เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 23

พิษสลายโลหิตหมื่นศพ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบนาสิก ทว่าท่ามกลางความมืดมิดอันกดดันของหุบเขาอสูรโลกันตร์ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งกลับยืนหยัดสง่างามราวกับยอดเขาที่ไม่มีวันสลาย หลงเฟยปรายตามองกองทัพปีศาจระดับล่างนับหมื่นตนที่ส่งเสียงคำรามกึกก้อง ดั่งคลื่นมหาสมุทรสีนิลที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพชีวิตให้จมดิ่งสู่ขุมนรก ปราณทมิฬแผ่ซ่านปกคลุมท้องนภาจนรัตติกาลดูมืดมนยิ่งกว่าเดิม "มดปลวกเหล่านี้ ช่างน่ารำคาญเสียจริง..." น้ำเสียงของหลงเฟยราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าเต็มไปด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่อย่างถึงที่สุด เขาไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ เพราะสำหรับกองทัพปีศาจเดรัจฉานเหล่านี้ การใช้กระบี่นับเป็นการลดทอนเกียรติภูมิแห่งอดีตมหาเทพผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปไม่ไกลบนชะง่อนผาสูงชัน ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะกำลังยืนนิ่งสนิท มู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้เย็นชาและสง่างามแห่งสำนักกระบี่เมฆา ดวงตาคู่คมกริบดั่งกระบี่เพชรจ้องมองบุรุษเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน แม้นางจะเยือกเย็นต่อโลกหล้าและผู้คนนับหมื่น แต่วินาทีนี้ หัวใจที่เคยด้านชาของนางกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง นางคือผู้เดียวที่รู้ซึ้งว่าภายใต้ท่าทีเยือกเย็นของหลงเฟย แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวและอันตรายเพียงใด นางกำกระบี่ในมือแน่น พร้อมจะทะยานเข้าไปช่วยเหลือเขาทุกเมื่อ หากมีสิ่งใดเกินเลยกว่าการควบคุม "หลงเฟย... ท่านอย่าได้ประมาทเด็ดขาด" มู่หรงเสวี่ยรำพึงกับตัวเองแผ่วเบา สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน ดั่งล่วงรู้ถึงความกังวลในใจนาง หลงเฟยปรายตาขึ้นไปสบตากับดรุณีผู้สง่างามบนชะง่อนผาแวบหนึ่ง มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความอบอุ่นที่มอบให้เพียงนางผู้เดียว ราวกับจะบอกว่า *'สำหรับข้า พวกมันเป็นเพียงฝุ่นผง'* ทันใดนั้น หลงเฟยก็สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง อักขระโบราณสีทองนับพันตัวเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นกลางอากาศ ดุจดั่งดวงดาราที่ร่วงหล่นสู่พื้นพิภพ กลิ่นอายโบราณอันทรงพลังแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กดทับร่างของกองทัพปีศาจจนพวกมันถึงกับทรุดฮวบลงคุกเข่า เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วสารทิศ นี่คือวิชาพิษบรรพกาล... "พิษสลายโลหิตหมื่นศพ" ! ละอองหมอกสีม่วงอมเขียวจางๆ ลอยคว้างออกจากปลายนิ้วของเขา มันดูงดงามราวกับกลุ่มควันยามอัสนีบาตกระทบยอดเขา ทว่าเมื่อละอองพิษเหล่านั้นสัมผัสถูกปีกหรือเกราะของกองทัพปีศาจระดับล่าง ปฏิกิริยากลับเกิดขึ้นในชั่วพริบตาราวกับไฟลามทุ่ง เลือดเนื้อภายในร่างของพวกมันเดือดพล่าน ส่งเสียงดัง 'ฟู่' คล้ายน้ำมันเดือดราดลงบนแผ่นเหล็กเผาไฟ "อ๊ากกกกก—!" เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานดังประสานกันระลอกแล้วระลอกเล่า ปีศาจตนแล้วตนเล่าร่างสลายกลายเป็นไอพิษสีดำโดยไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะชักอาวุธขึ้นมาป้องกันตัว ปราณทมิฬที่พวกมันภาคภูมิใจถูกกัดกร่อนและสลายหายไปในพริบตา ราวกับหิมะที่ต้องแสงอาทิตย์ในยามเที่ยงวัน พื้นดินที่เคยแห้งแล้งบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยหยาดโลหิตที่ถูกหลอมละลายกลายเป็นทะเลเพลิงพิษ ความตายอันเงียบงันและรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดนี้ ทำให้เหล่าแม่ทัพปีศาจระดับสูงที่ซ่อนตัวอยู่หลังกองทัพถึงกับใบหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พวกมันไม่เคยพบเห็นวิชาพิษใดที่ทรงอานุภาพและไร้ความปรานีถึงเพียงนี้มาก่อน หลงเฟยยืนตระหง่านท่ามกลางทะเลเพลิงพิษ ลมหายใจของเขาไม่มีความเหนื่อยหอบแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้นทอประกายเย็นชาดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ที่บังอาจขวางทางได้ทุกเมื่อ มู่หรงเสวี่ยที่มองดูเหตุการณ์อยู่เบื้องบนผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามล่มเมือง รอยยิ้มที่หากผู้ใดในยุทธภพได้พบเห็นคงต้องยอมสยบชีวิตให้ แต่นางมอบความงดงามนี้ให้แก่บุรุษเบื้องล่างผู้เดียวเท่านั้น ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในกำมือของหลงเฟย และกองทัพปีศาจระดับล่างถูกกวาดล้างจนราบคาบในเวลาเพียงชั่วก้านธูปเผาหมด... แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของหลงเฟยก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด ท้องฟ้าที่เคยถูกชำระล้างด้วยละอองพิษ กลับถูกย้อมด้วยสีเลือดฉานอีกครั้งในพริบตา เสียงคำรามต่ำทุ้มอันน่าสะพรึงกลัวดังมาจากมิติเบื้องล่าง ดั่งเสียงสะท้อนจากขุมนรกที่ลึกที่สุด ร่างเงาดำมหึมาสายหนึ่งค่อยๆ ก้าวทะยานขึ้นมาจากรอยแยกของปฐพี แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์ปีศาจแผ่พุ่งจนมู่หรงเสวี่ยบนชะง่อนผาถึงกับต้องกระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้นทันที "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นพิษที่ยอดเยี่ยมนัก มนุษย์น้อย เจ้าทำให้ข้าต้องเสียกองทัพไร้ค่าไปถึงหมื่นตน แลกกับการที่เจ้าต้องสังเวยด้วยดวงวิญญาณและกระดูกของเจ้าเอง!" เงาดำนั้นปรากฏร่างเป็นยักษ์ษาแปดกร สวมเกราะกระดูกโลหิต ดวงตาสดดั่งโลหิตคู่ใหญ่จดจ้องมาที่หลงเฟยด้วยจิตสังหารอันรุนแรง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บนหน้าผากของมัน มีตราประทับโบราณรูป "ดอกบัวโลหิตเจ็ดกลีบ" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของขุมกำลังลับที่ควรจะสูญสลายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล! (ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%