ความตาย... มักมาเยือนในยามที่มนุษย์เผลอไผลคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า
เงาร่างที่ปรากฏเบื้องหน้ามีความสูงไล่เลี่ยกัน ทว่ากลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมาจากตัวของมันกลับดำมืดและบิดเบี้ยวราวกับเงาของอสูรไร้ร่าง ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมิได้สะท้อนความรู้สึกใดๆ นอกจากความว่างเปล่าที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง
หลงเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย ปราณกระบี่ในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างเชี่ยวกรากราวกับพายุหมุนในมหาสมุทร แม้เบื้องหน้าจะคือ "ตัวตน" ที่สะท้อนมาจากห้วงสำนึกหรือภาพลวงตาอันน่าสะพรึงกลัว ทว่าสัญชาตญาณของมหาเทพผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนบอกเขาชัดเจนว่า—คมดาบที่จ่ออยู่บนลำคอของมู่หรงเสวี่ยนั้น หาใช่ภาพมายาไม่!
"เจ้าเป็นใครกันแน่?" น้ำเสียงของหลงเฟยราบเรียบ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศรอบกายพลันหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
บุคคลปริศนาผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันกับเขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและดุดัน "ข้าหรือ... ข้าก็คือความทะนงตนที่เจ้าพยายามกดมันเอาไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตวิญญาณอย่างไรเล่า หลงเฟย เจ้าคิดว่าการกลับชาติมาเกิดในร่างของศิษย์สวะสำนักกระบี่เมฆานี้ จะทำให้เจ้าหลุดพ้นจากบาปในอดีตได้งั้นหรือ? หึ... น่าขันสิ้นดี"
ฉับพลันนั้น ปลายกระบี่ที่จ่อลำคอของมู่หรงเสวี่ยก็กดลึก1ลงไปจนหยดเลือดสีแดงสดซึมไหลออกมาอาบผิวเนียนละเอียดดั่งหยกขาว นางเซียนผู้เยือกเย็นต่อโลกหล้า แม้เผชิญหน้ากับความตายยังไม่เคยเปลี่ยนสีหน้า แต่ในยามนี้ ดวงตากลับจับจ้องมาที่หลงเฟยด้วยความห่วงใยลึกซึ้งที่ยากจะเอ่ยเป็นคำพูด
"อย่าสนใจข้า..." เสียงหวานใสที่มักเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูหนาว เอ่ยกระซิบแผ่วเบา ทว่ามั่นคงยิ่ง "กระบี่ของท่าน... มีไว้เพื่อทะยานสู่ฟ้า มิใช่เพื่อก้มหัวให้ภาพลวงตาชั่วช้าเช่นนี้"
คำพูดของนางเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจของหลงเฟย ในอกของเขาร้อนรุ่มขึ้นมาทันที ความรู้สึกผิดบาปและความโกรธเกรี้ยวหลอมรวมกันเป็นพลังปราณที่ระเบิดทะลักออกมาจากร่างจนพื้นดินรอบกายแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม
"ผู้ใด... อนุญาตให้เจ้าแตะต้องนางกัน?"
