โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาโบราณ ส่งเสียง "ซ่า" ราวกับน้ำกรดเข้มข้นที่กำลังกัดกร่อนวิญญาณแห่งปฐพี
"หหลงเฟย... เจ้าคิดว่าวิถีกระบี่สามัญของมนุษย์ จะต้านทาน ‘ปราณมารโลหิตสวรรค์’ ของข้าได้กระนั้นหรือ?"
เสียงคำรามนั้นดังก้องกังวานราวกับเสียงอสุนีบาตจากขุมนรก แม่ทัพปีศาจ 'เซี่ยเทียนเซียว' ร่างกายสูงใหญ่แปดฟุต กล้ามเนื้อทุกมัดปูดโปนด้วยเส้นเลือดสีครามที่อัดแน่นด้วยพลังมารมืดมิด ดวงตาสดสีโลหิตคู่นั้นจ้องมองบุรุษหนุ่มชุดคลุมสีขาวที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตากระหายเลือด ไอพิษและกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ขยายปกคลุมรัศมีร้อยลี้จนแม้แต่พฤกษาในป่าโบราณยังเหี่ยวเฉาลงในพริบตา
หลงเฟยมิได้สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่ของเขาฉายแววเยือกเย็นและดูแคลน ร่างโปร่งบางในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาตัดกับบรรยากาศอันอเวจีโดยรอบได้อย่างน่าประหลาด มือเรียวยาวกุมด้ามกระบี่โบราณไว้มั่น นิ้วมือเรียวขาวราวหยกสลักขยับเพียงเล็กน้อยเพื่อปรับลมปราณในตันtian (ตันเถียน)
"วิถีกระบี่ของข้า..." หลงเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจกดดันจนคู่สนทนาต้องชะงัก "...ไม่ต้องใช้ความยิ่งใหญ่ของสวรรค์มาหนุนหลัง เพียงแค่ใจที่ไร้ความกลัว และคมกระบี่ที่พร้อมตัดขั้วหัวใจของพวกเดรัจฉานอย่างเจ้า ก็เพียงพอแล้ว"
เซี่ยเทียนเซียวแค่นหัวเราะด้วยความโกรธเกรี้ยว ดาบยักษ์ในมือมารสะบัดออก เกิดเป็นคลื่นกระแทกสีดำสนิทพุ่งแหวกอากาศฉีกกระชากมิติเป็นรอยแยกน่ากลัว "ปากดีนัก! งั้นก็จงดับสูญไปพร้อมกับความยโสของเจ้าเสีย!"
ตูม!
คลื่นปราณมารพุ่งทะยานเข้าประชิดตัวในชั่วพริบตา ทว่า ก่อนที่คมดาบจะถึงตัวหลงเฟย ร่างของสตรีผู้หนึ่งก็เคลื่อนไหวราชาเซียนเหินฟ้า นางลอยตัวลงมาขวางกั้นระหว่างคนทั้งสองอย่างสง่างาม
มู่หรงเสวี่ย!
นางเซียนผู้เยือกเย็นและงดงามราวภาพวาด ชายผ้าขาวพลิ้วไหวตามแรงลมปราณ ในมือถือกระบี่น้ำแข็ง "เหมันต์จันทรา" ที่แผ่ไอเย็นเยือกแข็งระดับสามารถแช่แข็งวิญญาณได้ ดวงตางามลึกล้ำดั่งห้วงน้ำแข็งไร้ก้นบึ้งมองแม่ทัพปีศาจด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
"ผู้ใดรังควานเขา..." เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์เอ่ยขึ้น "ผู้นั้นต้องก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน"
เซี่ยเทียนเซียวหรี่ตาลง หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ! นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็แม่นางแห่งสำนักกระบี่เมฆา เจ้าคิดว่าลำพังฝีมือของเจ้ากับไอ้เด็กเหลือขอผู้นี้ จะทานทนพลังระดับบรรพชนมารของข้าได้หรือ? ดีนัก! วันนี้ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้ตายตกไปตามกัน!"
