เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานไม้สักทองเนื้อหนา ดังสะท้อนก้องห้องทำงานส่วนตัวในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ราวกับเสียงคำรามเตือนภัยจากมัจจุราชที่ไร้ความปรานี อันดา สะดุ้งเฮือก ร่างบางในชุดนักศึกษาที่ยับยู่ยี่จากการถูกลากดึงตัวมาเมื่อคืนถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกผสมผสานกับความดื้อรั้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ริมฝีปากอิ่มจะสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวก็ตาม
“อ่านซะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบราวกับผิวน้ำนิ่งสงบ แต่กลับแฝงไปด้วยกระแสคลั่งที่พร้อมจะซัดถล่มทุกอย่างให้จมดิ่ง คีย์ หรือ คิรากร ขยับกายลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนราง ขยับก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในกรงขัง
อันดาก้มมองเอกสารแผ่นเดียวที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า ตัวอักษรสีดำสนิทบนกระดาษสีขาวระบุข้อความสั้นๆ แต่ทว่าเฉียบขาดและเต็มไปด้วยการกดขี่ทางอำนาจ
**‘สัญญาจำยอมและการชดใช้หนี้สิน’**
“ฉันไม่เซ็น!” เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวระคนหวาดผวา “พี่ชายฉันเป็นคนก่อหนี้ ทำไมฉันต้องมารับผิดชอบด้วย ชีวิตฉันไม่ใช่สินค้าที่จะเอามาแลกเปลี่ยนกับเงินเน่าๆ ของคุณนะ!”
“หึ...”
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขายื่นมือหนาออกไปคว้าคางสวยของเธอไว้แล้วบีบเบาๆ แต่แน่นหนาบังคับให้เงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอรับรู้ถึงอำนาจที่เหนือกว่า ร่างกายของเขาขยับเข้าไปชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง กลิ่นกายบุรุษปะปนกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและน้ำหอมกลิ่นไม้เข้มข้นลอยเข้าเตะจมูกจนอันดาแทบหายใจไม่ออก
“ปากเก่งนักนะ อณัชญา” คีย์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านแก้มเนียน “พี่ชายเธอเอาตัวเธอมาค้ำประกัน แลกกับเงินก้อนโตเพื่อเอาไปผลาญในบ่อนของฉัน มันเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของหนี้ในตัวเธอให้ฉันเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอก็คือ ‘ทรัพย์สิน’ ของฉัน... จำใส่สมองเอาไว้!”
“ไอ้คนสารเลว! ปล่อยฉันนะ!” อันดาพยายามสะบัดหน้าหนีและใช้มือผลักอกแกร่งออกสุดแรง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้าย เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้หลังไว้ด้วยมือเดียวด้วยความง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด
ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้ความตึงเครียดเปลี่ยนรูปเป็นความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างน่าประหลาด อันดาหายใจติดขัดเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากสั่นระริกของเธอด้วยความกระหายใคร่รู้ ราวกับเสือที่กำลังพินิจพิเคราะห์เหยื่ออันโอชะ
“ถ้าไม่อยากให้ฉันส่งตัวเธอไปขัดดอกกับพวกไอ้โล้นหน้าเลือดในบ่อน... ก็ฟังให้ดี” คีย์กดเสียงต่ำลง กระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงพร่าพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ “นี่ือกฎเหล็กสามข้อในการใช้ชีวิตอยู่ใต้ชายคาเดียวกับฉัน... ถ้าทำไม่ได้สักข้อเดียว ฉันจะลงโทษเธอด้วยร่างกายของเธอเอง จนกว่าเธอจะจำฝังใจ”
อันดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความโกรธและหวาดหวั่น แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็บังคับให้เธอต้องฟัง
“ข้อแรก...” คีย์เว้นจังหวะ ปลายนิ้วร้ายกาจไล้ลงมาตามกรอบหน้าเรียวผ่านลำคอระหง “ห้ามขัดคำสั่งฉัน ห้ามหนี และห้ามต่อรอง ทุกอย่างที่ฉันพูดคือประกาศิต”
“เผด็จการ...” เธอกัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดไรฟัน
“ข้อสอง...” เขาราวกับไม่ได้ยินเสียงประท้วงนั้น ดวงตาคมเข้มจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวย “ห้ามมองผู้ชายคนอื่น หรือแม้แต่คิดจะชายตามองใครหน้าไหนทั้งสิ้นในขณะที่เธอยังมีสถานะเป็นผู้หญิงของฉัน สายตาคู่นี้... ร่างกายคู่นี้ มีไว้ให้ฉันมองและสัมผัสได้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
คำประกาศกร้าวที่เต็มไปด้วยความครอบครองและหวงแหน ทำให้อันดาใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความดุดันในน้ำเสียงของเขาไม่ใช่แค่การขู่กักขัง แต่ทว่ามันเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
“แล้ว... ข้อสุดท้ายล่ะคะ” เธอเผลอหลุดปากถามออกไปด้วยความท้าทาย ทั้งที่รู้ว่าอาจเป็นหลุมพราง
มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทรงเสน่ห์จนอันดาใจกระตุก คีย์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธออีกครั้ง จนสัมผัสได้ถึงความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดกันเพียงลมหายใจกั้น
“ข้อสาม... และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด” เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นราวกับเสียงคำรามในลำคอ “เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็น ‘บำเรอ’ ทางร่างกายของฉันทุกเมื่อที่ฉันต้องการ... เพราะทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเธอ นับจากนี้ไป... เป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว”
สิ้นคำพูดนั้น คีย์ก็ไม่เปิดโอกาสให้อันดาได้ทันโต้แย้งหรืออ้าปากปฏิเสธ ริมฝีปากหนาร้อนผ่าวก็พุ่งเข้าบดขยี้ริมฝีปากอิ่มของเธอทันทีอย่างดุดันและเอาแต่ใจ!
“อื้อ...!”
เสียงประท้วงของอันดาถูกกลืนหายไปในลำคอทันที รสจูบในคราแรกทั้งดิบเถื่อน รุกราน และเต็มไปด้วยความโกรธขึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามล้ำลึกที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของเธอให้มอดไหม้ลงอย่างรวดเร็ว เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย มือหนาที่พันธนาการข้อมือเธอไว้เปลี่ยนเป็นบีบเคล้นสะโพกอกลึงแน่น แนบชิดร่างบางให้จมดิ่งลงสู่อ้อมแขนแกร่งที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ
อันดารู้สึกเหมือนสมองขาวโพลน แรงต่อต้านทั้งหมดที่มีมลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและบั้นท้าย ร่างกายของเธอบิดเร้าด้วยความตื่นตระหนกและซ่านเสียวไปพร้อมๆ กัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกแผดเผาจนหมดสิ้น เหลือเพียงลมหายใจหอบกระชั้นและการตอบสนองอย่างไม่รู้ตัว
คีย์ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้อันดาที่หอบหายใจจนตัวโยนได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาสีเข้มของเขาฉายแววความพึงพอใจอย่างชัดเจนเมื่อเห็นริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อและแดงก่ำจากการจูบอันดุเดือดของตนเอง
“จำกฎสามข้อไว้ให้ดีล่ะ อณัชญา...” เขายิ้มเยาะที่มุมปาก นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ระใบหน้าแดงก่ำของเธอออกอย่างทะนุถนอมในแบบที่ขัดกับความเถื่อนดิบเมื่อครู่ “เพราะคืนนี้... เราจะมาเริ่มต้นบทเรียนข้อที่สามกันอย่างจริงจัง”
อันดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นกรงขังมรณะที่เธอก้าวเข้ามาโดยไม่มีทางหนีพ้น และในจังหวะที่หัวใจเธอกำลังจะหล่นวูบลงสู่ความหวาดกลัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งร้อน
ลูกน้องคนสนิทของคีย์ผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับรายงานข่าวที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความร้อนแรงกลายเป็นความเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที
“นายครับ... ภาคิน พี่ชายนางเอก... หนีออกจากห้องขังใต้ดินของเราไปได้แล้วครับ!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 6
กฎเหล็กสามข้อ
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!