เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 9

โอสถเม็ดทองคำสะท้านปฐพี

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายควันยาตลบอบอวลอยู่ภายในห้องหลอมโอสถลับของหอการค้าทิวาราตรี แต่อากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางคิมhha ความกดดันระดับปฐพีแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งอย่างเงียบเชียบ ราวกับพญามังกรที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้คราบมนุษย์ ดวงตาของเหล่าผู้วิสุทธิ์โอสถและปรมาจารย์ประจำเมืองต่างเบิกกว้างจนแทบถลน จ้องมองเตาหลอมสำริดโบราณที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไอหมอกปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะลุผ่านช่องระบายอากาศ ทอประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับหมื่นดวงบนท้องนภา ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นอายโอสถที่ลอยฟุ้งออกมา กลับทำให้ชีพจรในร่างของทุกคนเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ "นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร!" ปรมาจารย์โอสถเต้าหยวน ผู้ชราภาพจนผมเผ้าขาวโพลน ส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงจนเนื้อตัวสั่นเทา เขาคือนักหลอมโอสถระดับห้าผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนรกร้างนี้ ทว่าในเวลานี้ มือทั้งสองข้างที่กุมคทายาอยู่กลับชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ สิ่งที่หลงเฟยกำลังทำอยู่หาใช่การหลอมโอสถธรรมดาไม่ แต่มันคือการ 'ฝืนลิขิตฟ้า' ดัดแปลงโครงสร้างของสมุนไพรพิษให้กลายเป็นทิพย์โอสถบริสุทธิ์ภายในเวลาเพียงชั่วก้านธูปเดียว! หลงเฟยยืนสงบนิ่ง แขนเสื้อยับย่นเล็กน้อยจากการควบคุมเปลวเพลิงวิญญาณ เขามิได้แสดงความยินดีหรือลำพองใจแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย เยือกเย็น และคมคายดั่งคมกระบี่ที่ยังไม่ชักออกจากฝัก นิ้วเรียวยาวสะบัดเบาๆ กลางอากาศ อักขระปราณนับพันตัวพุ่งเข้าประสานกับเตาหลอมราวกับฝูงผีเสื้อบินเข้ากองไฟ *ตูมมม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลังจนผนังศิลาแกร่งของห้องหลอมสั่นสะเทือน ไอหมอกสีทองสลายวับไป ทิ้งไว้เพียงเม็ดโอสถเก้าเม็ดที่กลมกลึง เปล่งรัศมีเจิดจ้า และมีลวดลายมังกรทองสลักอยู่บนผิวโอสถอย่างชัดเจน ทุกเม็ดบริสุทธิ์ถึงเก้าสิบเก้าส่วน! ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เต้าหยวนจะทรุดตัวลงคุกเข่าโครวใหญ่ ศีรษะกระแทกพื้นศิลาเสียงดังสนั่นด้วยความเคารพยำเกรงถึงขีดสุด "คารวะ... คารวะท่านปรมาจารย์!" เสียงของเต้าหยวนสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันและละอายใจ "ข้าน้อยตาหามีแววไม่ ขุดหินพบหยกแท้แต่กลับมองไม่ออก การควบคุมไฟและทักษะการผสานพิษนี้... เหนือล้ำกว่าตำราโบราณนับพันปี! ข้าน้อยยินดีก้มหัวคารวะท่านเป็นอาจารย์!" เหล่าศิษย์และผู้คุ้มกันในห้องต่างพากันคุกเข่าลงตามอย่างพร้อมเพรียงกัน ความนอบน้อมและหวาดกลัวฉายชัดบนใบหน้าของทุกคน ในโลกยุทธภพผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์ หลงเฟยใช้เพียงฝีมือและปัญญาตบหน้าผู้ดูถูกเหยียดหยามได้อย่างเจ็บแสบและงดงามยิ่ง ในมุมมืดของห้องพักผ่อนด้านข้าง ร่างอรชรในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนพิงเสาไม้แกะสลัก มู่หรงเสวี่ยทอดมองแผ่นหลังอันสง่างามของชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลึกล้ำและอ่อนโยนอย่างยิ่งยวด นางเซียนผู้เย็นชาต่อโลกหล้า ไร้ซึ่งความรู้สึกต่อสรรพสิ่งทั้งปวง บัดนี้หัวใจกลับเต้นรำด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด มีเพียงเขาผู้เดียว... ที่สามารถหลอมละลายน้ำแข็งพันปีในทรวงอกของนางได้ *เจ้าคนไร้ยางอายผู้นี้... ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ก็มักจะดึงดูดสายตาผู้คนให้ต้องสยบให้อยู่ร่ำไป* มุมปากอิ่มของมู่หรงเสวี่ยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มจนหมู่มวลดอกไม้ต้องอับเฉา น่าเสียดายที่ภาพนี้มีเพียงสายลมยามราตรีเท่านั้นที่ได้ยลโฉม หลงเฟยปรายตามองเต้าหยวนที่ยังคงหมอบกราบอยู่บนพื้น น้ำเสียงราบเรียบทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันเอ่ยขึ้น "ลุกขึ้นเถอะ วิชาโอสถของเจ้ายังมีช่องโหว่อีกมาก วันหลังหากมีเวลาว่าง ค่อยมาให้ข้าชี้แนะเพิ่มเติม" "ขอบพระคุณท่านปรมาจารย์!" เต้าหยวนโขกศีรษะอีกครั้งด้วยความปีติยินดี ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง จู่ๆ เปลวเพลิงสีครามที่จุดไว้ตามผนังห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ อากาศทั่วทั้งบริเวณลดฮวบลงจนกลายเป็นน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านค่ายกลป้องกันเข้ามาอย่างไร้ร่องรอย ราวกับภูตผีปีศาจจากขุมนรกโลกันตร์ที่ก้าวเข้ามาในโลกมนุษย์ มู่หรงเสวี่ยหุบยิ้มทันที ร่างบางขยับวูบไปยืนเคียงข้างหลงเฟยอย่างรู้ใจ กระบี่เมฆาในฝักข้างกายส่งเสียงสั่นคำรามเบาๆ ราวกับเตือนภัยถึงอันตรายระดับมหันต์ "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่อวดดีเสียจริง กล้าอาจหาญถึงขั้นแย่งชิงความเป็นหนึ่งด้านโอสถในถิ่นของข้า!" เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับเสียงเหล็กขูดกันดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องบน ก่อนที่หลังคาห้องหลอมโอสถจะระเบิดออกเป็นจุล เศษกระเบื้องและเศษไม้ปลิวว่อน ท่ามกลางละอองฝนสีดำสนิทที่โปรยปรายลงมา เงาร่างหนึ่งสวมชุดคลุมยาวสีเลือด ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากกระดูกอสูร ยืนตระหง่านอยู่บนคานไม้ พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณขอบเขตสวรรค์ขั้นที่เจ็ดที่แผ่พุ่งกดทับจนทุกคนแทบกระอักเลือด! และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บนมือข้างขวาของมัน กำลังถือศีรษะชุ่มเลือดของผู้นำตระกูลสาขาหลักแห่งหอการค้าทิวาราตรี โยนลงมาแทบเท้าของหลงเฟยอย่างไม่แยแส! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและก้าวผ่านอุปสรรคไปกับข้าด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%