สิ้นเสียง ท้องนภาสีครามพลันเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆหมอกทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ ปราณมารนับแสนสายพรั่งพรูลงมาจากฟากฟ้าดั่งห่าฝนโลหิต ทุกหยดที่ตกกระทบพื้นสร้างหลุมลึกนับร้อยวา นี่คือขอบเขตพลังที่แท้จริงของแม่ทัพปีศาจผู้บัญชาการกองทัพอสูร
หลงเฟยเหลือบมองมู่หรงเสวี่ยที่ยืนเคียงข้าง แววตาที่มักจะเย็นชาไร้ความรู้สึกยามเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกและไว้ใจอย่างที่สุด เขายกมือขึ้นแตะไหล่บางเบาๆ
"เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าถอยไปก้าวหนึ่ง..." หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคงยิ่ง
มู่หรงเสวี่ยหันมาสบตาเขา หัวใจดวงน้อยที่ด้านชาต่อโลกหล้ามาเนิ่นนานกลับเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง นางพยักหน้ารับช้าๆ โดยไม่เอ่ยวาจาใด แม้ศัตรูเบื้องหน้าจะเป็นขุนศึกมารผู้สะท้านยุทธภพ แต่นางเชื่อมั่น... ตราบใดที่ยังมีบุรุษผู้นี้อยู่เคียงข้าง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์ นางก็ไม่หวั่นเกรง
"ระวังตัวด้วย..." นางเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะถอยฉากออกไปตั้งค่ายกลกระบี่ปกป้องพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว
หลงเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ปราณเซียนบริสุทธิ์และพิษโลหิตมังกรในร่างผสานหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ แสงสีทองและสีม่วงเข้มพวยพุ่งทะยานจากร่างของเขาทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกกลุ่มเมฆทมิฬจนเกิดเป็นช่องว่างให้แสงจันทร์เพ็ญสาดส่องลงมาต้องร่างของเขาพอดี ร่างของเขาดูราวกับเทพเซียนและมารจุติในร่างเดียวกัน
"เซี่ยเทียนเซียว..." หลงเฟยเอ่ยชื่อมันด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดึงกระบี่ออกจากฝักช้าๆ เสียง "กริ๊บ" ของคมเหล็กเสียบสีกับฝักกระบี่ดังกังวานบาดแก้วหู ราวกับเสียงมัจจุราชเคาะประตูเรียกวิญญาณ "...เจ้าบอกว่าวิถีกระบี่ของข้าไร้ค่า งั้นจงเบิกเนตรโง่เขลาของเจ้าดูให้เต็มตา ว่ากระบี่นี้ สยบฟ้าและสังหารมารได้อย่างไร!"
วิ้ง!
ประกายกระบี่สีทองเจิดจ้าบาดตาพุ่งทะยานออกจากฝัก มันไม่ใช่แค่ลำแสงธรรมดา แต่มันคือ ‘วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์’ ที่หลอมรวมจากประสบการณ์ของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด พลังปราณระเบิดออกรัศมีพันลี้ แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย
แม่ทัพปีศาจสีหน้าเปลี่ยนสีในเสี้ยววินาที ความเย่อหยิ่งทลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจที่ผุดขึ้นจากก้นบึ้งของวิญญาณมาร
ทว่า... ในวินาทีที่กระบี่เล่มนั้นกำลังจะพุ่งทะลวงร่างของแม่ทัพปีศาจให้แหลกเป็นจุล พื้นดินเบื้องล่างที่ควรจะร้างผู้คน กลับมีไอหมอกสีเขียวมรกตพวยพุ่งขึ้นมาอย่างไร้สุ้มเสียง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าอันคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความโกลาหล
"ฮี่ๆๆ... หลงเฟย เจ้าช่างใจร้อนเสียจริง รังแกเด็กน้อยตระกูลมารเช่นนี้ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ?"
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกพิษ ร่างนั้นสวมชุดคลุมลายร้อยอสรพิษ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมหน้ากากกระดูกสัตว์ประหลาด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... กลิ่นอายพลังของมัน กลับเหนือกว่าแม่ทัพปีศาจเซี่ยเทียนเซียวถึงสามเท่า!
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 24
การปะทะกับแม่ทัพปีศาจ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!