กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 29

แผนการหลบหนี

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเดินผ่านหน้าประตูห้องนอนใหญ่ในยามวิกาล ทำให้ลมหายใจของอณัชญาติดขัดอยู่ที่ลำคอ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองศึก ความมืดมิดสนิทของคืนเดือนมืดด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่ไม่น่ากลัวเท่ากับเงาร่างอันทรงอำนาจของเจ้าของเพนต์เฮาส์หรูใจกลางกรุงแห่งนี้ ที่ไม่เคยหลับใหลและมักจะคอยจับตาดูเธอราวกับเหยื่อในกรงทอง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำลังรูดซิปกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่ซ่อนไว้ใต้เตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด เธอทนอยู่กับความกดดันและการกักขังหน่วงเหนี่ยวนี้มานานเกินไปแล้ว ทุกวินาทีที่ต้องหายใจร่วมกับคิรากรคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตายและความเสน่หาอันบิดเบี้ยวที่เขาหยิบยื่นให้ ร่างกายของเธอยังคงจดจำสัมผัสร้อนลุ่มและรอยจูบแสดงความเป็นเจ้าของที่เขารósฝากฝังไว้บนผิวเนื้อเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนได้อย่างแม่นยำ แต่ศักดิ์ศรีและความเกลียดชังต่อการถูกมองว่าเป็นเพียงนกน้อยในกรงของเขา กลับผลักดันให้เธอต้องเสี่ยงเดิมพันด้วยอิสรภาพครั้งสุดท้าย "คิดจะบินหนีไปไหนล่ะ... เด็กน้อย" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ทำให้อณัชญาสะดุ้งสุดตัว ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของคิรากรก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก อณัชญาหันขวับกลับไปมอง เธอเห็นเขาพิงสะโพกกับกรอบประตู กอดอกมองการกระทำของเธอด้วยสายตาสมเพชแกมขบขัน ราวกับว่าแผนการหลบหนีที่เธอวางแผนมาอย่างรอบคอบเป็นเพียงเกมสนุกไร้สาระของเด็กน้อย "ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ... เอ้ย! ปล่อยฉันไปเถอะ" อณัชญาเผลอหลุดเสียงสั่นเครือออกมาด้วยความตกใจ รีบแก้ไขคำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างจับผิด คิรากรหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในอาณาจักรของมันเอง "กล้าดีนี่... หาจังหวะที่ฉันเผลอตอนดึกๆ ดื่นๆ เพื่อจะหอบกระเป๋าหนีงั้นเหรอ" คิรากรหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของอณัชญาเตลิดเปิดเปิง "ฉันไม่ใช่สมบัติของคุณ! ฉันมีสิทธิ์ที่จะไปจากที่นี่!" อณัชญาเงยหน้าขึ้นสู้ สายตาดื้อรั้นฉายแววท้าทายแม้ขาสองข้างจะสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ คิรากรไม่ตอบคำพูดนั้น มือหนาเอื้อมออกไปคว้าคางสวยได้รูปไว้ด้วยปลายนิ้วแกร่ง บีบแน่นพอประมาณให้เธอต้องเผยริมฝีปากออกด้วยความเจ็บปวดปนขัดขืน ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริก "มีสิทธิ์งั้นเหรอ? บนโลกใบนี้... ไม่มีอะไรที่เป็นของเธอตั้งแต่แรก อณัชญา ทุกอย่างที่เธอมี แม้กระทั่งลมหายใจตอนนี้ มันเป็นของฉัน!" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำลงจนน่ากลัวทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน แรงบีบที่คางเปลี่ยนเป็นสัมผัสลูบไล้แผ่วเบาที่พวงแก้มแดงระเรื่อ ไล้ต่ำลงมาที่ลำคอระหงและหยุดนิ่งอยู่ที่ชีพจรเต้นรัวรากับนกน้อยตื่นตระหนก อณัชญาหายใจหอบถี่ หน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ความโกรธและความหวาดกลัวตีรวนกันจนแยกไม่ออก แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือร่างกายของเธอกลับทรยศต่อจิตสำนึก เมื่อปลายนิ้วกร้านของเขาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสกับผิวเนื้อผ่านเนื้อผ้าบางเบา ความร้อนผ่าวก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับถูกไฟแผดเผา "คุณมัน... คนเห็นแก่ตัว" เธอพึมพำเสียงสั่น ร่างกายอ่อนยวบลงไปถนัดตาเมื่อเขาขยับเข้าไปชิดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ความเย็นของกำแพงกลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุจากแผงอกกว้างของมาเฟียหนุ่มที่ทาบทับลงมา คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "ฉันจะแสดงให้ดูว่า... คนเห็นแก่ตัวคนนี้ จะทำอะไรกับคนที่คิดจะหนีออกจากอ้อมกอดของฉันบ้าง" ริมฝีปากหนาประกบจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเรียกร้อง ราวกับต้องการลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของเธอให้ราบคาบ อณัชญาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวช้าง มือหนาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้แน่นหนา ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้เสื้อเนื้อบาง ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มอย่างจงใจยั่วยวนให้เธอกรีดร้องออกมาด้วยความสั่นสะท้าน รสจูบที่ดุดันเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและดึงดูดใจจนอณัชญาแทบละลายคาอ้อมแขน ความตึงเครียดของแผนการหลบหนีถูกแทนที่ด้วยเพลิงสวาทที่ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วในห้องนอนที่มืดมิด เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานกับเสียงครางประท้วงในลำคอที่ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานหูอย่างไม่รู้ตัว ในขณะที่สติของอณัชญากำลังจะหลุดลอยไปกับห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนที่เขาเป็นผู้ชี้นำ จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยไซเรนเสียงแหลมสูงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งเพนต์เฮาส์ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลับขาวสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทำลายบรรยากาศเงียบงันในยามวิกาลให้พังทลายลงในพริบตา คิรากรหยุดชะงักการกระทำทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันเฉียบคมราวกับนักล่าที่ได้กลิ่นอายอันตราย เขละผละริมฝีปากออกอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะกวาดสายตามองไปที่หน้าจอแท็บเล็ตควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดอยู่ข้างผนัง ภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างสุด ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งในชุดดำสนิทกำลังพังประตูนิรภัยเข้ามา พร้อมกับเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ยืนสั่งการอยู่ด้านหลัง—บุคคลที่อณัชญาไม่คาดคิดว่าจะกล้าเหยียบย่าห์เข้ามาในถ้ำเสือแห่งนี้ "พี่ภาคิน..." อณัชญาพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น คิรากรหันกลับมามองเชลยสาวในอ้อมแขน รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ "ดูเหมือนว่า... พี่ชายตัวดีของเธอ จะพาคนมารับเธอกลับบ้านนะ... แต่อย่าหวังเลยว่าฉันจะปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งของๆ ฉันไปได้ง่ายๆ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนนี้ร่วมกันนะครับ คิราห์ลวงรัก
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%