เสียงกระแทกของแก้วคริスタルราคาแพงบนโต๊ะหินอ่อนดังสนั่นไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุง คิรากรยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายไฟแห่งโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล
"คุณกล้าดียังไงถึงเอาเอกสารพวกนี้ไปให้ทนายของผม?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยลอดไรฟันด้วยความดุดัน แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียมที่ทำให้อากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันตา
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนั้น คุณก็คงใช้หนี้สินของพี่ชายฉันมาเป็นข้ออ้างในการกักขังฉันไว้ที่นี่ไปตลอดชีวิตสินะคะ... อ๊ะ!"
อณัชญาตอกกลับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรี ทว่ายังไม่ทันขาดคำ ร่างบางก็ถูกกระชากด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวจนลอยละลิ่วเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่งดั่งกำแพงหิน แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและบุหรี่จางๆ แผ่ซ่านโอบล้อมร่างเธอไว้จนแทบดิ้นไม่หลุด
"ปากดีนักนะอันดา..." คิรากรคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ "คิดว่าหนีพ้นหรือไง หืม? คิดว่าการดึงทนายเข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้เธอหลุดพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้งั้นเหรอ?"
"ปล่อยฉันนะ! คนเผด็จการ ไร้เหตุผล!" มือเรียวเล็กพยายามทุบตีลงบนอกแกร่งเพื่อระบายความคับแค้นใจ แต่สำหรับเขาแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายเท่านั้น
"อยากรู้นักว่าถ้าปากเก่งๆ นี่ถูกปิดด้วยวิธีอื่น เธอจะยังกล้าอวดดีกับฉันอีกไหม"
สิ้นเสียงคำรามแหบพร่าริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกดุดัน รุนแรง และเต็มไปด้วยการลงทัณฑ์เพื่อสยบความดื้อรั้น อณัชญาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่คิรากรกลับใช้มือข้างหนึ่งตรึงท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้รับสัมผัสอันเร่าร้อนที่จู่โจมเข้ามาอย่างไร้ทางสู้ ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรสจูบที่ลึกซึ้งและเรียกร้อง รุกไล่จนริมฝีปากบางเผยอออกด้วยความขาดอากาศหายใจ เปิดทางให้ลิ้นร้อนซอกซอนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสที่ร้อนผ่าวและสั่นสะท้านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของหญิงสาว แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังภายใต้ชุดเดรสเนื้อนุ่ม ลากผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดจนเกิดรอยแดงจางๆ จากแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลายเป็นเนื้อเดียว เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวในอก
คิรากรผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกลาบกลืนเรือนร่างเย้ายวนที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยแรงเสน่หา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ยากจะควบคุม
"จำใส่สมองเอาไว้..." เขากระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงแหบพร่าสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนทางอารมณ์ "เธอเป็นของฉัน... และไม่มีวันหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้หรอก"
ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังเดือดพล่านถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยдя
"ขอโทษทีที่ขัดจังหวะความสวีท... แต่ดูเหมือนว่าพวกเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารออยู่ข้างล่างนะ คิรากร"
หัวใจของอณัชญาหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินประโยคถัดมา คิรากรชะงัก ร่างหนาผละออกจากเธอช้าๆ แววตาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที
"ใคร?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
"พี่ชายของเธอนั่นแหละ... ภาคิน ขนเงินสดก้อนโตมาขอไถ่ตัวน้องสาวคืนด้วยตัวเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 7
ค่ำคืนแห่งการปะทะ
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!