเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผมเท่านั้น
"นี่มันกฎบ้าอะไรกันเนี่ย!" พริมโรสอุทานออกมาเสียงดังลั่น โยนกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะทำงานไม้สักอย่างเหลืออด "นี่คุณเห็นฉันเป็นนักโทษประหารหรือทาสในเรือนเบี้ยกันแน่คะ... เอ๊ย! ครับ! ข้อแรกเนี่ยนะ ห้ามเคาะแป้นพิมพ์รุนแรง? คุณจะให้ฉันพิมพ์งานด้วยพลังจิตหรือไงฟะ!"
"นั่นไม่ใช่ปัญหาของผม เป็นปัญหาของคุณที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎของที่นี่" รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น เขากลับหลังหันเตรียมจะเดินขึ้นบันไดวนไปยังชั้นลอยที่เป็นเขตหวงห้าม "ถ้าทำไม่ได้ หรือคิดว่าตัวเองทำตามไม่ได้ ประตูห้องก็อยู่ตรงนั้นครับ คุณพริมโรส เชิญเก็บกระเป๋าออกไปได้ทุกเมื่อที่ต้องการ"
คำพูดเย่อหยิ่งและท่าทางเมินเฉยนั้นทำให้พริมโรสเลือดขึ้นหน้า เธอเป็นนักเขียนบทสารคดีมือรางวัลที่เดินทางมาทั่วประเทศ ยอมลดตัวมาอาศัยร่วมชายคาเดียวกับสถาปนิกจอมเผด็จการคนนี้ก็เพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำงานชิ้นสำคัญ แต่มีหรือที่เธอจะยอมก้มหัวให้คนประเภทนี้ง่ายๆ
"เดี๋ยวก่อนสิคะ... เอ๊ย! ครับ! คุณรวินท์!"
พริมโรสสาวเท้าเข้าไปขวางทางเดินที่ตีนบันไดวนอย่างรวดเร็ว เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่สูงกว่าเกือบหนึ่งช่วงตัว ดวงตาคู่นั้นฉายแววท้าทายอย่างชัดเจนจนรวินท์ต้องชะงักฝีเท้าและก้มลงมองเธอด้วยความประหลาดใจระคนรำคาญ
"อะไรอีกของคุณ?"
"กฎสามข้อของคุณน่ะ ฉันรับทราบ..." พริมโรสยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายคางของอีกฝ่าย "แต่ในเมื่อฉันต้องมาทนอยู่ภายใต้กฎงี่เง่าพวกนี้... ฉันเองก็มี 'ข้อเสนอพิเศษ' ที่คุณปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน"
รวินท์หรี่ตามองเธออย่างระแวดระวัง "ข้อเสนออะไรของคุณ?"
พริมโรสเหยียดยิ้มร้ายกาจ เธอแกล้งเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เขาอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นบริเวณลำคอแกร่งโดยตั้งใจ ทำให้รวินท์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงยืนนิ่ง ไม่ยอมถอยหนี
"ข้อเสนอที่ว่า..." เธอกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหูของเขา น้ำเสียงยั่วยวนชวนฝันแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น "...ถ้าฉันสามารถทำลายกฎข้อที่สามของคุณได้สำเร็จ และเดินขึ้นไปเหยียบถึงบนห้องทำงานส่วนตัวของคุณโดยที่คุณไม่อาจห้ามได้ภายในเจ็ดวันนี้..."
รวินท์ชะงัก นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอที่ลอยมาแตะจมูก เคมีอันร้อนแรงและอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศรอบตัวจนแทบหายใจไม่ออก
"...คุณจะต้องเป็นคนกราบขอโทษฉัน และยอมล้างจานทั้งหมดในครัวนี้ติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม... ว่าไงคะ... เอ๊ย! ครับ! สถาปนิกไร้ใจ?"
ยังไม่ทันที่รวินท์จะได้อ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธหรือต่อรองใดๆ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าสตูดิโอก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ตามมาด้วยเสียงตะโกนโอดครวญที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของบุคคลที่สามที่พวกเขาทั้งคู่คาดไม่ถึงที่สุดในเวลานี้
"เฮ้ย! รวินท์! พริม! เปิดประตูให้ฉันหน่อยเว้ย! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
รวินท์ขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาละสายตาจากใบหน้ายั่วเย้าของหญิงสาวตรงหน้า หันไปมองบานประตูหน้ากระจกที่ตอนนี้เงาของบุคคลภายนอกกำลังทาบทับด้วยความร้อนรน
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สถาปนิกไร้ใจกับพิมพ์เขียวหัวใจฉบับดัดแปลง•ตอนที่ 1
กฎสามข้อของเจ้าของบ้าน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้ใจกับพิมพ์เขียวหัวใจฉบับดัดแปลง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
