เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 4

พิษโลหิตมังกรเพลิง

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายความคาวเลือดและควันสีครามจากการเผาไหม้สมุนไพรวิญญาณยังคงคละคลุ้งอยู่ในห้องลับใต้ดิน อุณหภูมิรอบกายสูงเสียดฟ้าจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก หลงเฟยยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักหยกหินผา ดวงตาคู่นคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องไปที่หม้อโอสถสำริดโบราณที่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ไอหมอกสีดำทมิฬที่ผสมผสานด้วยกลิ่นอายโลหิตกำลังพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน ก่อตัวเป็นรูปเงาอสรพิษเพลิงเก้าเศียรที่กำลังอ้าปากคำรามอย่างไร้เสียง นี่คือ "โอสถโลหิตมังกรเพลิง" โอสถระดับนภาขั้นสูงที่สูบฉีดจิตวิญญาณและสัจธรรมแห่งฟ้าดินมาหลอมรวมกัน หากเป็นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไป แค่สูดดมกลิ่นไอนี้เข้าไปเพียงนิดเดียว เส้นชีพจรทั่วร่างคงระเบิดแหลกละเอียดเป็นจุล แต่สำหรับหลงเฟย... มหาเทพผู้เคยเหยียบย่ำดาราจักรและควบคุมความเป็นตายของสรรพชีวิต นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะใช้ฉีกกระชากพันธนาการแห่งขอบเขตพลังที่หลับใหลในร่างสวะนี้เสียที! "วิถีกระบี่ฝืนฟ้า การจะก้าวข้ามขีดจำกัด มิใช่การอ้อนวอนขอความเมตตาจากสวรรค์ แต่เป็นการใช้โลหิตและโอสถท้าทายกฏเกณฑ์ที่มันขีดเส้นไว้ต่างหาก..." หลงเฟยพึมพำกับตนเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสะท้อนก้องในความเงียบสงบ นิ้วเรียวยาวดั่งหยกสลักสะบัดวาดออกกลางอากาศเบาๆ อักขระปราณโลหิตนับร้อยตัวพลานเปล่งแสงสีแดงฉานพุ่งเข้ากดทับหม้อโอสถสำริดทันที เสียงคำรามของอสรพิษเพลิงในหม้อพลันเงียบลง เหลือเพียงหยดโอสถสีแดงดั่งเลือดสดๆ สามหยดที่กลมกลึงไร้ที่ติ ลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ ปลดปล่อยพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาเป็นระลอกๆ ในขณะเดียวกัน ที่มุมมืดของห้องลับ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูของ มู่หรงเสวี่ย ยืนสงบนิ่งดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง ดวงตางามล้ำที่มักจะเย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อผู้คนทั่วหล้า บัดนี้กลับทอประกายความห่วงใยและกังวลใจอย่างลึกซึ้งยามที่มองแผ่นหลังอันทะนงองอาจของบุรุษผู้นี้ นางกระชับกระบี่เมฆาในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปราณเย็นเยียบแผ่ซ่านเพื่อช่วยต้านทานไอร้อนระอุที่อาจเล็ดลอดเข้าทำร้ายหลงเฟย "เฟยหลาง... เจ้ามั่นใจเพียงใด?" น้ำเสียงหวานใสแต่เยือกเย็นเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้อง หลงเฟยมิได้หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากกลับหยิดยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเย่อหยิ่งดั่งจอมราชันย์ผู้กุมชะตากรรมของฟ้าดิน เขาเอמהเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง "ความมั่นใจหรือ? เสวี่ยเอ๋อร์... สำหรับข้าแล้ว คำว่า 'ความล้มเหลว' มิเคยอยู่ในบัญญัติแห่งวิถีกระบี่ของข้า ต่อให้ฟ้าดินไม่ยอมให้ข้าทะลวงผ่าน ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ผ่าสวรรค์เปิดทางให้ดู!" สิ้นคำพูดอันเปี่ยมด้วยความทะนงตน หลงเฟยไม่รอช้า อ้าปากกลืนกิน "โอสถโลหิตมังกรเพลิง" ทั้งสามหยดลงไปในคอทันที! ตูม! ราวกับมีอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางจิตวิญญาณ ร่างกายของหลงเฟยสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วร่าง ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งถ่านไฟที่กำลังลุกโชน ความเจ็บปวดจากการที่พลังโอสถแผดเผาเส้นชีพจรและกระดูกทั่วร่างนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการถูกฉีกร่างเป็นชิ้นๆ นับพันครั้ง แต่ทว่า... ใบหน้าของหลงเฟยกลับปราศจากความหวาดกลัวหรือเสียงร้องคร่ำครวญ มีเพียงแววตาที่เยือกเย็นและดุดันยิ่งกว่าเดิม "เปิดออกเสีย! เส้นชีพจรเก้าสวรรค์!" หลงเฟยคำรามก้องในใจ โคจรเคล็ดวิชาบรรพกาล "คัมภีร์กระบี่กลืนดารา" อย่างเต็มกำลัง พลังปราณสีดำทมิฬและปราณโลหิตหลอมรวมกันเป็นกระแสน้ำวนขนาดมหึมาภายในดันtian (จุดตันเถียน) พัดพาเอาพลังงานดิบของโอสถพุ่งชนกำแพงขอบเขตพลังที่ปิดตายทีละชั้น ทีละชั้น! เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! เสียงกระดูกลั่นดังสนั่นหวั่นไหว พลังยุทธ์ของหลงเฟยทะยานขึ้นราวกับพายุหมุนจากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่สาม... ขั้นที่สี่... และพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัดจนแตะถึงขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่ห้าในพริบตา! ทว่าพลังของโอสถโลหิตมังกรเพลิงยังไม่หมดสิ้น มันยังคงคำรามและพยายามกัดกินร่างของเขาเพื่อย้อนกลับมาควบคุม มู่หรงเสวี่ยเห็นท่าไม่ดี นางไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างบางพุ่งทะยานเข้าหาหลงเฟยดั่งสายลมพัดผ่าน ปราณกระบี่เมฆาบริสุทธิ์ถูกถ่ายเทจากฝ่าเรียบเนียนเข้าสู่แผ่นหลังของหลงเฟยโดยตรง เพื่อช่วยกดสะกดความบ้าคลั่งของไอร้อนและช่วยประคับประคองเส้นชีพจรที่กำลังสั่นคลอนของเขา "อย่าฝืนจนเกินไป... ข้าอยู่ตรงนี้แล้ว" น้ำเสียงที่เคยเย็นชาของนาง บัดนี้กลับเจือด้วยความสั่นเครือเล็กน้อยและความห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้ง นางยอมใช้พลังปราณต้นกำเนิดของตนเองเข้าช่วยเหลือเขา แม้จะต้องสูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรไปบางส่วนก็ตาม หลงเฟยสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ไหลทะลักเข้ามาในร่าง หัวใจที่ด้านชาจากการผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาลืมตาขึ้น นัยน์ตาทั้งสองข้างข้างหนึ่งดำสนิทดั่งห้วงอเวจี อีกข้างแดงฉานดั่งโลหิตมังกร "เสวี่ยเอ๋อร์... วางใจเถอะ ข้าบอกแล้วว่าไม่มีใครพรากชีวิตจากข้าได้ แม้กระทั่งสวรรค์!" หลงเฟยคำรามลั่น ประสานพลังปราณของตนเข้ากับพลังกระบี่เหมันต์ของมู่หรงเสวี่ย เกิดเป็นปฏิกิริยาหยินหยางผสานสวรรค์ พลังปราณระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกวงกว้าง ทำลายผนังห้องลับจนพังทลายลงมาเป็นเศษหิน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เมื่อควันจางลง หลงเฟยยืนหยัดตระหง่านอย่างมั่นคง พลังยุทธ์ของเขาพุ่งทะยานผ่านขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่ห้า เข้าสู่ "ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่หก" อย่างสมบูรณ์แบบ! ไออหมอกโลหิตมังกรจางหายไป เหลือเพียงรัศมีกระบี่อันคมกริบที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาจนแม้แต่อากาศก็ยังถูกตัดขาด ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังจะกลับคืนมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบสายพร้อมกับจิตสังหารอันเย็นเยียบก็พุ่งตรงเข้ามาล้อมรอบเรือนพักร้างแห่งนี้อย่างรวดเร็ว! เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุหลังคาลงมาเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวoเยาะเย้ยที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมดังขึ้น "ฮ่าๆๆ หลงเฟย... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแห่งนี้ จะช่วยให้เจ้ารอดพ้นจากเงื้อมมือของตระกูลหลี่ไปได้?" หลงเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ขณะที่กระบี่เหล็กธรรมดาในมือเริ่มส่งเสียงสั่นคำรามเบาๆ รับรู้ถึงกลิ่นอายความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้าด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%