กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 2

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของคาสิโนดัง ยิ่งขับเน้นบรรยากาศตึงเครียดให้หนักอึ้งราวกับอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ร่างบางของอณัชญา, หรือที่ใครต่อใครต่างเรียกเธอว่าอันดา, ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องโถงกว้างขวาง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดื้อรั้นบัดนี้คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ แต่เธอกลับพยายามเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ไม่ยอมให้ความอ่อนแอใดๆ หลุดรอดออกไปต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้น คิรากรก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นและกดดันราวกับมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับถอดเสื้อสูทออกโยนทิ้งไว้บนโซฟาอย่างไม่ไยดี ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำด้านบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยสักเลือนรางที่พาดผ่านผิวเนื้ออันตราย ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์จ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายใคร่รู้และอำนาจเหนือกว่า "พี่ชายตัวดีของเธอเอาชีวิตของตัวเองมาจำنวนไว้กับฉัน... แลกกับเงินก้อนโตที่เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะหามาใช้คืนภายในชาติเศษนี้" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ คิรากรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว จนอณัชญาต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความเคียดแค้น แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวระรัวด้วยความหวาดกลัวก็ตาม "พี่ภาคินทำอะไรลงไป... ฉันไม่เกี่ยว" เสียงหวานสั่นเครือแต่ยังคงพยายามเค้นความแข็งกร้าวออกมาปฏิเสธ "ไม่เกี่ยวอย่างนั้นหรือ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ในเมื่อชื่อของเธอกลายเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในสัญญาเงินกู้ฉุกเฉิน มันก็หมายความว่า... ตอนนี้เธอตกเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว อณัชญา" "คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้! ฉันเป็นคนนะ ไม่ใช่สิ่งของที่จะเอามาแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้!" อณัชญาโพล่งออกมาด้วยความเหลืออด แรงกดดันรอบตัวทำให้เธอระเบิดความอัดอั้นตันใจออกมา มือบางกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเองเพื่อระบายความเจ็บปวด รอยยิ้มเยียบเย็นหายไปจากใบหน้าคมคายทันที คิรากรพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่อณัชญาไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะดันร่างบางให้ถอยร่นไปจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับผนังห้องกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนเบื้องล่าง "โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ปล่อยฉัน!" เธอร้องประท้วง พยายามบิดข้อมือหนีจากพันธนาการที่แน่นหนาราวกับคีมเหล็ก "เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำเทียบกับสิ่งที่ตระกูลของเธอทำไว้กับฉัน" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้มเนียน "แต่อย่าเพิ่งร้องไห้ไปเลย... เพราะฉันยังใจดีพอที่จะยื่นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธให้" อณัชญาเบือนหน้าหนีสัมผัสอันตรายนั้น หัวใจเต้นระทึกจนแทบกระเด็นหลุดออกมาจากอก "ข้อเสนออะไร... ฉันไม่รับอะไรทั้งนั้น!" "ฟังให้ดีนะเด็กน้อย..." นิ้วแกร่งข้างที่ว่างยื่นขึ้นมาเชยคางมนของเธอให้หันกลับมาสบตาบังคับ "ทางเลือกแรก... ปล่อยให้พี่ชายของเธอถูกคนของฉันตามเก็บและโยนทิ้งทะเลในคืนนี้ ทางเลือกที่สอง... เธอยอมเซ็นสัญญาเป็น 'ผู้หญิงขัดดอก' อยู่ในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของฉัน ทำหน้าที่ปรนเปรอและชดใช้หนี้สาดเสียเทเสียของพี่ชายด้วยเรือนร่างและเวลาทั้งหมดของเธอ จนกว่าฉันจะพอใจ" สิ้นคำพูดนั้น อณัชญาเบิกตากว้างด้วยความตกใจจนแทบหยุดหายใจ ร่างกายชาวาบไปทั่วทั้งร่าง ข้อเสนอทุเรศทุรังและไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์นี้ทำให้เธอแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ การเอาชีวิตพี่ชายมาต่อรองเพื่อให้เธอยอมตกเป็นทาสบำเรอกาม มันช่างเลือดเย็นและไร้หัวใจสิ้นดี "คุณมันปีศาจ... คนสารเลว!" น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มเนียนอย่างสุดจะกลั้น "ใช่... ฉันมันปีศาจ" คิรากรกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและแรงปรารถนาอันมืดมนที่เริ่มปะทุขึ้นเมื่อได้กลิ่นกายหอมละมุนจากซอกคอระหง "และเธอก็เลือกเองที่จะเดินเข้ามาในถ้ำของปีศาจตัวนี้... เลือกเอา อณัชญา ว่าจะให้พี่ชายเธอตายคาตีนฉัน หรือจะยอมถอดเสื้อผ้าแล้วมานอนอ้อนวอนใต้ร่างของฉันด้วยความเต็มใจ" ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนต่ำลงมาปัดผ่านใบหูก่อนจะขบเม้มเบาๆ ที่ติ่งหูจนอณัชญาต้องสะท้านเฮือก แรงดึงดูดอันตรายที่แฝงมากับสัมผัสรุกเร้าทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวและความหวาดกลัวตีรวนกันจนแยกไม่ออก มือใหญ่ที่ตรึงข้อมือเธอไว้เริ่มคลายออกเล็กน้อย แต่เปลี่ยนเป็นการลูบไล้ขึ้นมาตามต้นแขนเรียวเนียนอย่างถือวิสาสะ อณัชญารู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นหลงเหลืออยู่เลย... ชีวิตของพี่ชายแขวนอยู่บนเส้นด้าย และทางรอดเดียวคือการเอาตัวเองเข้าแลกในกรงขังแห่งความอัปยศนี้ "ฉัน... ฉันยอม..." เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันออกมาด้วยความเจ็บช้ำและยอมจำนนต่อโชคชะตาอันโหดร้าย คิรากรกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แววตาส่อประกายความพึงพอใจและไฟปรารถนาที่ลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง เขาดึงร่างบางเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของทั้งคู่แนบชิดกันท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ "เด็กดี..." เขาเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะประคองใบหน้าหวานขึ้นมาแล้วประกบจูบริมฝีปากอิ่มด้วยความหิวกระหายและดุดัน รสจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเร่าร้อนบดขยี้กลีบปากนุ่มจนเธอแทบหายใจไม่ทัน อณัชญาพยายามจะทุบตีประท้วงในตอนแรก แต่ความอ่อนล้าและแรงดึงดูดมหาศาลจากชายหนุ่มกลับทำให้เรียวแรงของเธอละลายหายไปทีละน้อย ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง บีบเค้นเอวคิ้วคอดกิ่วผ่านเนื้อผ้าจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความวาบหวามที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความเกลียดชังในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว คิรากรผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้ตักตวงอากาศหายใจเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด เขาก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด "จำไว้ว่าต่อจากนี้... แม้แต่เสียงร้องขอชีวิตของเธอ ก็จะไม่มีวันได้ยินจากปากของใครทั้งนั้น... นอกจากฉันคนเดียว" ในวินาทีที่อณัชญากำลังจะอ้าปากโต้เอน ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าเพนต์เฮาส์ก็ขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "นายครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ตำรวจบุกเข้ามาถึงล็อบบี้คาสิโนแล้วครับนาย!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%