โลหิตสีดำคล้ำหยดติ๋งลงบนพื้นหินอ่อนศิลาอัคนี เสียงนั้นก้องกังวานดั่งเสียงฆ้องแห่งความตายในความเงียบสงัดของตำหนักร้าง หลงเฟยยืนนิ่งดั่งรูปสลักหยกสลักโบราณ ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือขวายังคงมีไอพิษสีม่วงเข้มระเหยขึ้นเป็นควันจางๆ สะท้อนแสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านช่องหลังคาที่พังทลายลงมา
ศึกนองเลือดเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนเพิ่งสงบลง ยอดฝีมือจากพรรคอสูรโลหิตนับสิบชีวิตต่างนอนแน่นิ่งกลายเป็นซากศพไร้วิญญาณ ไม่มีแม้แต่เสียงครวญคราง มีเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นอายจันทร์เพ็ญอันเยือกเย็น
"พิษเก้าสวรรค์สลายวิญญาณ... ร้ายกาจสมคำร่ำลือ สมแล้วที่เป็นวิถีของอดีตมหาเทพ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราศีก้อนน้ำแข็งพันปีดังขึ้นจากมุมมืดของเสาศิลา มู่หรงเสวี่ยก้าวออกมาจากเงาจันทร์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปื้อนละอองเลือดสีแดงฉานบางเบา ราวกับดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางหิมะโปรดปราย นางไม่แม้แต่จะชายตามองศากศพเหล่านั้น สายตาคู่คมกริบดั่งกระบี่วิเศษจดจ้องเพียงร่างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
หลงเฟยเก็บกระบี่เข้าฝักช้าๆ แววตาที่เคยคมปลาบดุจคมดาบผ่อนคลายลงเล็กน้อย เขายกมือขึ้นปาดคราบเหงื่อและรอยเลือดที่ข้างแก้ม "หากไม่ใช้พิษนี้ พวกมันคงไม่ยอมคายเบาะแสเกี่ยวกับศิลาบรรพกาลออกมาง่ายๆ เช่นกัน แม่นางมู่หรง... เจ้าเองก็บาดเจ็บมิใช่หรือเหตุใดจึงไม่รีบโคจรปราณรักษาตัว"
มู่หรงเสวี่ยหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะทะนาสิก กลบกลิ่นคาวเลือดรอบกายจนหมดสิ้น นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาต่อหล้า บัดนี้กลับไหววูบราวน้ำในบึงใหญ่ยามต้องลมพัด
"บาดแผลทางกาย ข้าใช้เคล็ดกระบี่เมฆาบรรจบก็หายเป็นปลิดทิ้ง..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าริมฝีปากบางกลับเม้มเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายมีความในใจบางอย่างที่หนักหน่วงยิ่งกว่าขุนเขาประจักษ์ "แต่บาดแผลในใจ... แผลที่เจ้าสร้างมันขึ้นมาเล่า หลงเฟย... เจ้าจะรับผิดชอบเช่นไร"
หลงเฟยชะงักไปชั่วขณะ บุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ ผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อทัณฑ์สวรรค์หรือสำนักใหญ่ใดๆ ในยุทธภพ กลับรู้สึกราวกับถูกกระบี่ไร้เงาแทงเข้าที่กลางใจอย่างจัง เขาจ้องมองดวงพักตร์อันงดงามล่มเมืองที่อาบไล้ด้วยแสงจันทร์
"เสวี่ยเอ๋อร์..." เขาเอמהนเรียกนามนางอย่างไม่รู้ตัว
"เจ้าเรียกข้าว่าอย่างไรนะ?" นางทวนคำ น้ำเสียงสั่นระริกเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดที่นางสั่งสมมาตลอดชีวิตการบำเพ็ญเพียร พังทลายลงในชั่วพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคู่นั้น
"ข้า..." หลงเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมความเยือกเย็นที่หลงเหลืออยู่ แต่หัวใจกลับเต้นรัวระคนสับสน วิถีกระบี่ที่เขาฝึกฝนมาเนิ่นนานสอนให้ตัดขาดจากกิเลสทั้งปวง แต่นาง... สตรีผู้ยอมก้าวเข้ามาในเขตอาคมมรณะเคียงข้างเขาโดยไม่ลังเลเมื่อค่ำคืนนี้ คือข้อยกเว้นเดียวในรอบหลายร้อยปี
มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้าไปประชิดเขาอีกก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งสองแทบไม่เหลือ ปลายจมูกแทบจะชนกัน ไออุ่นจากร่างกายของนางแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ราวกับจะละลายน้ำแข็งในหัวอกของอดีตมหาเทพผู้โดดเดี่ยว
"หลงเฟย... ตั้งแต่วันแรกที่เจ้ายืนหยัดขวางหน้าผาสำนักกระบี่เมฆา เพื่อปกป้องเกียรติของศิษย์สวะเช่นเจ้า ข้าก็รู้แล้วว่า..." นางหยุดเว้นจังหวะ ดวงตางามคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ร่วงหล่น "ข้าไม่สามารถมองผู้ใดในใต้หล้าได้อีก"
คำสารภาพนั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ราวกับเสียงสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน หลงเฟยเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน เขาเป็นเพียงผู้กลับชาติมาเกิดที่มีภาระหนี้แค้นอันใหญ่หลวงค้ำคอ ชีวิตของเขามีไว้เพื่อการแก้แค้นและการก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งเต๋า การดึงสตรีสูงส่งเช่นนางเข้ามาพัวพัน ย่อมหมายถึงการพาชีวีของนางไปสู่ความตาย
"เจ้าบ้าไปแล้วหรือ มู่หรงเสวี่ย!" หลงเฟยเค้นเสียงดุ พยายามถอยหลังหนี แต่กลับถูกมือเรียวเล็กของนางคว้าจับที่ปกเสื้อไว้แน่น
"ใช่... ข้าบ้าไปแล้ว!" นางตวาดกลับเสียงสั่น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบหลังมือของเขา ร้อนผ่าวราศתเปลวเพลิงอัคนี "ข้าคือเซียนกระบี่เมฆาผู้เย็นชา ผู้คนต่างเกรงกลัวข้า ไร้ซึ่งความรู้สึกและหัวใจ แต่เหตุใด... เหตุใดเจ้าจึงเข้ามาปั่นป่วนโลกทั้งใบของข้า จนข้าไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้!"
