โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นศิลาโบราณ เสียง *ติ๋ง... ติ๋ง...* ดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตายในโถงถ้ำมืดมิด ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและไอความมืดที่ยังคงหลงเหลือจากการระเบิดของพลังระดับราชันย์ปีศาจ ร่างของเงาร่างหนึ่งยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้ว่ากระดูกทั่วร่างจะส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบดั่งกิ่งไม้แห้งที่ถูกหัก
หลงเฟยปักกระบี่อัคคีทมิฬลงกับพื้นเพื่อพยุงร่างอันบอบช้ำ ปราณแท้จริงในตันเถียนของเขากำลังปั่นป่วนราวกับคลื่นพายุซัดสาด เส้นชีพจรทั่วร่างแตกซ่านจากการฝืนโคจรวิชา "วิถีกระบี่กลืนนภา" ขั้นสมบูรณ์เพื่อต้านทานการโจมตีระดับทำลายล้างเมื่อครู่ การเอาชนะราชันย์ปีศาจโลหิตไม่ใช่เรื่องง่าย ยุทธภพเบื้องบนอาจมองว่าเขาเป็นปีศาจผู้เหี้ยมโหด แต่มีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดีว่า ค่าตอบแทนของการฝืนลิขิตฟ้าท้าทายพลังระดับนั้นคือความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เพียงเอื้อมมือ
"พี่หลงเฟย!"
เสียงอุทานที่ปกติมักจะราบเรียบและเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขา บัดนี้กลับสั่นเครือและเต็มไปด้วยความตระหนก มู่หรงเสวี่ยพุ่งร่างเข้ามารับร่างที่กำลังจะทรุดลงของเขา อ้อมแขนของนางเซียนผู้สูงส่งสั่นเทวาทันทีที่สัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุผสมกับความเย็นเยียบของพิษร้ายที่แผ่ออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์บนอกของชายหนุ่ม
ดวงตาคู่งามที่เคยทอดมองโลกหล้าด้วยความหยิ่งผยองและห่างเหิน บัดนี้กลับเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง นางรีบโคจรปราณกระบี่เมฆาบริสุทธิ์เพื่อถ่ายเทเข้าไปในร่างของเขาอย่างไม่คิดชีวิต แม้จะรู้ว่าพลังปราณของตนอาจสร้างความเสียหายเพิ่มแก่เส้นชีพจรที่บอบช้ำของอีกฝ่ายก็ตาม
"อย่า... เสียปราณโดยเปล่าประโยชน์ เสวี่ยเอ๋อร์..." เสียงของหลงเฟยแหบพร่าและแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนริมฝีปากที่ซีดเซียว ดวงตาคมกริบของเขายังคงทอประกายแห่งความทะนงตนแม้ในยามที่ลมหายใจรดริน "ข้ายังไม่ตาย... ยมทูตยังไม่มีสิทธิ์มารับตัวข้าไปง่ายๆ หรอกครับ"
"ท่านดื้อรั้นเกินไปแล้ว..." มู่หรงเสวี่ยกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางใช้มือข้างหนึ่งประคองแผ่นหลังที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและโลหิตของเขา ส่วนมืออีกข้างกดจุดชีพจรสำคัญเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายไม่ให้ลุกลามเข้าสู่หัวใจ ความเยือกเย็นทั้งหมดที่นางฝึกฝนมานับสปีดปีจากสำนักกระบี่เมฆา ล้วนพังทลายลงสิ้นเมื่อเห็นบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจและเสาหลักแห่งจิตวิญญาณต้องมารับความเจ็บปวดแทนโลกหล้าเช่นนี้
"ในยุทธภพนี้... มีเพียงความตายและความเป็นที่ยุติธรรมที่สุด" หหลงเฟยกระอักโลหิตออกมาอีกคำใหญ่ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเรื่อยๆ แต่แววตายังคงคมปลาบ "ข้าเหยียบย่างบนเส้นทางนี้โดยไม่เคยคิดก้มหัวให้ผู้ใด แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดชะตากรรมของข้า การบาดเจ็บครั้งนี้... เป็นเพียงราคาที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสรภาพที่แท้จริง"
บรรยากาศรอบกายเงียบสงัดลง มีเพียงเสียงหอบหายใจอันรวยรินของหลงเฟยและเสียงหัวใจของมู่หรงเสวี่ยที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัว ความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสียเขาไป นางซบใบหน้าลงกับอกเสื้อที่ชุ่มเลือดของเขา หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่ารดลงบนบาดแผล แต่นางหาได้สนใจไม่ นางถ่ายทอดพลังปราณทั้งหมดที่มีเพื่อหล่อเลี้ยงลมหายใจของเขา ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำลึกลับ ความอบอุ่นจากสายสัมพันธ์ที่ไร้คำพูดได้หลอมรวมดวงวิญญาณของทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น
ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันกำลังโอบล้อมทั้งสองไว้ และหลงเฟยกำลังจะปิดเปลือกตาลงเพื่อโคจรพลังรักษาอาการบาดเจ็บภายใน...
*ครืนนน!*
พื้นศิลาเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงอีกครั้ง ไอสังหารสีม่วงเข้มพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของพื้นดินราวกับอสรพิษนับหมื่นตัว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานที่ไม่ได้มาจากราชันย์ปีศาจตนก่อนหน้านี้ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง—เสียงของผู้ที่ควรจะดับสูญไปแล้วจากคัมภีร์โบราณ!
"คิดว่าโค่นสุนัขรับใช้ได้แล้ว จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของแท้จริงไปได้งั้นหรือ... หลงเฟย เจ้าช่างไร้เดียงសเสียจริง"
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ บังแสงจันทร์เพ็ญจนมืดมิด พร้อมกับปลายกระบี่สีเลือดที่จ่อตรงมายังจุดที่พวกเขานั่งอยู่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 25
ชัยชนะและการบาดเจ็บ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!