สิ้นเสียงคำรามต่ำอย่างดุดัน ร่างของหลงเฟยก็เลือนหายไปจากจุดเดิมในพริบตา วิชาตัวเบา "ย่างก้าวเงาอัสนี" ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด อากาศเบื้องหน้าเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งไว้เพียงรอยแยกของมิติที่บิดเบี้ยว
เงาปริศนาหรี่ตาลงด้วยความตกใจ มันไม่คาดคิดเลยว่าหลงเฟยจะกล้าลงมือโดยไม่สนแม้แต่ความปลอดภัยตัวประกัน มันรีบตวัดกระบี่หมายจะปลิดชีพลู่หรงเสวี่ยเพื่อใช้เป็นโล่กำบัง ทว่า—
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีครามเข้มสว่างวาบขึ้นราวกับดาราดับแสงในยามวิกาล หลงเฟยมิได้พุ่งเข้าใส่เงาปริศนาโดยตรง แต่เขาใช้ "เคล็ดกระบี่กลืนวิญญาณ" ผสานเข้ากับพิษโลหิตสวรรค์ ดีดปลายนิ้วส่งหยดพิษสีม่วงเข้มพุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างแม่นยำดั่งจับวาง
หยดพิษพุ่งเข้ากระทบคมกระบี่ของเงาปริศนาอย่างจัง เสียงโลหิตเดือดพล่านดังขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมา แรงกระแทกอันรุนแรงทำให้เงาปริศนากระเด็นถอยหลังไปสามก้าว เปิดช่องว่างเพียงเสี้ยวลมหายใจให้หลงเฟยพุ่งเข้าไปคว้าตัวมู่หรงเสวี่ยเข้าสู่อ้อมแขนได้อย่างเฉียดฉิว
สัมผัสจากร่างบอบบางที่แนบชิดทำให้หัวใจที่ด้านชาของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่กระตุกวูบ กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางคล้ายดอกเหมยท่ามกลางหิมะโปรยปราย ช่วยชำระล้างจิตใจที่กำลังเดือดดาลให้สงบลงอย่างน่าประหลาด
"เจ้า... บาดเจ็บหรือไม่?" หลงเฟยเอמהถามเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาที่มักเยือกเย็นทอประกายความห่วงใยที่ยากจะปกปิดเป็นครั้งแรก
มู่หรงเสวี่ยส่ายศีรษะเบื้องหน้าเขา ดวงตาสองคราบน้ำใสๆ สะท้อนเงาของชายหนุ่ม ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ มีเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่หนาวเหน็บมาเนิ่นนาน นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติหลายส่วน "ตราบใดที่กระบี่ของท่านยังอยู่ในมือ... ข้าจะเกรงกลัวสิ่งใดบนโลกหล้าอีก?"
คำพูดของนางดั่งบทเพลงสวรรค์ที่ขับกล่อมจิตวิญญาณ หลงเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปาก ทว่าครานี้มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
"ดี... ในเมื่อมันอยากลองดีนัก วันนี้ข้าจะแสดงให้มันเห็นว่า ระหว่างของจริงกับของปลอม สิ่งใดสมควรสูญสลายไปตลอดกาล!"
หลงเฟยโอบประคองมู่หรงเสวี่ยไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างชักกระบี่มังกรทมิฬออกจากฝักอย่างช้าๆ เสียงคมกระบี่เสียดสีกับฝักดัง *กริ๊ง* กังวานก้องไปทั่วหุบเขาหมื่นพิษ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมฆหมอกพิษหนาทึบเบื้องบนถูกรัศมีกระบี่แหวกออกเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ในพริบตา
เงาปริศนาแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น มันประสานมือคำรามลั่น ร่างกายเริ่มขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นอสูรโลหิตขนาดยักษ์ที่มีกลิ่นอายสะท้านฟ้าดิน มันเงื้อมือฟาดลงมาหมายบดขยี้ทั้งสองให้แหลกเป็นจุล
ทว่า หลงเฟยหาได้สะท้านสะเทือนไม่ เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางเซียนสาวแผ่วเบา "จับให้แน่น... ข้าจะพาเจ้าไปแหกฟ้าสวรรค์ด้วยกัน"
กระบี่ในมือวาดออกเป็นวงโค้งสมบูรณ์แบบ แสงดาราเจิดจ้าผสานกับพิษหมื่นอสูรระเบิดออกเป็นประกายเพลิงสีครามและม่วงสลับซับซ้อน กลืนกินร่างของอสูรยักษ์หายลับไปในพริบตา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่า
ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกลับคืนมา และหมอกพิษเริ่มจางลง หลงเฟยกลับต้องขมวดคิ้วมุ่น เมื่อพบว่าเศษซากของเงาปริศนาที่ถูกทำลาย มิได้สลายกลายเป็นความว่างเปล่า แต่มันกลับรวมตัวกันใหม่กลายเป็น "อักขระโบราณ" ลึกลับสลักอยู่บนหน้าผาหินเบื้องหน้า—
*อักขระนั้น... คือชื่อของ "มารสวรรค์บรรพกาล" ผู้เป็นศิษย์พี่ร่วมสำนักในชาติภพก่อนของเขาเอง!*
รดด้วยความขอบคุณจากใจจริง: ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และสายหมอกพิษมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 14
ประกายกระบี่ประสานใจ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!