นางซบหน้าลงกับอกแผงกว้างของเขา เสียงสะอื้นไห้ที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนานระเบิดออกมา บ่าอันบอบบางสั่นเทา หลงเฟยยืนแข็งทื่ออยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทั้งหมดจะมลายหายไป สัมผัสอุ่นจากร่างนางทำให้เขารับรู้ถึงความจริงข้อหนึ่ง—ในยุทธภพที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการหลอกลวง หัวใจดวงนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว
มือหนาค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดร่างระหงของนางไว้แนบอกอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพมายาจากค่ายกลภาพลวงตา กลิ่นอายกระบี่อันคมกล้าที่แผ่ออกมาจากตัวเขายามนี้เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและอบอุ่น
"ข้าไม่อาจสัญญาว่าเส้นทางเบื้องหน้าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ" หลงเฟยกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง ริมฝีปากแนบชิดเรือนผมนุ่มสลวย "มันคือเส้นทางที่ต้องเดินผ่านกองเลือดและซากศพ เส้นทางที่ท้าทายแม้กระทั่งสวรรค์... เสวี่ยเอ๋อร์ หากเจ้าก้าวตามข้ามา เจ้าอาจต้องสูญสิ้นทุกสิ่ง"
มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นจากอกของเขา ดวงตาคู่งามที่เปี่ยมด้วยหยาดน้ำตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงจันทร์เพ็ญบนฟากฟ้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของนาง รอยยิ้มที่งดงามที่สุดในรอบร้อยปีของสำนักกระบี่เมฆา
"หากไม่มีเจ้า โลกหล้าต่อให้กว้างใหญ่เพียงใดก็เป็นเพียงห้องขังที่ไร้ความหมาย" นางเอ่ยเสียงหนักแน่น เด็ดเดี่ยว และมั่นคง "ข้า... มู่หรงเสวี่ย ขออุทิศหัวใจและวิญญาณดวงนี้ให้แก่หลงเฟยเพียงผู้เดียว ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นหุบเหวนรกหรือทัณฑ์สวรรค์ ข้าจะเคียงข้างใช้กระบี่ในมือฟาดฟันอุปสรรคเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้า... ชั่วฟ้าดินสลาย"
คำมั่นสัญญาอันทรงพลังดังก้องอยู่ในห้วงคำนึง ราวกับพันธนาการวิญญาณของทั้งสองเข้าด้วยกัน หลงเฟยยิ้มรับ รอยยิ้มของพญายมผู้เย่อหยิ่งในวิถีกระบี่ที่หลอมละลายสิ้นเชิง เขาก้มหน้าลงประกบเรียวปากจุมพิตนางอย่างดูดดื่มและลึกซึ้งท่ามกลางแสงจันทร์นวลตา บรรยากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง ความเหนื่อยล้าจากสงคราม ความแค้น และภาระทั้งปวงถูกปัดเป่าหายไปในชั่วพริบตา
ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองประสานเป็นหนึ่งเดียว ทันใดนั้นเอง พื้นศิลาอัคนีเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง ราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง!
ไอพลังสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักขึ้นมาจากรอยแตกของพื้นดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ—
*ครืนนน!*
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่ซาบซึ้งใจยิ่งนัก... แต่น่าเสียดาย ที่ความรักในนรกภูมิ... มักมีอายุสั้นเสมอ!"
สิ้นเสียงคำรามนั้น เงาร่างสีดำสนิทนับร้อยสายก็พุ่งทะยานลงมาจากยอดตำหนัก พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่พุ่งตรงเข้าเสียบแผ่นหลังของมู่หรงเสวี่ยในพริบตาโดยไร้สัญญาณเตือน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยดีเสมอมาครับ
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 19
คำสารภาพใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!