เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 17

กระบี่เดียวดายไร้เทียมทาน

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นราวกับกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นกลางฤดูเหมันต์ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับไอสังหารที่แผ่พุ่งจนอากาศธาตุรอบบริเวณบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น "เจ้า... เจ้าใช้เคล็ดกระบี่อันใดกัน?" เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นจนถึงขีดสุด ร่างของจอมยุทธ์อันดับหนึ่งแห่งตระกูลไป๋ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาแกร่ง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ ร่างกายท่อนบนแยกออกเป็นสองส่วนอย่างช้าๆ ตามรอยตัดที่เรียบเนียนดั่งกระจกเงา เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผลราวกับทำนบแตก หลงเฟยยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณที่ค่อยๆ สงบลง เขายังคงรักษาท่าร่างสง่างาม มือขวาถือกระบี่เหล็กนิลกาฬที่ไร้ซึ่งลวดลายประดับประดา ปลายกระบี่หยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงสู่พื้นทีละหยด เสียง "ติ๋ง... ติ๋ง..." นั้นดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย รอบลานประลองกว้างขวาง บรรดายอดฝีมือและผู้วิเศษจากหลายสำนักต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก พวกเขาอ้าปากค้างจนแทบกรามค้าง จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำใดมาบรรยายได้ทัน หนึ่งกระบวนท่า! เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้นที่สะบั้นชีพจรสวรรค์และทำลายปราณคุ้มกายระดับปรมาจารย์ขั้นสมบูรณ์ลงได้ในพริบตา ไม่มีกระบวนท่าที่ซับซ้อน ไม่มีอักขระเวทตระการตา ไม่มีเสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้า มีเพียงความเรียบง่าย... เรียบง่ายจนน่าสะพรึงกลัว ดั่งวิถีแห่งธรรมชาติที่ไหลผ่านอย่างไร้ร่องรอย แต่กลับคมกริบยิ่งกว่าสายฟ้าฟาด หลงเฟยปรายตามองซากศพเบื้องล่างด้วยแววตาที่เยียบเย็นไร้ระลอกคลื่น สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่แท้จริงมิใช่การตบแต่งให้สวยงามด้วยลวดลายแพรรอด หากแต่เป็นการตัดรอนชีวิตด้วยความเด็ดขาดและแม่นยำในคราเดียว "วิถีกระบี่ของเจ้า เต็มไปด้วยความลังเลและกิเลส" หลงเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังอำนาจ กดทับจิตวิญญาณของผู้คนนับร้อยให้ต้องก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว "ผู้ใดฝึกกระบี่เพื่อชื่อเสียง ย่อมตกตายใต้คมกระบี่ของผู้ที่ไร้ซึ่งความอาลัยในชีวิตตนเอง" ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาก้าวเดินออกมาจากเงาไม้ไผ่เบื้องหลัง นางคือมู่หรงเสวี่ย นางเซียนผู้เยือกเย็นและสูงส่งแห่งสำนักกระบี่เมฆา ใบหน้างดงามดั่งหยกสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ทว่านัยน์ตาคู่คมที่มองตรงมายังหลงเฟยกลับสะท้อนความอ่อนโยนล้ำลึกที่นางเก็บซ่อนไว้จากคนทั้งโลก นางเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือด มู่หรงเสวี่ยปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตรงหัวไหล่ของหลงเฟยออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ไร้คำพูดใดๆ "ท่านพี่... มือของท่านเปื้อนเลือดอีกแล้ว" นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา มีเพียงเขากับนางที่ได้ยิน "เลือดของมดปลวก