เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 18

ผู้อาวุโสตาบอดต้องชดใช้

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
"โครม!" เสียงไม้สนโบราณอายุนับพันปีที่ถูกสลักเสลาอย่างประณีตหักสะบั้นลงเป็นสองท่อน ใจกลางโถงตัดสินของสำนักกระบี่เมฆาเศษฝุ่นผงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายกดดันระดับกำเนิดวิญญาณที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของผู้อาวุโสใหญ่ นัยน์ตาฝ้าฟางสีขาวขุ่นของตาแก่ "ไป๋ซาน" จ้องมองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยความอาฆาตมาดร้ายราวกับต้องการจะกลืนกินเลือดเนื้อ ทว่า หลงเฟยกลับยืนนิ่งสงบ ดั่งขุนเขาคีรีที่ตั้งตระหง่านไม่หวั่นไหวต่อพายุร้าย ปลายเท้าของเขายังคงเหยียบย่ำอยู่บนศิลาทมิฬ มือข้างหนึ่งไขว้หลังไว้อย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่มืออีกข้างคีบหยกบันทึกภาพความผิดอันโสมمที่ตาแก่ผู้นี้เพียรซุกซ่อนไว้ใต้พรมมาเนิ่นนาน "ไป๋ซาน เจ้ายังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่?" เสียงทรงอำนาจของเจ้าสำนักดังสะท้อนก้องกวาดผ่านเสาหินทุกต้น เต็มไปด้วยความผิดหวังและรังเกียจเดียดฉันท์ ไป๋ซานแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวจนน่ากลัว "ฮึ... เด็กเวรนี่มันใช้เล่ห์กลใส่ร้ายข้า! เจ้าสำนัก ท่านจะเชื่อคำพูดของศิษย์สวะที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน มากกว่าผู้อาวุโสที่รับใช้สำนักมาเป็นร้อยปีอย่างนั้นหรือ? ความกตัญญูกตเวทีของท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด!" หลงเฟยปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา แววตานั้นเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างกลางฤดูหนาว เป็นสายตาของมหาเทพผู้เคยมองดูมดปลวกดิ้นรนบนความตาย "กตัญญูงั้นหรือ? คำนี้ช่างหนักอึ้งเกินกว่าที่คนระยำเช่นเจ้าจะเอ่ยถึง ไป๋ซาน... สามปีก่อน เจ้าแอบลักลอบนำคัมภีร์วิชาลับของสำนักไปขายให้พรรคโลหิตโลกันตร์ แลกกับโอสถทะลวงนภา ห้าปีก่อน เจ้าใช้พิษหนอนสวรรค์กัดกร่อนเส้นชีพจรของศิษย์พี่รองจนต้องกลายเป็นคนพิการตลอดชีวิต และเมื่อเดือนก่อน เจ้ายังกล้าส่งมือสังหารไปดักซุ่มโจมตีข้าที่หุบเขาหมื่นพิษ... ความผิดเหล่านี้ บัญชีเลือดนี้ เจ้าคิดว่าจะใช้แค่คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ปัดสวะให้พ้นตัวได้งั้นรึ?" สิ้นคำพูดของหลงเฟย บรรยากาศภายในโถงตัดสินก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ความจริงที่ถูกเปิดโปงทีละข้อทำให้เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงที่ยืนรายล้อมต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตะลึง ทุกสายตาจับจ้องไปยังหยกบันทึกภาพที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองสะท้อนภาพเหตุการณ์ในอดีตออกมาอย่างชัดเจน ไม่มีข้อแก้ตัวใดหลงเหลือให้ตาแก่ผู้นี้อีกแล้ว มู่หรงเสวี่ยที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมเสา นางเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับปรากฏแววตาวับวาวด้วยความสะใจลึกๆ ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย นางขยับตัวเข้าใกล้หลงเฟยเล็กน้อย ส่งกระแสจิตผ่านลมปราณไปกระซิบแผ่วเบาด้วยความห่วงใย "ท่านพี่... เจ้าตาแก่นี่เริ่มจนมุมแล้ว ระวังมันจะเล่นตุกติกเฮือกสุดท้าย" หลงเฟยปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงเสน่ห์และอันตรายถึงชีวิต เขาส่งกระแสจิตตอบกลับด้วยความมั่นใจ "เสวี่ยเอ๋อร์ คนใกล้ตายต่อให้ดิ้นรนสักเพียงใด ก็เป็นได้แค่กบในกะลาที่รอวันถูกบดขยี้" "เจ้าเด็กสารเลว! ข้าจะลากเจ้าไปลงนรกพร้อมกับข้า!" ไป๋ซานแผדเสียงคำรามลั่นด้วยความคลุ้มคลั่ง เมื่อรู้ว่าหนทางรอดไม่มีเหลือ ร่างชราของมันพลันระเบิดพลังปราณสีดำทมิฬออกมาอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงมารโลหิตลุกโชนท่วมร่าง