“อาจารย์... ท่านก็มาด้วยงั้นหรือ”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางลานพิธีตระกูลหลง คลื่นพลังปราณสีเทาเข้มแผ่ซ่านกดทับบดขยี้แผ่นกระเบื้องจนแตกละเอียดเป็นผุยผง หลงเฟยยืนตระหง่านดั่งหินผา ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความสมเพชเวทนา ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับลุ่มลึกดุจก้นบึ้งเหวลึก ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแม้แต่น้อย
ร่างในชุดคลุมสีเทาของผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆา ‘หลี่ชางกง’ ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาทีละก้าว ย่างก้าวของเขาราวกับมัจจุราชที่โปรยปรายความตาย ไอสังหารสีขาวโพลนพวยพุ่งจากฝ่ามือขับเน้นรัศมีแห่งผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดให้เด่นชัดขึ้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องสูดปากด้วยความตกตะลึง มิใช่พลังอำนาจของหลี่ชางกง หากแต่เป็นสายตาที่อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาคนนี้ทอดมองมายังศิษย์ในคาถา
มันไม่ใช่สายตาของความเมตตาปรานี... แต่มันคือสายตาสมเพชระคนความโลภที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งคุณธรรม
“หลงเฟย เจ้าศิษย์อกตัญญู” หลี่ชางกงกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานเย็นเยียบ กวาดสายตามองเด็กหนุ่มหัวขบถตั้งแต่หัวจรดเท้า “ข้าอบรมสั่งสอนเจ้ามาหลายปี หวังให้เจ้าเป็นกำลังของสำนัก แต่เจ้ากลับบังอาจขโมยตำราเคล็ดกระบี่บรรพกาล และยังกล้าสังหารศิษย์ร่วมสำนักเพื่อปิดปาก วันนี้... ในฐานะอาจารย์ ข้าจำต้องชำระล้างมลทินให้สำนักด้วยตัว
เอง!”
คำกล่าวหาอันไร้ยางอายนี้ เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าผู้อาวุโสสายรองตระกูลหลงได้ทันที ใบหน้าของหลงเฉินและคนอื่นๆ ต่างฉาบไปด้วยรอยยิ้มสะใจ พวกมันรอเวลานี้มานานนัก เวลาที่จะเหยียบย่ำไอ้สวะผู้นี้ให้จมดินโดยมีสำนักกระบี่เมฆาหนุนหลัง
ในหมู่ฝูงชนที่ยืนดูเหตุการณ์ มีร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะนางหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ นางคือมู่หรงเสวี่ย ศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่เมฆาผู้เลื่องชื่อ ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดุจงานแกะสลักจากหยกสวรรค์ ทว่ากลับเย็นชาไร้ความรู้สึกต่อสิ่งรอบข้าง ราวกับนางเป็นเซียนสาวผู้ตัดขาดจากโลกีย์ ทว่าในวินาทีที่นางเหลือบสายตามามองหลงเฟย แววตาคู่นั้นกลับสั่นไหววูบหนึ่งอย่างไม่มีใครสังเกตเห็น ความห่วงใยและเจตంట่อต้านที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจางๆ แต่นางเลือกที่จะสงบปากสงบคำตามแผนการที่เคยตกลงกันไว้ในความมืดมิด
“อาจารย์หรือ...” หหลงเฟยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสัจธรรมอันลึกซึ้งที่มนุษย์ปุถุชนไม่มีวันเข้าใจ “ในโลกใบนี้ มีคำว่า ‘อาจารย์’ มากมายเสียจนเกลื่อนกลาด แต่จะมีสักกี่คนที่มีคุณสมบัติคู่ควรให้ข้า... หลงเฟย ก้มหัวคำนับ?”
สิ้นเสียง ประโยคอันทะนงตนถึงขีดสุดนี้ก็สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ เหล่าผู้อาวุโสถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ความโกรธเกรี้ยวพวยพุ่งขึ้นสู่ใบหน้าของหลี่ชางกงทันที
“สามหีน! เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแค่ไหน!”
