กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย•ตอนที่ 13

รอยประทับแห่งความเป็นเจ้าของ

ผลงานโดย คิราห์ลวงรัก
“ถ้าคิดจะขยับตัวออกห่างจากฉันอีกแม้แต่นิ้วเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องไปทั่วโถงทางเดินของงานเลี้ยงการกุศลสุดหรู แววตาของคิรากรดุดันราวกับราชสีห์ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มือหนาของเขาบีบกระชับต้นแขนของอันดาจนเธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แทรกซึมผ่านเนื้อผ้าชุดเดรสสีแดงเพลิงที่เขาสั่งให้เธอสวมใส่มาในค่ำคืนนี้ อันดาเม้มริมฝีปากแน่น พยายามฝืนแรงดึงจากมาเฟียหนุ่มที่กำลังลากเธอให้เดินตามไปอย่างไม่สนสายตาแขกเหรื่อคนอื่นๆ ในงาน “คุณคีย์! ปล่อยนะ ที่นี่ที่สาธารณะ... ให้เกียรติฉันบ้าง” “เกียรติเหรอ?” คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกชัน เขาหยุดกะทันหันก่อนจะกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายอันตรายทำให้อันดาใจสั่นระรัว “ผู้หญิงที่อยู่ในสถานะ ‘ของเล่นขัดดอก’ อย่างเธอ ไม่จำเป็นต้องมีเกียรติในสายตาใคร... นอกจากสายตาของฉันคนเดียว” ในวินาทีนั้น ชายหนุ่มรูปงามในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนธุรกิจของคิรากรเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสนิทสนมเกินควร เขามองอันดาด้วยสายตาแทะโลมอย่างไม่ปิดบัง “สวยจนน่าตกใจนะครับคีย์... น้องสาวภาคินคนนี้ ดูไม่เหมือนคนที่ผ่านอะไรมาหนักหนาเลยสักนิด สนใจจะแบ่งปันเพื่อนร่วมโต๊ะบ้างไหม ผมพร้อมเสนอราคาที่น่าสนใจให้คุณนะ” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง ความโกรธเกรี้ยวแล่นพล่านขึ้นสู่ดวงตาของคิรากรทันที เขาไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงใหญ่ก้าวไปข้างหน้า ประชิดตัวอีกฝ่ายแล้วกระชากคอเสื้อจนอีกคนเสียหลัก “ไอ้สิงห์... มึงจำใส่กะโหลกไว้ให้ดี” เสียงคิรากรต่ำและสั่นพร่าด้วยแรงโทสะ “ผู้หญิงคนนี้คือ ‘คนของฉัน’ ใครที่บังอาจใช้สายตาต่ำตมมองเธอ หรือแม้แต่คิดจะแตะต้องเพียงปลายนิ้ว... เตรียมตัวหาที่ฝังศพตัวเองได้เลย” บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงถนัดตา แขกเหรื่อต่างพากันถอยห่างด้วยความหวาดเกรง คิรากรไม่ได้สนใจใคร เขาหันกลับมาหาอันดาที่ยืนตัวสั่นด้วยความประหม่าและตกใจ ก่อนจะใช้มือหนาประคองใบหน้าสวยหวานให้เงยขึ้นสบตา “มองหน้าฉัน... อันดา” เขาสั่ง เสียงที่เคยกร้าวแกร่งกลับเปลี่ยนเป็นกระซิบที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน “ประกาศให้คนพวกนี้รู้ไปเลยว่าเธอเป็นของใคร... บอกฉันมา” อันดาสบตาสีเข้มที่ดุร้ายแต่ทว่ากลับมีร่องรอยของความกระหายอยากที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เธอรู้ดีว่าหากปฏิเสธ ความรุนแรงที่ได้รับในคืนนี้คงไม่จบลงง่ายๆ แต่มันไม่ใช่แค่ความกลัว... มันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นคลอนหัวใจเธออย่างรุนแรง “ฉัน...” เสียงของเธอแหบพร่า “ฉันเป็น... ของคุณ” คิรากรยกยิ้มที่มุมปาก มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความเมตตา แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ชนะที่เพิ่งได้ครอบครองสมบัติชิ้นงาม