เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 8

การดูแคลนของนายน้อยตระกูลใหญ่

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายควันธูปและกลิ่นอายเงินตราคละคลุ้งไปทั่วหอประมูลเทียนเป่า ชั้นบนสุดซึ่งเป็นเขตสงวนสำหรับแขกวีไอพี บรรยากาศกลับถูกกดทับด้วยม่านพลังปราณอันเย็นเยียบจนผู้คนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง “สวะเช่นเจ้า เอาอะไรมากล้าเก็งราคาสู้กับนายน้อยเช่นข้า?” เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นจากปากของ ถูเป่าจวิน นายน้อยแห่งตระกูลถู ผู้ถือครองยอดวิชาพิษโลหิตทมิฬ เขาสวมอาภรณ์ปักดิ้นทองชั้นดี บนใบหน้าปรากฏแววตาดดูแคลนระคนสมเพช ขณะก้าวเข้ามาขวางหน้าโต๊ะประมูลของหลงเฟย รอบตัวเขามีผู้คุ้มกันระดับรวมพลังปราณขั้นสมบูรณ์แบบถึงสี่คนแผ่รังสีอำมหิตออกมาข่มขวัญ หลงเฟยยังคงนั่งไขว่ห้างจิบชาอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาสงบนิ่งราatผืนน้ำในยามวิกาล ดวงตาคู่นั้นทอประกายลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลที่คนธรรมดายากจะหยั่งถึง เขาไม่ได้ชายตาแลถูเป่าจวินแม้แต่น้อย ราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าที่ปลิวผ่านสายตา ในมุมมืดของระเบียง มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้สง่างามและเย็นชาแห่งสำนักกระบี่เมฆา ยืนกอดอกพิงเสาไม้หอม อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่ปั่นป่วน ใบหน้ารูปไข่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกเสียจากรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน—รอยยิ้มที่นางมีไว้มอบให้บุรุษผู้กุมหัวใจนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น หลงเฟยไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ หากสุนัขตัวนี้ยังไม่รู้จักเจียมตัว “ห้าแสนเหรียญวิญญาณทมิฬ...” ถูเป่าจวินกระแทกเสียงพูดพร้อมกับตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เพื่อประกาศศักดาความมั่งคั่ง “โอสถทะลวงนภาเม็ดนี้ ตระกูลถูของข้าจองแล้ว! หากเจ้ายังไม่อยากตายอย่างไร้ร่องรอย จงคุกเข่าขอขมาแล้วไสหัวไปเสียจากเมืองนี้ซะ!” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้คนในโรงประมูลต่างกลั้นหายใจรอชมจุดจบของเด็กหนุ่มชุดคลุมสีดำผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม หลายคนส่ายหัวด้วยความเวทนาที่กล้าต่อกรกับตระกูลใหญ่ หลงเฟยค่อยๆ วางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันระหว่างกระเบื้องเคลือบกับโต๊ะไม้ดัง กริ๊ง... ช่างบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของทุกคนยิ่งนัก เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายผอมเพรียวแต่ทว่าเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกเก็บงำไว้ “เจ้าว่าอย่างไรนะ?” เสียงของหลงเฟยราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนถูเป่าจวินถึงกับชะงักไปชั่วขณะ “ข้าบอกให้เจ้า...” เพียะ! เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุนีบาตฟาดผ่ากลางวันแสกๆ! ไม่มีใครมองเห็นกระบวนท่าด้วยซ้ำ ร่างของถูเป่าจวินหมุนคว้างกลางอากาศราวกับลูกข่าง ฟันขาวร่วงหล่นปะปนกับเลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากปาก ก่อนที่ร่างหนาหนักจะกระแทกโครมลงกับพื้นเบื้องล่างจนโต๊ะประมูลไม้จันทน์หอมแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ความโกลาหลระเบิดขึ้นในพริบตา เหล่าผู้คุ้มกันตระกูลถูเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พวกมันชักกระบี่ออกจากฝักหมายจะเข้าจู่โจม แต่ทว่า... รังสีดาบอันเย็นเยียบสายหนึ่งพลันพาดผ่านลำคอของพวกมันทั้งสี่คนโดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ของหลงเฟยจ่ออยู่ที่จุดตายของพวกมันอย่างไร้ร่องรอย จิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านจนเข่าของยอดฝีมือทั้งสี่สั่นเทา เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬ “ในยุทธภพนี้ ผู้ที่ไร้ซึ่งปัญญาแต่วางตัวเป็นใหญ่ มักมีจุดจบเช่นนี้เสมอ” หลาดเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและทะนงตนในวิถีกระบี่ สายตาคมกริบก้มมองนายน้อยตระกูลถูที่นอนโอVครวญอยู่บนพื้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ถูเป่าจวินตัวสั่นเทาน้ำตาเล็ด มือชี้หน้าหลงเฟยด้วยความแค้นเคือง “ทะ... เจ้า... เจ้ากล้าทำร้ายข้ารatหน้าผู้คนมากมายรึ! บิดาข้าไม่มีวันปล่อยเจ้าไว้แน่!” “ตระกูลถูงั้นหรือ?” หลงเฟยแค่น ,“หากพวกมันกล้าก้าวล้ำเข้ามาในเขตวิถีของข้า ข้าจะล้างบางพวกมันให้สิ้นซากในคืนเดียว” ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านก็พลันเย็นเยียบลงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวขึ้นมาตามบันได พร้อมกับแรงกดดันระดับปราณราชันย์ที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งชั้น ประตูห้องประมูลถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าดุดันดั่งพญายม ดวงตาสะท้อนแสงสีเลือดจ้องเขม็งมาที่หลงเฟยด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด—ผู้นำตระกูลถูมาถึงแล้ว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและก้าวผ่านอุปสรรคไปกับข้าด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%