"ความตายมักเดินทางมาถึงในยามที่มนุษย์มั่นใจในลมหายใจของตนเองที่สุด... เจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ, มู่หรงเสวี่ย?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งสายลมพัดผ่านผิวน้ำ แต่กลับทรงพลังพอดึงสติของสตรีผู้เลอโฉมในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ให้หลุดจากห้วงภวังค์ มู่หรงเสวี่ยสะบัดชายแขนเสื้อเล็กน้อย ปราณกระบี่เย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกรอบกายจนเกล็ดน้ำค้างบนใบไม้ข้างกายจับตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตา นางมิได้ตอบคำถามทันที นัยน์ตาดั่งหยกคู่งามทอดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้า—หลงเฟย ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "ศิษย์สวะ" ไร้ค่าแห่งสำนักตระกูลหลง บัดนี้กลับยืนตระหง่านท้าทายผืนป่ารัตติกาลด้วยความทะนงองอาจที่แม้แต่ยอดฝีมือแห่งยุคยังต้องก้มหัวให้
รอบกายพวกเขามีเพียงความเงียบงันของราตรีอันมืดมิด ดวงจันทร์สีนวลถูกเมฆหมอกทมิฬบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัวราง ทว่าบรรยากาศในยามนี้กลับอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่เข้มข้นจนแทบจะหยดเป็นหยาดเลือด
*ฟึบ! ฟึบ! ฟึบ!*
เสียงแหวกอากาศแหลมคมดังขึ้นพร้อมกันจากสี่ทิศสี่ทาง เงาดำทะมัดทะแมงเจ็ดร่างพุ่งทะยานลงมาจากยอดไม้สูงราวกับภูตผีปีศาจ แต่ละร่างล้วนปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท มือขวาถือกระบี่อาบยาพิษสีเขียวมรกตที่สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายวาบวับ กลิ่นอายสังหารแผ่พุ่งจนมวลอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว
นั่นคือ "หน่วยเงาทมิฬ" มือสังหารระดับพระกาฬจากสำนักโลหิตโลกันตร์ สำนักคู่อริเก่าแก่ที่หมายจะเด็ดหัวหลงเฟยมานานนับปี
"หลงเฟย! วันนี้คือวันตายของเจ้า จงคุกเข่ารับความตายแต่โดยดี!" ผู้นำเงาสั่งการ เสียงแหบพร่าดั่งก้อนกรวดเสียดสีกันดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับที่คมกระบี่ทั้งเจ็ดพุ่งเข้าใส่จุดตายของหลงเฟยในองศาที่ไร้ซึ่งทางหลบหนี
ทว่า หลงเฟยหาได้ขยับเขยื้อนกายไม่ เขายังคงยืนไขว่ห้าง มือซ้ายถือจอกสุราที่รินค้างไว้ ดวงตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหันไปมองคมกระบี่ที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและอันตราย
"หึ... สำนักโลหิตโลกันตร์ส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนในยามวิกาลเช่นนี้ รบกวนเวลาดื่มสุราของข้าเสียจริง"
สิ้นคำพูด ร่างของหลงเฟยก็เลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับภาพลวงตา!
*เปรี้ยง!*
พื้นดินบริเวณที่หลงเฟยยืนอยู่เมื่อครู่ระเบิดออกเป็นหลุมลึก เศษดินและหินกระเด็นว่อน ฝุ่นตลบอบول Кบ มือสังหารทั้งเจ็ดชะงักง้ำด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่คาดคิดว่าเป้าหมายจะมีความเร็วเหนือกว่าจิตสำนึกรับรู้ของพวกมันถึงเพียงนี้
"ระวังตัว! มันอยู่ข้างหลังพวกเรา!" ผู้นำเงาแผดเสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนก
ช้าไปแล้ว...
