กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในรถลิมูซีนคันหรู ไม่ได้ช่วยดับความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ทรวงอกของอันดาลงได้เลยแม้แต่น้อย
รอบตัวเธอคือความมืดมิดของกระจกกันกระสุนทึบแสง และความเงียบงันที่กดดันเสียจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าบรรยากาศรอบตัว กลับเป็นร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของเธอไว้ทั้งหมดในอุ้งมือ... คิรากร
ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาเชลยสาวที่พี่ชายแท้ๆ ของเธอนำมาแลกกับเศษเงินก้อนโตเพื่อใช้หนี้การพนัน ศักดิ์ศรีที่อันดาพยายามปกป้องมาตลอดชีวิตถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี นับตั้งแต่ก้าวขาขึ้นรถคันนี้มา แต่เธอก็ยังเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
"มองอะไรนักหนਾ..." เสียงทุ้มต่ำและดุดันเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ "อยากสำรวจหน้าคนที่ซื้อเธอมาสืบพันธุ์นักรึไง หรือว่า... เริ่มติดใจกลิ่นกายฉันเข้าแล้วล่ะ หื้ม"
"คนทุเรศ!" อันดาตวัดสายตากลับไปมองอย่างไม่เกรงกลัว แม้เนื้อตัวจะสั่นเทาด้วยความโกรธ "ฉันไม่ได้ขายตัว และฉันไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะนึกอยากได้หรือเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ปล่อยฉันลงที่นี่เดี๋ยวนี้!"
คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำแต่น่าขนลุก ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับแกVนวล อันดาผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเบาะหนังเย็นเฉียบ แต่ทว่าวงแขนแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กก็เอื้อมมาล็อกเอวบางไว้แน่น ดึงรั้งเข้ามาชิดจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้ขยับหนี
"ปากดีแบบนี้สินะ... ภาคินถึงบอกว่าเธอมันพยศนัก" นิ้วแกร่งเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตา "จำใส่สมองอันน้อยๆ ของเธอไว้ซะ อณัชญา... ตอนนี้เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกหายใจด้วยซ้ำ ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอ ลมหายใจทุกลมหายใจของเธอ มันเป็นของฉัน... ของฉันคนเดียวเท่านั้น!"
รถลิมูซีนเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทภายในลานจอดรถส่วนตัวของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด ซึ่งมองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่างได้แบบ 360 องศา คิรากรกระชากข้อมือเล็กให้ก้าวตามลงจากรถอย่างไม่ปรานีแรง แรงบีบที่ข้อมือทำให้อันดาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอก็ยังกัดฟันเดินตามแรงลากโดยไม่ยอมเปล่งเสียงร้องขอความเห็นใจออกมาแม้แต่แอะเดียว
ประตูเพนต์เฮาส์เปิดออกเผยให้เห็นความโอ่อ่าและหรูหราที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและกระจกใสบานยักษ์ แต่สำหรับอันดาแล้ว สถานที่แห่งนี้ไม่ได้ต่างอะไรจาก "กรงขังสีทอง" ที่กำลังจะกลายเป็นสุสานฝังกลบอิสรภาพของเธอทั้งเป็น
ทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านใน ประตูก็ถูกปิดล็อกลงด้วยระบบอัตโนมัติ คิรากรผลักร่างบางจนเซถลาล้มลงบนโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ร่างสูงตามติดประชิดตัวราวกับเสือดาวที่กำลังตะครุบเหยื่อ มือหนากระชากเนกไทของตัวเองออกแล้วโยนทิ้งอย่างไร้ความ
"คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ!" อันดาตะโกนลั่นเมื่อร่างหนาทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ใต้ร่าง ร่างกายของเขาร้อนระอุราวกับเตาไฟ ขณะที่แววตาดุดันคู่นั้นเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ไม่อาจปิดบัง
"ทำหน้าที่ของเชลยไง..." คิรากรโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหใบหู น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเย้ายวนและคุกคามในเวลาเดียวกัน "ในเมื่อพี่ชายเธอส่งเธอมาให้ฉันถึงที่นี่แล้ว ฉันก็ควรจะแสดงความ 'ต้อนรับ' เธอให้สมกับราคาที่ฉันจ่ายไปหน่อย... ดีไหม?"
ริมฝีปากหยักลึกฉวยโอกาสครอบครองกลีบปากนุ่มทันทีโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว อันดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่จูบที่ดุดัน รุกเร้า และเปี่ยมไปด้วยอำนาจเหนือกว่า กลับทำให้เรียวแรงทั้งหมดที่มีค่อยๆ ละลายหายไป รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและป่าเถื่อนสูบ1เอาอากาศในปอดของเธอไปจนหมดสิ้น ลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานสร้างความปั่นป่วนในท้องจนเธอต้องเผลอขยุ้มเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อผ้าเนื้อบาง ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วที่สัมผัส อันดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แรงต้านทานที่มีเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวามไหวที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่เธอกลับรู้สึกคล้อยตามสัมผัสอันช่ำชองนั้น
"อื้ม..." เสียงครางประท้วงในลำคอเล็ดลอดออกมาเมื่อริมฝีปากหนาผละลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของ สัมผัสที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนทำให้หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ความโกรธแค้นในตอนแรกถูกหลอมละลายด้วยไฟเสน่หาที่ชายหนุ่มจงใจจุดขึ้นอย่างเชี่ยวชาญ
คิรากรเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำ ริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบ และดวงตากลมโตที่ฉ่ำว้ำไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก
"ปากดีให้ได้ตลอดเถอะนะ... อันดา" เขาเอמהเสียงพร่าชิดริมฝีปากบางที่สั่นระริก "เพราะคืนนี้... และอีกหลายๆ คืนต่อจากนี้ เธอจะได้เรียนรู้ว่า 'นรกบนดิน' ที่ฉันสร้างให้มันเร่าร้อนจนเธอไม่มีวันอยากกลับออกไปเลยล่ะ..."
ทว่า ในขณะที่ริมฝีปากหนากำลังจะโน้มลงมาประท้วงกลีบปากเธอนั้นเอง... เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและวาบหวามลงในพริบตา คิรากรชะงักค้าง ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อรู้ว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้... ในขณะที่อันดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก เมื่อเงาร่างของคนที่ปรากฏผ่านจอมอนิเตอร์หน้าประตู คือพี่ชายของเธอเอง... คนที่หักหลังและขายเธอให้กับซาตานร้ายตนนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 3
กรงขังสีทอง
ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!