มันแผดเผาอายุขัยของตนเองเพื่อแลกกับพลังทำลายล้างในชั่วพริบตา ดาบกระบี่โลหิตในมือพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาหาหลงเฟยด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ หมายจะปลิดชีพเด็กหนุ่มให้ดับดิ้นไปพร้อมกัน เหล่าผู้อาวุโสรอบข้างต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าไป๋ซานจะกล้าใช้กระบวนท่าต้องห้ามในเขตสำนัก! ทว่า... หลงเฟยกลับไม่แม้แต่จะขยับถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ดวงตาสีดำสนิทของเขาฉายประกายแสงสีเงินคมกริบ กระบี่ไร้ลักษณ์ในห้วงจิตวิญญาณถูกเรียกใช้อย่างฉับพลัน ร่างของหลงเฟยหายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตผีที่ล่องหนท่ามกลางสายหมอก *เปรี้ยง! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว* แรงปะทะของพลังปราณสะเทือนเลื่อนลั่นจนศิลาพื้นโถงแตกละเอียดเป็นจุล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างกลั้นหายใจลุ้นระทึกกับภาพเบื้องหน้า เมื่อควันจางลง... ภาพที่ปรากฏสู่สายตากลับทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ไป๋ซานคุกเข่าลงกับพื้น เลือดสดๆ ทะลักออกจากมุมปาก ร่างกายของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง ปลายกระบี่คมกริบเล่มหนึ่งจ่ออยู่ตรงระหว่างคิ้วของมัน ห่างเพียงเสี้ยวลมหายใจ ปราณกระบี่เย็นเฉียบแทรกซึมเข้าสู่จุดชีพจรทั่วร่างจนมันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่น้อย "เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดวิชาอันใด..." ไป๋ซานกระอือกเลือดคำโต นัยน์ตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่มันจะต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย "วิชากระบี่ที่เจ้าไม่มีวันเอื้อมถึง" หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเมตตา "สำหรับคนชั่วเช่นเจ้า ความตายยังถือว่าปรานีเกินไป" ทันใดนั้น เจ้าสำนักกระบี่เมฆาก็ก้าวออกมาจากแท่นประธาน ประกาศิตเสียงก้องกังวานด้วยความเด็ดขาด "ไป๋ซาน! ผิดทัณฑ์มหันต์ ลอบทรยศสำนักและทำร้ายศิษย์ร่วมสำนัก โทษฐานคือ... ขับไล่ออกจากสำนักกระบี่เมฆา สลายตบะพลังครึ่งหนึ่ง และเนรเทศไปยังแดนรกร้างนิรันดร์ ห้ามเหยียบย่ำกลับเข้ามาในอาณาเขตนี้ชั่วชีวิต!" สิ้นเสียงประกาศ ร่างของไป๋ซานก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมาน เมื่อพลังปราณในตันtian (ตันเถียน) ของมันถูกฝ่ามือของเจ้าสำนักทำลายจนแหลกสลาย กลายเป็นเพียงคนธรรมดาที่แก่ชราและไร้ค่า ถูกเหล่าศิษย์เวรยามลากตัวออกไปจากโถงท่ามกลางเสียงสาปแช่งของผู้คน ความเงียบสงบกลับคืนสู่โถงตัดสินอีกครั้ง หลงเฟยเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนุ่มนวล ท่าทีทะนงองอาจของเขาสร้างความยำเกรงให้แก่ทุกคนในที่นั้นอย่างแท้จริง ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งอกและคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดได้ยุติลงแล้วนั้น... จู่ๆ อากาศเหนือโถงตัดสินก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับกลายเป็นสีดำสนิทในพริบตา สายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมากลางลานพิธีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจนทุกคนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าของมันถูกปกปิดด้วยหน้ากากอสูรทองคำ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับจ้องเขม็งมาที่หลงเฟยราวกับพญายมที่มารับวิญญาณ "หึๆๆ จัดการสุนัขรับใช้ได้ตัวหนึ่ง แต่เจ้าคิดว่าเกมนี้มันจบแล้วจริงๆ งั้นหรือ หลงเฟย... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงกำลังรอพบเจ้าอยู่ ณ ปลายขอบฟ้าทมิฬ" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ "เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ"
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%