เขาโน้มใบหน้าลงไปชิดใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดจนผิวกายของอันดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าที่แล่นปราด “ดี... จำคำนี้ไว้ให้ขึ้นใจ” เขาขยับริมฝีปากเฉียดผ่านซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางสายตาของคนทั้งงานที่จับจ้องมาเป็นจุดเดียว ก่อนจะดึงตัวเธอเดินออกไปจากงานโดยไม่เหลียวหลัง เมื่อมาถึงรถหรูที่จอดรออยู่ คิรากรผลักร่างบางเข้าไปในเบาะหลังก่อนจะตามเข้าไปติดๆ เขาล็อกประตูรถทันที ปิดกั้นโลกภายนอกไว้เบื้องหลัง ความเร่าร้อนที่ถูกสะกดไว้เริ่มพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้งเมื่อมือหนาเริ่มปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอสวมใส่อย่างใจร้อน “คุณคีย์... ไหนบอกว่าจะกลับคอนโด...” “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว” เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแวววูบไหว “รอยประทับที่ฉันทำไว้ที่คอเธอมันเริ่มจางแล้ว... ฉันว่าเราต้องเริ่มทำความเข้าใจกันใหม่ ว่าคนของฉัน... ต้องถูกตีตราไว้ตรงไหนบ้าง ถึงจะไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาวุ่นวายอีก” เขากดร่างเธอลงกับเบาะหนังหนานุ่ม ก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนอย่างกระหาย มือใหญ่สอดลึกเข้าไปในเนื้อผ้าที่เริ่มหลุดลุ่ย สัมผัสหยาบกร้านของเขาปลุกเร้าอารมณ์ของอันดาให้พุ่งสูงขึ้น เธอทำได้เพียงเชิดหน้าขึ้นรับสัมผัสจาบจ้วงที่เขาปรนเปรอให้ ความต้องการที่ถูกกดทับไว้เริ่มพังทลายลงภายใต้อำนาจของชายผู้กักขังเธอไว้ในกรงทองแห่งนี้ ในขณะที่คิรากรกำลังจะรุกคืบเข้าสู่ห้วงลึกแห่งเสน่หา เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ คิรากรสบถอย่างหัวเสียก่อนจะหยิบขึ้นมาดู แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความเย็นชาในทันทีเมื่อเห็นชื่อสายเรียกเข้า “ว่าไง ภาคิน...” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ามืออีกข้างยังคงบีบเคล้นสะโพกมนของอันดาไว้แน่น “น้องสาวมึงอยู่กับกู และเชื่อเถอะว่าคืนนี้... เธอจะไม่ได้นอนเหมือนคืนไหนๆ ที่ผ่านมา... และถ้ามึงกล้าส่งคนมาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวฉันอีกแม้แต่คนเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” เขากดวางสายแล้วโยนเครื่องสื่อสารทิ้งไปอย่างไร้ใยดี ก่อนจะหันมามองอันดาที่จ้องเขาด้วยสายตาที่สับสนและปวดร้าว “ในเมื่อพี่ชายเธออยากลองดีนัก... คืนนี้ฉันคงต้องทำให้เธอจำใส่ใจไว้ให้ชัดๆ ว่าเธอไม่มีวันหนีจากกรงของฉันได้... ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม” เขาก้มลงประกบริมฝีปากบดขยี้อย่างเร่าร้อนและรุนแรง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นและเสน่หาถาโถมเข้าใส่เธอจนแทบขาดใจ ในห้วงเวลาที่เธอกำลังจะจมดิ่งไปกับสัมผัสของเขา... เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากนอกตัวรถ ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมถนนเส้นเปลี่ยว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนและตึงเครียดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ คิราห์ลวงรัก
สารจากนักเขียน (คิราห์ลวงรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายยัยตัวแสบของนายมาเฟีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%