แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น แรงกระแทกนั้นทำให้กระดาษแผ่นบนสุดปลิวเผยให้เห็นตัวเลขหนี้สินและลายเซ็นที่อณัชญาไม่มีวันลืม แม้หมึกพิมพ์บนกระดาษจะแห้งสนิทไปนานแล้ว แต่สำหรับเธอ... มันยังคงเปื้อนเลือดและคราบน้ำตาของครอบครัวอยู่ทุกอณู
"อ่านดูสิครับคนสวย... หรือจะให้ผมช่วยทวนความทรงจำให้ฟังทีละบรรทัดดี?"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิด คิรากรโน้มใบหน้าลงมาจนชิดซ้ายของใบหู ลมหายใจอุ่นจัดที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงระเหยกระทบกับผิวเนื้อจนขนลุกซู่ ความเย็นชาในน้ำเสียงของเขาตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับฝ่ามือหนาที่ฉวยปลายคางสลักเสลาของเธอไว้ บังคับให้หันมาเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่เธอพยายามหนีมาตลอด
อณัชญาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แววตาดื้อรั้นสะท้อนภาพใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นความโกรธแค้นและรังเกียจที่พวยพุ่งขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก
"คุณไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องนี้มาขู่ฉัน คีย์..." เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความทิฐิ "พี่ภาคินทำเรื่องเลวร้ายไว้... ฉันยอมรับ ฉันชดใช้ด้วยอิสรภาพที่ตกเป็นเชลยของคุณแล้วนี่ไง ยังต้องการอะไรจากฉันอีก!"
"ชดใช้เหรอ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและอันตรายยิ่งกว่าสัตว์ป่าที่กำลังล่อเหยื่อเข้ากรง นิ้วโป้งหยาบกร้านไล้คลึงริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริกอย่างถือวิสาสะ "แค่นอนให้ผมย่ำยีศักดิ์ศรีบนเตียงทุกคืน มันยังน้อยเกินไปสำหรับดอกเบี้ยที่พี่ชายเธอผลาญไปนะอณัชญา ดูนี่ซะ..."
นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนเอกสารแผ่นเดิม ลากผ่านลายเซ็นของภาคินลงไปยังบรรทัดสุดท้ายที่ระบุเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งทำให้อณัชญาถึงกับหน้าซีดเผือก
*‘หากผู้ค้ำประกันหรือบุคคลในครอบครัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ทางบริษัทมีสิทธิ์ในการยึดครองกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินและตัวบุคคลโดยสมบูรณ์’*
"พี่ชายเธอไม่ได้แค่กู้เงินไปเล่นการพนัน..." คิรากรกระซิบชิดริมฝีปาก ขยับกายเข้ามาเบียดชิดจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ถูกกักขังไว้ในอาณาเขตของร่างหนาที่แผ่ไอความร้อนระอุ "แต่เขาเอา ‘ตัวเธอ’ เซ็นสัญญาค้ำประกันไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าบ่อนของผมแล้วล่ะครับ คนสวย... เธอเป็นของผมโดยสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เพราะหนี้เงินสด แต่วิญญาณและร่างกายของเธอก็เป็นของผมด้วย"
"โกหก! พี่ภาคินไม่มีทางทำแบบนั้น..." อณัชญาปฏิเสธเสียงสั่น หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง เธอพยายามผลักอกแกร่งออกห่าง ทว่าร่างกายกลับไร้เรียวแรงเมื่อเผชิญหน้ากับแรงดึงดูดอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"อยากเห็นหลักฐานวิดีโอตอนที่มันก้มกราบขอร้องให้ผมรับเธอไว้ไหมล่ะ?"
คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงกลางใจ อณัชญาช็อกค้าง ลมหายใจสะดุดกึกลงทันที ความจริงอันน่าสมเพชตีแสกหน้าจนเธอแทบยืนไม่อยู่ ภาพของพี่ชายที่เธอรักและปกป้องมาตลอด กลายเป็นเพียงไอ้ขี้ขลาดตาขาวที่เอาชีวิตน้องสาวมาแลกกับเศษเงิน
คิรากรเห็นรอยร้าวบนใบหน้านั้น แววตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด มือใหญ่วางทابเอวคิ้วท์ก่อนจะออกแรงรั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ความโกรธเกรี้ยวและแรงปรารถนาที่ตีรันอยู่ในอกของเขาพลุ่งพล่านขึ้นมาพร้อมกัน ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก
"ปล่อยฉัน..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว หยดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างน่าเวทนา
"ไม่ปล่อย..." คิรากรกระซิบชิดกลีบปากนุ่ม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหายหิว "ในเมื่อเธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรอีกแล้ว... คืนนี้ เรามาดูกันว่าความดื้อรั้นของเธอจะทนทานได้สักแค่ไหน"
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้กลีบปากอิ่มด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ทั้งลงโทษและเรียกร้องทำให้อณัชญาสองแขนอ่อนแรง เธอยกมือขึ้นทุบลาดไหล่หนาแต่ก็ไร้ผล เมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านทางอารมณ์ที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่ตอบสนองมัน
คิรากรช้อนตัวเธอลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย อณัชญาเผลอใช้แขนโอบรอบลำคอหนาตามสัญชาตญาณ ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและตึงเครียดถึงขีดสุด เขาอุ้มเธอเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้อง โดยไม่คิดจะปล่อยให้เธอได้มีโอกาสเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ อีกต่อไป
ทว่า... ในจังหวะที่ร่างบางกำลังจะถูกวางลงบนที่นอนอันนุ่มนวล เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงรายงานจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่หน้าห้อง ซึ่งทำให้คิรากรต้องชะงักกึก
"นายครับ... ทางฝั่งโกดังเก่าริมท่าเรือ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ มีคนบุกรุกเข้าไปทำลายหลักฐานสำคัญที่เราเพิ่งได้มา!"
ดวงตาคมกริบของคิรากรหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาฉับพลัน เขาก้มมองเชลยสาวใต้ร่างที่หอบหายใจสะท้าน ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำด้วยความหงุดหงิด
"ถือว่าเธอรอดตัวไปชั่วคราว..."
เขาผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบตึง ก่อนจะหันหลังเดินไปคว้าปืนพกบนโต๊ะทำงาน ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวพ้นประตูห้อง ร่างสูงก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมามองอณัชญาที่ยังคงนอนตัวสั่นอยู่บนเตียงด้วยแววตาลึกล้ำ
"แต่อย่าเพิ่งดีใจไป... เพราะทันทีที่ผมกลับมา เธอยังมีบัญชีที่ต้องชำระกับผมอีกยาวนาน... อณัชญา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ คิราห์ลวงรัก
กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 10
เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!