เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 13

พบพานนางเซียนผู้เย็นชา

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"กาลเวลามิได้หยุดนิ่งเพราะความสงสัยของเจ้า... หากแต่มันหยุดลง เพราะเจ้ายังมิคู่ควรจะเดินเคียงข้างกับความจริง" เสียงกระซิบอันเย็นเยียบดังก้องกังวานอยู่ภายในห้วงจิตสำนึกที่ถูกแช่แข็ง หลงเฟยในยามนี้ทำได้เพียงเบิกตากว้างมองภาพบุรุษผู้มีใบหน้าพิมพ์เดียวกันบนยอดไม้ไผ่ ภาพนั้นพร่าเลือนลงพร้อมกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกกระจายราวกับแผ่นกระจกต้องสาป ทว่า ชั่วพริบตาที่ลมหายใจของเขาเกือบจะหยุดชะงักตามกาลเวลา เม็ดโลหิตสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ใต้ชีพจรก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง! *เปรี้ยง!* คลื่นพิษโลหิตสายหนึ่งแผ่พุ่งทะยานจากจุดตันเถียนทำลายล้างพันธนาการแห่งกาลเวลาจนแหลกสลาย หลงเฟยสำลักโลหิตสีดำออกมาคำโต ร่างกายเซถอยหลังไปสามก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรัศมีวงกว้าง ทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองยอดไม้ไผ่อีกครั้ง ความว่างเปล่ากลับคืนสู่บรรยากาศ มีเพียงเกล็ดน้ำแข็งที่ร่วงหล่นลงมาจากใบไม้ราวกับหิมะโปรยปรายกลางฤดูร้อน "วิชาสลายวิญญาณห้วงมิติ... หรือว่ามันคือเงาตามเงาของเคล็ดกระบี่กลืนฟ้า?" แววตาของหลงเฟยหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายเย็นเยือก อดีตมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดเช่นเขาย่อมรู้ดีว่า การถูกก๊อปปี้ตัวตนหรือแม้แต่เจตจำนงกระบี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ยุทธภพเบื้องหน้านี้ลึกล้ำและอันตรายกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากนัก *ฉับพลัน!* สายลมรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นคมดาบอันแหลมคม กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำค้างบนยอดเขาหมื่นปีแผ่ซ่ายกดดันลงมาจากฟากฟ้า มันมิใช่เจตంటฆ่าฟันธรรมดา หากแต่เป็น "เขตแดนกระบี่" ที่กดทับลงมาจนลมหายใจของสรรพสิ่งต้องหยุดชะงัก ร่มเงาของหมู่แมกไม้ไหววอน เสียงกระบี่สั่นระริกราวกับหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลงเฟยสะบัดชายเสื้อคราส พลังปราณมังกรฟ้าพุ่งทะยานขึ้นต้านทานแรงกดดันโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบมองไปยังเบื้องหน้า ที่ตรงนั้น ท่ามกลางละอองหิมะโปรยปรายอันงดงามราวกับภาพวาด ปรากฏร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนสง่างามอยู่บนยอดไผ่เรียว นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเซียนสวรรค์ เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายพลิ้วไหวตามแรงลม ใบหน้ารูปไข่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี คิ้วเรียวราวกับคันศร ดวงตาดั่งห้วงน้ำลึกที่ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ ในมือเรียวบางดั่งหยกขาวถือกระบี่ฝักสีฟ้าครามที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมาตลอดเวลา มู่หรงเสวี่ย... ศิษย์เอกผู้สง่างามและเยือกเย็นแห่งสำนักกระบี่เมฆา เจ้าของฉายา "กระบี่น้ำแข็งสะท้านฟ้า" นางกวาดสายตาคู่นั้นมองหลงเฟยด้วยความว่างเปล่า ราวกับเขามิใช่สิ่งมีชีวิต หากแต่เป็นเพียงก้อนกรวดริมทางที่ไร้ค่าต่อการใส่ "ศิษย์สำนักกระบี่เมฆา... เหตุใดจึงมาป้วนเปี้ยนอยู่ ณ เขตหวงห้ามตระกูลหลง?" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพลังกดดันระดับปราณก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์ที่พร้อมจะบดขยี้กระดูกคนฟังได้ทุกเมื่อ หลงเฟยไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง เขากลับยกยิ้มมุมปากรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทาย สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงและกระบี่ในมือของนางอย่างเปิดเผย มิได้มีความเกรงกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย "เขตหวงห้ามอันใด? ใต้หล้าanนี้ มีสถานที่ใดที่ 'หลงเฟย' ผู้นี้เหยียบย่างมิได้ด้วยหรือ?" น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าทรงพลังและเปี่ยมด้วยความทะนงตนในวิถีกระบี่อย่างเต็มเปี่ยม มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย นางไม่เคยพบเจอผู้ใดที่มีสายตากล้าหาญและบังอาจถึงเพียงนี้มาก่อน ศิษย์สายในหรือแม้แต่ผูอาวุโสสำนักต่างๆ เมื่อเผชิญหน้ากับนาง ต่างก็ต้องก้มหัวนอบน้อมด้วยความหวาดกลัว แต่มนุษย์ผู้นี้... ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยการบาดเจ็บและคราบพิษ ชัดเจนว่าเป็นเพียงศิษย์สวะที่ไร้รากปราณบริสุทธิ์ ไฉนจึงมีรัศมีของมหาเทพผู้สูงส่งแผ่ออกมาจากแววตานั้นเล่า? "รนหาที่ตาย" คำพูดเพียงสามคำหลุดออกจากริมฝีปากบางเฉียบของมู่หรงเสวี่ย ร่างระหงของนางหายวับไปจากยอดไม้ไผ่ราวกับภูตผี ความเร็วนั้นเหนือล้ำจนแทบมองไม่เห็นเงา ประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กระบี่น้ำแข็งสะท้านฟ้าถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว แต่อากาศรอบตัวกลับกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมนับหมื่นเล่มพุ่งเข้าหาหลงเฟยในพริบตา! นี่คือ "วิหากระบี่เหมันต์นิรันดร์" เคล็ดวิชาขั้นสูงที่สามารถแช่แข็งได้แม้กระทั่งวิญญาณ! หลงเฟยหรี่ตาลง สัญชาตญาณการต่อสู้ของอหาเทพตื่นเต็มที่ เขามิได้หลบเลี่ยง นิ้วมือข้างหนึ่งดีดออกอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงแหวกอากาศ หยดโลหิตพิษสวรรค์หลอมรวมเข้ากับเจตภูตกระบี่ในร่าง ปราณกระบี่สีทองแดงผสมสีดำสนิทระเบิดออกรอบตัว กลายเป็นโล่ป้องกันรูปมังกรคำราม! *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันของปราณกระบี่ทั้งสองสายสว่างวาบท้องฟ้า ร่างของหลงเฟยไถลไปกับพื้นดินเกือบสิบเมตร รอยเท้าลึกปรากฏชัดเจน ทว่าเขายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับทอประกายความสนุกสนานและลุ่มลึกอย่างประหลาด มู่หรงเสวี่ยหยุดร่างลงห่างจากเขาไปสามจั้ง นางหรี่ตามองหลงเฟยด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี วิชาของนาง เหตุใดจึงถูกทำลายกระบวนท่าด้วยปราณระดับต่ำเช่นนี้ได้? และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นที่มองนาง มันไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความลึกล้ำที่ชวนให้ค้นหา บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีด ไอความเย็นจากกระบี่น้ำแข็งและไอพิษทมิฬพวยพุ่งเข้าปะทะกันระลอกแล้วระลอกเล่า ทว่าในวินาทีที่มู่หรงเสวี่ยกำลังจะชักกระบี่ออกจากฝักเพื่อสะบั้นศีรษะของบุรุษผู้บังอาจผู้นี้ให้สิ้นซาก สายลมกรรโชกแรงก็พัดผ่านเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังขึ้นจากเบื้องหลังของนางเอง! "ฮ่าๆๆ... สมแล้วที่เป็นทายาทแห่งตระกูลหลง แต่น่าเสียดาย... เจ้ายังช้าไปก้าวหนึ่ง" มู่หรงเสวี่ยและหลงเฟยเบิกตากว้างพร้อมกันเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังปราณลึกลับที่เหนือล้ำกว่าขอบเขตหลอมรวมลมปราณหลายเท่าตัวกำลังพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ และเมื่อเงาร่างนั้นปรากฏชัดเจนขึ้นภายใต้แสงจันทร์... หลงเฟยก็ต้องตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังมู่หรงเสวี่ย หาใช่ใครอื่นไม่... หากแต่เป็นตัวเขาเองอีกคนหนึ่ง! ที่สวมชุดคลุมสีดำสนิท และกำลังใช้ปลายกระบี่จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของมู่หรงเสวี่ยอย่างแนบเนียน! "อย่าขยับ... มิเช่นนั้น นางเซียนผู้นี้จะกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งที่ไร้ลมหายใจไปตลอดกาล" บุคคลปริศนาผู้มีใบหน้าเหมือนหลงเฟยทุกประการเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ขณะที่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจับจ้องมาที่หลงเฟยราวกับผู้ล่ากำลังมองเหยื่อในกรงขัง เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%