เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 29

กระบี่ชักออกจากฝัก

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
ความเงียบงันภายในโถงประลองยุทธ์ตระกูลหลินเวลานี้ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าขุนเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า หยาดเหงื่อกาฬเม็ดโตผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลหลิน เม็ดแล้วเม็ดเล่าไหลรินลงมาตามร่องริ้วรอยแห่งวัยอย่างไม่ขาดสาย สายตาของมันที่มองตรงไปยังเบื้องหน้า เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรพรึงที่ไม่อาจปิดบังได้มิด เบื้องหน้าของมันคือเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง... หลงเฟย "เจ้า... เจ้าสำแดงเคล็ดวิชาอันใดออกมากันแน่?" น้ำเสียงของผู้อาวุโสใหญ่สั่นสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ พลังปราณคุ้มกายระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ของมันบัดนี้กลับสั่นคลอนราวกับเปลวเทียนที่ต้องลมพายุ หลงเฟยไม่ได้ชายตามองคู่ต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ในสายตาคนนอกแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดอาภรณ์สีดำสนิทประดับลวดลายเมฆาดยืนหยัดนิ่งสงบ ดั่งเทพเซียนผู้สูงส่งที่มองลงมายังมดปลวก ตัวเขายังคงไขว้มือข้างหนึ่งไว้เบื้องหลัง ส่วนมืออีกข้างกุมด้ามกระบี่เหล็กดำสนิทที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้หลวมๆ ทว่าทั่วทั้งร่างกลับแผ่ไอสังหารสีโลหิตจางๆ ออกมาคุกคามสภาวะจิตใจของทุกคนในรัศมีร้อยลี้จนแทบอาเจียนเป็นเลือด ในมุมหนึ่งของโถงประลอง มู่หรงเสวี่ยยืนสงաբนิ่งอยู่ภายใต้เงาเสาหิน นางเซียนผู้เย็นชาและสูงส่งแห่งสำนักกระบี่เมฆา ดวงตาคู่คริสตัลจับจ้องไปยังแผ่นหลังอันองอาจของหลงเฟยด้วยความลุ่มหลงและชื่นชม แม้ทั่วทั้งยุทธภพจะกล่าวขานว่านางคือดอกบัวหิมะพันปีที่ไม่มีวันก้มหัวให้บุรุษใด ทว่าในยามนี้ หัวใจดวงน้อยที่ด้านชามานานแสนนานของนาง กลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ยอมจำนนต่อบุรุษเบื้องหน้าผู้นี้แต่เพียงผู้เดียวอย่างสิ้นเชิง "วิชาอันใดหรือ?" หหลงเฟยแค่นเสียงหัวเราะเยือกเย็นออกมาเบาๆ ประโยคที่หลุดจากเรียวปากของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนง "ในสายตาของเจ้า มันอาจเป็นวิชาที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต แต่สำหรับข้า... มันเป็นเพียงการสั่งสอนสุนัขที่เห่าหอนอย่างไร้มารยาทก็เท่านั้น" "สามหัน! เจ้าเด็กจองหอง อย่าคิดว่ามีเคล็ดวิชาพิสดารแล้วจะสามารถเหยียบย่ำตระกูลหลินของเราได้!" ผู้อาวุโสใหญ่คำรามลั่นด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยว พลังปราณทั้งหมดถูกระเบิดออกมาจนเสื้อผ้าฉีกขาดเป็นจุล ศาสตราเวทรูปกรงเล็บมังกรเพลิงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือทั้งสองข้าง มันพร้อมจะสังหารเป้าหมายให้มอดไหม้ในพริบตาเดียว ทว่า... หลงเฟยหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองการเคลื่อนไหวของศัตรูราวกับแมวหยอกหนู ในวิถีกระบี่ของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด การกระทำของผู้อาวุโสใหญ่ช่างเต็มไปด้วยช่องโหว่และจุดตายเสียจนน่าอนาถ "เจ้าอยากเห็นกระบี่ของข้าจริงหรือเปล่า?" หลงเฟยเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าทุกคำกลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในจิตวิญญาณของทุกคน ราวกับเสียงประกาศิตจากสรวงสวรรค์ สิ้นเสียงนั้น นิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวของหลงเฟยก็ขยับแตะลงบนด้ามกระบี่ *แกร๊ก...