ในมิติที่เวลาคล้ายจะเดินช้าลง เงากระบี่สีครามเส้นหนึ่งสว่างวาบขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาว เป็นกระบี่ที่ไร้ซึ่งลวดลายซับซ้อน ทว่ากลับเต็มไปด้วย "วิถีกระบี่แท้จริง" ที่ตัดผ่านความว่างเปล่าได้อย่างง่ายดาย หลงเฟยปรากฏตัวขึ้นกลางวงล้อม ปลายกระบี่ในมือวาดผ่านลำคอของมือสังหารคนแรกอย่างแผ่วเบา ราวกับจิตรกรกำลังแตะพู่กันลงบนผืนผ้าใบ
*ฉับ!*
โลหิตสีดำสนิทพุ่งกระฉูดขึ้นสู่ท้องฟ้า ศีรษะของมือสังหารผู้เคราะห์ร้ายหลุดลอยออกจากบ่า ดวงตายังคงเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลงกระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง พิษร้ายที่อาบอยู่บนกระบี่ของมันยังไม่ทันได้แผลงฤทธิ์ ตัวมันเองก็กลายเป็นศพแรกที่ต้องสังเวยให้กับคมกระบี่ของหลงเฟยเสียแล้ว
"คนที่สอง..." หลงเฟยพึมพำเสียงเรียบ น้ำเสียงราบเรียบไร้ความปรานีราวกับพญายมผู้พิพากษา
มู่หรงเสวี่ยที่ยืนมองอยู่ห่างออกไป นัยน์ตาคู่สวยฉายแววชื่นชมและลุ่มหลง นางไม่เคยยื่นมือเข้าช่วย เพราะนางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ไม่เคยต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใด วิถีกระบี่ของหลงเฟยในยามนี้นั้นงดงามราวกับศิลปะอันตราย ท่วงท่าการเคลื่อนไหวราบรื่นดั่งสายน้ำ ไร้รอยต่อ และเด็ดขาดในคราเดียว
มือสังหารที่เหลืออีกหกคนต่างหน้าถอดสี ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปสิ้น พวกมันพยายามรวบรวมลมปราณทั้งหมดเพื่อใช้กระบวนท่าไม้ตาย "ผนึกโลหิตสังหารสวรรค์" กระบี่ทั้งหกเล่มหลอมรวมกลายเป็นตาข่ายโลหิตพุ่งเข้าใส่หลงเฟยจากทุกทิศทาง ปราณกระบี่แหลมคมนับพันสายแผ่ซ่านออกหมายฉีกร่างของเขาเป็นชิ้นๆ
หลงเฟยเงยหน้าขึ้นมองตาข่ายโลหิตที่กำลังทาบทับลงมา แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย่อหยิ่งทระนงที่แผ่ออกมาสะกดข่มฟ้าดิน
"วิชาเดรัจฉาน... กล้าดียังไงมาแสดงต่อหน้าข้า?"
หลงเฟยสะบัดข้อมือ คมกระบี่เปล่งแสงสีทองเจิดจ้า พลังปราณระดับกำเนิดจิตวิญญาณทะลักทะลายออกจากตันtian (จุดตันเถียน) ของเขาจนเกิดเป็นคลื่นกระแทกมหาศาล ร่างของเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับมังกรทะยานฟ้า กระบี่ในมือถูกตวัดออกเป็นวงโค้งสมบูรณ์แบบ
*เปรี้ยง! เปริม! เปริม!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะของลมปราณทำให้ต้นไม้ยักษ์รอบบริเวณหักโค่นลงในพริบตา ตาข่ายโลหิตที่มือสังหารภาคภูมิใจนักหนากลับถูกตัดขาดสะบั้นลงอย่างง่ายดายดั่งกระดาษสา
ร่างของมือสังหารทั้งหกกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง กระอักเลือดสดๆ ออกมาคำโต กระดูกทั่วร่างแตกหักไม่มีชิ้นดี พวกมันนอนดิ้นรนอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวดทรมาน ทว่าหลงเฟยหาได้ปล่อยให้พวกมันมีชีวิตรอดเพื่อกลับไปรายงานนายไม่
ปลายกระบี่ชี้ลงพื้น พลังพิษสีม่วงเข้มไหลรินจากคมกระบี่ลงสู่พื้นดิน ก่อนจะพุ่งเข้ากัดกินร่างของมือสังหารเหล่านั้นจนสลายกลายเป็นไอพิษสีดำหายลับไปกับสายลม เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นคาวเลือดที่จางหายไปอย่างรวดเร็ว
ลานกว้างกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและหยาดน้ำค้างที่ร่วงหล่น
หลงเฟยสะบัดคราบเลือดออกจากคมกระบี่ ก่อนจะเก็บมันเข้าฝักอย่างนุ่มนวล เขาหันกลับมามองมู่หรงเสวี่ยที่เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวโชยปะทะนาสิก หญิงสาวเอื้อมมือเรียวบางออกไปจัดปกเสื้อให้อย่างเบามือ แววตาที่เคยเย็นชาต่อคนทั้งหล้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความห่วงใยที่มีให้เขาเพียงผู้เดียว
"ท่านบาดเจ็บหรือไม่?" เสียงหวานเอמהถามอย่างแผ่วเบา
หลงเฟยยิ้มบางๆ มือหนายื่นไปกุมมือเรียวนั้นไว้ สัมผัสอบอุ่นถ่ายทอดถึงกันและกัน "คนพวกนั้นยังอ่อนหัดเกินกว่าจะทำให้ข้าหลั่งเลือดได้... เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้ากังวลเกินไปแล้ว"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง หลงเฟยก็ขมวดคิ้วมุ่นโดยพลัน สัมผัสจิตวิญญาณอันแหลมคมของเขาตรวจจับความผิดปกติบางอย่างได้ที่ใต้พื้นดินเบื้องล่าง พื้นดินบริเวณที่มือสังหารกลุ่มนั้นเคยยืนอยู่ กลับมีอักขระโบราณสีเลือดเรืองแสงขึ้นมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากห้วงมิติอันลึกล้ำ
*“ฮ่าๆๆ... สมแล้วที่เป็นอดีตมหาเทพผู้ร่วงหล่น... แต่เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าพวกมันเป็นเป้าหมายหลักของการมาในคืนนี้?”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้าด้วยกันนะครับ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 5
เงาคมกระบี่ใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!