เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 20

ข่าวกรองจากแดนปีศาจ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายโลหิตและไอมารเข้มข้นจนแทบกลายเป็นรูปธรรม มันลอยอวลอยู่เบื้องหน้าของหลงเฟยผ่านทางแผ่นป้ายหยกสื่อสารที่แตกร้าวเป็นรอยขีดข่วน ปราณโลหิตสีดำคล้ำที่แผ่ออกมาจากคัมภีร์ลับของสำนักมารทมิฬกำลังแผดเผาอักขระโบราณทีละตัวจนมอดไหม้เป็นจุล "พวกมันเคลื่อนพลเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้สามัตร... กองทัพปีศาจโลหิตเจ็ดราตรีได้ทะลวงผ่านค่ายกลพิทักษ์ด่านสวรรค์ชั้นนอกเรียบร้อยแล้ว" เสียงรายงานที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยบาดแผลของสายลับพรรคเงาสวรรค์ดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องโถงลับใต้ดิน แสงตะเกียงน้ำมันปราณอัคคีไหววูบวาบสาดส่องใบหน้าด้านข้างของหลงเฟยให้ดูคมคายและเยือกเย็นดั่งรูปสลักหินผา อดีตมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดหาได้แสดงความตระหนกตกใจแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่นั้นยังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกร้อยปี ทว่ากลับซ่อนประกายคมกริบของคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพผู้คนได้ทุกเมื่อ มู่หรงเสวี่ยยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างนางเซียนผู้เลอโฉมในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับบรรยากาศอันหดหู่รอบด้าน ไอเย็นยะเยือกจากเคล็ดวิชา "กระบี่เหมันต์นิรันดร์" แผ่ซ่านออกมาจากร่างของนางโดยไม่รู้ตัวจนหยดน้ำค้างบนพื้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลน นางมิได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมาตั้งแต่ต้น ทว่าปลายนิเรียวที่กุมด้ามกระบี่วิเศษประจำกายกลับกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงคลื่นอารมณ์ที่เริ่มไหววับภายในจิตใจอันบริสุทธิ์ "ปล่อยให้พวกมันเข้ามาใกล้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ" หลงเฟยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังกดดันจนสายลับผู้นั้นต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นสะทรานราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพายุหิมะ "ทะ... 10,000 ปีศาจคลั่งโลหิต นำทัพโดย 'ราชันโลหิตอเวจี' ผู้ฝึกวิชาปีศาจกลืนกินวิญญาณขั้นสมบูรณ์แบบ มันใช้ชีวิตของสาวกนับแสนเป็นสะพานข้ามค่ายกลบรรพกาล... ข้าผู้น้อยไร้ความสามารถ สืบข่าวได้เพียงเท่านี้... อั๊ก!" สายลับผู้นั้นกระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกไอพิษสีม่วงเข้มที่แฝงอยู่ในการเดินทางของข่าวสารกัดกินจนสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา หลงเฟยสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เพื่อขับไล่กลิ่นไอสาบสูญออกไปจากอากาศอย่างรวดเร็ว "พิษอสูรกลืนวิญญาณ... ดูท่าทางเจ้าพวกแดนปีศาจจะเตรียมการมาอย่างดีเพื่อการนี้โดยเฉพาะสินะครับ" หลงเฟยหันไปมองมู่หรงเสวี่ย สายตาที่ทอดมองนางมีความอ่อนโยนแฝงอยู่เบื้องลึกเพียงชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความสุขุม มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่ดั่งหงส์ของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ต่อให้พวกมันยกโขยงมากันหมดทั้งแดนปีศาจ หากพวกมันกล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตที่ข้าดูแล กระบี่ในมือของข้าก็พร้อมจะอาบเลือดพวกมันให้แผ่นดินนี้สะเทือนเลื่อนลั่นเช่นกัน" "คำพูดนี้นับว่าสมกับเป็นเจ้าสำนักกระบี่เมฆาผู้เกรียงไกร" หลงเฟยยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงตนและเสน่ห์อันร้ายกาจ "แต่สงครามครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว ราชันโลหิตอเวจีผนึกกำลังกับขั้วอำนาจลึกลับในราชสำนัก หากพวกเราบุ่มบ่ามโจมตีทัพหน้า เกรงว่าจะติดกับดัก 'ค่ายกลร้อยอสูรผลาญวิศิษฏ์' ที่พวกมันวางแผนไว้ถึงสามปีสามชาติ" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ความเย็นชาบนใบหน้าลดลงแทนที่ด้วยความจริงจัง "เจ้าหมายความว่า... ในหมู่ผู้นำฝ่ายมนุษย์เรา มีหนอนบ่อนไส้คอยส่งข่าวให้พวกปีศาจ?" "ถูกต้องครับ" หลงเฟยหมุนตัวกลับ มือซ้ายไขว่หหลัง มือขวาลูบไล้แหวนมิติบนนิ้วอย่างเชื่องช้า "ข่าวกรองที่สายลับส่งมาเมื่อครู่เป็นเพียงเหยื่อล่อ ทัพหลักที่แท้จริงหาได้เคลื่อนพลผ่านด่านสวรรค์ไม่ แต่พวกมันใช้วิธี 'ลักลอบข้ามมิติ' ผ่านเส้นทางลับใต้หุบเขาวิญญาณร้าว ซึ่งมีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดของฝ่ายเราเท่านั้นที่รู้พิกัดค่ายกลเคลื่อนย้าย" บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบสงัดลงทันที เสียงหัวใจเต้นของความตึงเครียดดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงสิ่งใด มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้ามาใกล้หลงเฟยอีกครึ่งก้าว กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของนางผสมผสานกับกลิ่นอายปราณกระบี่บริสุทธิ์ช่วยบรรเทาความกดดันรอบด้านลงได้บ้าง "ถ้าเช่นนั้น... แผนการของเจ้าคืออะไร" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น ยอมจำนนต่อสติปัญญาและกลยุทธ์ของบุรุษผู้นี้โดยปริยาย "เราจะทำตามแผน 'ยืมดาบฆ่าคน'..." หลงเฟยหันกลับมาประจันหน้ากับนาง แววตาคมกริบดั่งประกายกระบี่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมซ่อนหา ข้าก็จะเปิดประตูต้อนรับพวกมันสู่หุบเขามรณะด้วยตัวเอง ให้พวกมันลิ้มรสชาติของพิษเก้าสวรรค์สลายวิญญาณที่ข้าเพิ่งปรุงสำเร็จเสร็จสิ้นเมื่อคืนนี้" ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการขั้นเด็ดขาดเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ เสียงระฆังเตือนภัยเก้าคราจากยอดเขาหลักของสำนักก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกัน แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนปฐพีจนกำแพงหินศิลาแกร่งของห้องโถงเริ่มร้าวราน ตู้ม! เศษหินและฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างนับร้อยที่พุ่งทะยานผ่านม่านควันเข้ามาล้อมรอบพวกเขาไว้ในพริบตา ผู้นำกลุ่มคือนักพรตเฒ่าผู้สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกกปิดด้วยหน้ากากกระดูกมาร พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดแก้วหู "ฮ่าๆๆๆ หลงเฟย! เจ้าเด็กเหลือขอ คิดไม่ถึงใช่ไหมว่าข่าวกรองที่เจ้าได้รับ... จะเป็นกับดักที่พวกข้าจงใจส่งมาให้พวกเจ้าตายใจตั้งแต่แรก!" หลงเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากทันทีที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยที่แฝงอยู่เบื้องหลังหน้ากากนั้น... ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางในยุทธภพนี้ร่วมกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%