* เสียงโลหิตเหล็กเสียดสีกับฝักกระบี่ดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่ามันกลับดังสนั่นหวั่นไหวในโสตประสาทของผู้อาวุโสใหญ่ราวกับเสียงอสนีบาตฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม! หลงเฟย... ชักกระบี่ออกเพียงครึ่งเล่ม! ตูมมมม! แรงกดดันมหาศาลระดับที่ฉีกกระชากมิติให้บิดเบี้ยวพรั่งพรูทะลักออกมาจากรอยแยกของฝักกระบี่ คลื่นกระแสลมปราณกระบี่สีครามเข้มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภา ทะลุหลังคาตำหนักประลองจนพังทลายลงมาเป็นเศษอิฐเศษปูน แรงกดดันนี้ไม่ได้ใช้พลังโจมตีทางกายภาพ หากแต่มันคือ "เจตจำนงกระบี่" ที่บริสุทธิ์และทรงพลังเสียจนบีบคั้นกดทับจิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตโดยตรง! ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลหลินที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาหมายปลิดชีพพลันแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาของมันเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เม็ดเลือดแดงฉานพุ่งทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด (ตา หู จมูก ปาก) ในทันที ความรู้สึกราวกับถูกภูเขานับหมื่นลูกหล่นทับลงบนไขกระดูกและดวงวิญญาณทำให้เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นศิลาจนแตกละเอียด "อั๊ก... อ๊า...!" ผู้อาวุโสใหญ่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน พลังปราณในร่างแตกซ่านย้อนกลับเข้าโจมตีเส้นชีพจรจนกระอักเลือดคำโตออกมาไม่ขาดสาย ความหวาดกลัวถึงขั้วหัวใจแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ภาพความยิ่งใหญ่และความเย่อหยิ่งทั้งปวงมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตระหนักรู้ว่า... ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนนั้น กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าฟ้ากับเหว! นี่เป็นเพียงการชักกระบี่ออกแค่ครึ่งเล่มเท่านั้น! หากกระบี่เล่มนี้ถูกชักออกมาจนสุดกระบวนท่า โลกใบนี้จะไม่สูญสลายกลายเป็นผงธุลีไปหรอกหรือ? รอบบริเวณโถงประลองตกอยู่ในความเงียบงันระดับที่แม้แต่เสียงหายใจก็ยังไม่มีใครกล้าส่งเสียง บรรดาผู้มีฝีมือจากตระกูลต่างๆ ที่แอบซุ่มดูอยู่ตามมุมมืดต่างพากันตัวสั่นเทา หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด พวกเขาต่างเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วในนาทีนี้ว่า การเป็นศัตรูกับหลงเฟยผู้นี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินไปเหยียบปากประตูแห่งความตายด้วยความสมัครใจ มู่หรงเสวี่ยทอดมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระคนประหลาดใจ นางก้าวเท้าแผ่วเบวเดินเข้าไปใกล้ร่างของหลงเฟยอีกนิด กลิ่นอายหอมเย็นเยือกของดอกไม้เซียนลอยละลิ่วมาปะทะนาสิกของชายหนุ่ม พร้อมกับน้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย "เฟยหลาง... มือของท่าน ควรใช้เพื่อปกป้องฟ้าดิน ไม่ควรแปดเปื้อนเลือดของสุนัขพวกนี้ให้ระคายผิว" หลงเฟยปรายตามองนางเซียนผู้เย็นชาที่ยอมอ่อนข้อให้ตนเพียงผู้เดียว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความดุดันน่ากลัวเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นลึกล้ำที่ส่งผ่านทางสายตา "เจ้าพูดถูก เสวี่ยเอ๋อร์..." หลงเฟยเอ่ยตอบเสียงนุ่ม ขณะกำลังจะดันกระบี่กลับเข้าฝักเพื่อยุติเรื่องราว ทว่า ในวินาทีนั้นเอง... ท้องนภาที่เคยแจ่มใสเหนือโถงประลองกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองที่สะท้อนถึงการมาเยือนของบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ร่างเงาดำลึกลับผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาหินสูงด้วยความเร็วดุจภูตผี พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่บาดลึกถึงวิญญาณดังแทรกสายฟ้าลงมาว่า... "ชักกระบี่ได้ยอดเยี่ยมมาก... แต่เกรงว่ากระบี่เล่มนั้น จะไม่มีโอกาสได้เก็บเข้าฝักอีกต่อไปแล้ว!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%