ต่อให้เปื้อนมือย่อมล้างออกได้ง่ายดายนัก เสวี่ยเอ๋อร์" หลงเฟยหันไปสบตากับนาง แววตาที่เคยคมปลาบและเยียบเย็นเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำที่มอบให้แก่นางเพียงผู้เดียว "เจ้าหนาวหรือไม่?" "ข้าไม่หนาว... ตราบใดที่กระบี่ของท่านยังอยู่เคียงข้างข้า" มู่หรงเสวี่ยตอบ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวดอกอวี้หลานบานกลางคืน รอยยิ้มที่หากผู้อื่นได้เห็นคงต้องคิดว่าตนเองตาฝาดไป เพราะนางเซียนผู้เย็นชาผู้นี้ไม่เคยแย้มยิ้มให้ผู้ใดในยุทธภพมาก่อนเลย ทว่า บรรยากาศอันสงบสุขระหว่างทั้งสองกลับถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา! *เปรี้ยง!* ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยไร้เมฆหมอก กลับปรากฏสายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงกลางลานประลองอย่างกะทันหัน แรงระเบิดมหาศาลซัดสาดฝุ่นตลบอบولว ปราณกดดันระดับบรรพกาลพุ่งทะยานจากรอยแยกมิติบนท้องฟ้า ราวกับมีสายตาคู่มหึมาจ้องมองลงมาจากสรวงสวรรค์ หลงเฟยหรี่ตาลงทันที เขาตวัดแขนเสื้อดึงมู่หรงเสวี่ยเข้าสู่อ้อมกอด พลางเบี่ยงตัวถอยหลังสามก้าว กระบี่นิลกาฬในมือสั่นระริกส่งเสียง "ฮัม" ออกมาเบาๆ ราวกับเตือนภัย กลุ่มควันจางลง ปรากฏร่างของชายชราในชุดคลุมโบราณลายเมฆาเพลิงผู้หนึ่ง ยืนไขว่ห้างอยู่บนยอดเสาหินศิลา หนวดเคราสีขาวยาวเฟื้อย ใบหน้าเหี่ยวย่นแต่ดวงตากลับทอประกายคมกริบดั่งเหยี่ยวอัคคี แววตาของเขาจับจ้องมาที่หลงเฟยด้วยความริษยาและจิตสังหารที่ปิดไม่มิด "หลงเฟย... เจ้าช่างกล้าดียิ่งนัก ที่กล้าสังหารคนของสำนักตรวจสอบสวรรค์กลางที่แจ้งเช่นนี้!" ชายชราแค่นเสียงหัวس ra เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า "คิดว่าบรรลุวิถีกระบี่ระดับนั้นแล้วจะไร้พ่ายในใต้หล้ากระนั้นหรือ? วันนี้... ข้า 'ไป๋เฉิน' ผู้นำอาวุโสแห่งแดนลับแล จะเป็นผู้ลากตัวเจ้าไปรับทัณฑ์สวรรค์ด้วยตนเอง!" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียวงาม แววตาเย็นชาฉายประกายอำมหิต นางกำลังจะชักกระบี่ประจำกายออกมาเพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน แต่หลงเฟยกลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน ชายหนุ่มแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและท้าทาย สัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณแปลกประหลาดที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้พื้นดินเบื้องล่าง ซึ่งซ่อนค่ายกลสะกดวิญญาณเอาไว้โดยที่คนของสำนักตรวจสอบสวรรค์ผู้นี้ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย "สำนักตรวจสอบสวรรค์งั้นรึ?" หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานเสียดแทงถึงจิตวิญญาณ "พวกเจ้าอ้างนามฟ้าดินเพื่อหาผลประโยชน์มานานเกินไปแล้ว... ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมพิพากษาความอยุติธรรม วันนี้ ข้าผู้นี้แหละ จะใช้กระบี่ในมือ... คว่ำฟ้าทลายดินให้ดูเอง!" พูดจบ หลงเฟยก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกจากร่างจนเกิดเป็นเสียงคำรามกึกก้องดั่งมังกรทะยานฟ้า และในวินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของไป๋เฉินก็เกิดรอยปริแยกพร้อมกับอักขระสีดำสนิทที่เรืองแสงวาบขึ้นมาล้อมรอบตัวมันอย่างสมบูรณ์แบบ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับข้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%