หลี่ชางกงไม่รอช้าอีกต่อไป ฝ่ามือหนาซัดออกไปกลางอากาศ พลังปราณอัดแน่นกลายเป็นรูปหัวเสือโคร่งคำรามลั่น มันพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาหลงเฟยด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ แรงกดดันมหาศาลทำให้พื้นศิลาใต้เท้าของหลงเฟยปริร้าวเป็นทางยาว ผู้ฝึกยุทธ์รอบข้างต่างต้องถอยร่นด้วยความหวาดกลัว นี่คือกระบวนท่า ‘พยัคฆ์คำรามสะท้านนภา’ ของจริง! ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ด หาใช่สิ่งที่คนขอบเขตต่ำกว่าจะรับมือได้ตรงๆ
ทว่า... หลงเฟยกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่ปลายนิ้ว
ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย รัศมีสีดำทมิฬสายหนึ่งวาบผ่านม่านตาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความตายและพิษโลหิตจางๆ โชยออกมาจากร่างของเขาชั่วขณะ ในอดีตชาติเขาคือมหาเทพผู้ครองยุทธภพ ผ่านศึกสงครามกับเซียนและมารนับไม่ถ้วน กระบวนท่าระดับนี้ในสายตาของเขา... ไม่ต่างอะไรกับการร่ายรำของเด็กทารก
วิชากระบี่เก้าวิถีฟ้าดิน! เคล็ดลับที่สลักลึกอยู่ในดวงวิญญาณถูกเรียกใช้ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย
*พรึบ!*
ร่างของหลงเฟยหายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก พลังพยัคฆ์คำรามพุ่งทะลุผ่านเงาร่างที่เหลือไว้กระแทกเข้ากับกำแพงหินด้านหลังจนพังทลายลงมาเป็น7-8ท่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่ว
“วิชาตัวเบาอันใดกัน?!” หลี่ชางกงหน้าถอดสีด้วยความตกใจ ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สัญชาตญาณนักฆ่าบอกเขาว่าภัยมืดกำลังคืบคลานเข้าประชิด
“ท่านแก่เกินไปแล้ว... หลี่ชางกง”
เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดั่งเสียงมัจจุราชกระซิบข้างหู ดังขึ้นจากความว่างเปล่าด้านหลังของผู้อาวุโสสำนักกระบี่เมฆา
หลี่ชางกงสะท้านเฮือก รีบตวัดกระบี่ประจำกายหมายจะฟันเฉือนด้านหลังโดยไม่คิดชีวิต ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว นิ้วเรียวยาวดั่งหยกของหลงเฟยประสานเข้าหากันเป็นรูปดาบ พลังปราณสีครามเข้มควบแน่นจนแหลมคมยิ่งกว่าศาสตราวิเศษใดๆ พุ่งทะลวงเข้าใส่จุดชีพจร ‘จงซู’ กลางแผ่นหลังของหลี่ชางกงอย่างแม่นยำราวจจับวาง!
*ฉึก!*
เสียงพลังปราณเจาะทะลุเนื้อดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจของทุกคน
“อั๊ก...!”
หลี่ชางกงเบิกตากว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า เลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกจากปากของเขาคำใหญ่ ร่างกายที่เคยทรงพลังกลับแข็งค้างราวกับถูกคำสาป พลังปราณทั่วร่างสลายหายไปในพริบตา ราวกับน้ำแข็งที่ถูกไฟเผาผลาญ เส้นชีพจรหลักทั่วร่างถูกพิษโลหิตไร้ลักษณ์ที่หลงเฟยแฝงไว้กัดกินจนเสียหายย่อยยับในกระบวนท่าเดียว!
ความเงียบสงบอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมลานตระกูลหลงทันที ทุกคนอ้าปากค้าง ดวงตาสะท้อนภาพของผู้อาวุโสผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเด็กหนุ่มที่พวกมันเคยเหยียดหยามว่าเป็น ‘ขยะ’
กระบวนท่าเดียว! ใช้เพียงกระบวนท่าเดียว สยบผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดได้อย่างราบคาบ!
หลงเฟยยืนมองร่างที่สั่นเทาของอาจารย์ตนเองด้วยแววตาไร้ความรู้สึก เขายกเท้าขึ้นเหยียบลงบนบ่าของหลี่ชางกง กดร่างของอีกฝ่ายให้แนบติดกับพื้นดินสกปรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอื้อnนเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น
“ศิษย์สำนักกระบี่เมฆา สอนให้พวกเจ้าใช้อำนาจกดขี่ผู้อื่นเช่นนี้หรอกหรือ... ถ้าเช่นนั้น วันนี้ ข้าในฐานะตัวแทนของฟ้าดิน จะขอสังหารอาจารย์ล้างสำนักเพื่อกอบกู้คุณธรรมเอง!”
สิ้นคำพูด รัศมีกระบี่ที่คมกริบก็ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของหลงเฟย มันจ่อตรงไปยังระหว่างคิ้วของหลี่ชางกงที่กำลังหวาดกลัวสุดขีด ความตายอยู่ห่างเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจ
ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าเหนือลานตระกูลหลงก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เมฆดำทมิฬรวมตัวกันพายุหมุนขนาดมหึมา สายฟ้าสีทองฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์สั่นสะเทือนปฐพี กลิ่นอายกดดันระดับจักรพรรดิเทพแผ่ซ่านกดทับลงมาจนทุกคนต้องทรุดฮวบลงกับพื้น
และสิ่งที่ทำให้หลงเฟยต้องชะงัก ชักมือกลับและแหงนมองท้องฟ้าด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก คือเงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่บนยอดเสาธงสูงสุดของตระกูล ร่างนั้นถือร่มกระดาษสีแดงสด ใบหน้าสวมหน้ากากอสูรยิ้มเยาะ
“หึๆๆ... หลงเฟย เจ้าคิดว่าจะจบเรื่องนี้ได้ง่ายๆ งั้นหรือ? ของเล่นชิ้นนี้... ยังสนุกไม่พอหรอก” เสียงแหบพร่าลึกลับดังก้องกังวานในหัวของหลงเฟยโดยตรง พร้อมกับที่ร่างของหลี่ชางกงบนพื้นถูกดึงดูดหายเข้าไปในเงาดำพริบตาเดียว!
มู่หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่ไกลออกไป ดวงตาคู่สวยหรี่แคบลงอย่างตื่นตระหนก นางชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่งทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายระดับมหันต์
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้าด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 3
ทวงคืนความยุติธรรมที่ลานตระกูล
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!