เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 32

กับดักมรณะในหอตำรา

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
“เจ้าคิดว่าหอตำราลับแห่งนี้มีไว้เพื่อจารึกความรู้หรือ? ผิดถนัด... มันมีไว้เพื่อฝังศพคนโอหังเช่นเจ้าต่างหาก หลงเฟย” น้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงเหล็กครูดบนแผ่นหินดังแว่วมาจากความมืดมิดในชั้นวางตำราเก่าแก่ หลากหลายเงาร่างสีดำสนิทดุจหมึกหยดลงในน้ำใสปรากฏขึ้นจากมุมมืด พวกมันไม่มีตัวตน ไม่มีกลิ่นอายลมหายใจ มีเพียงไอสังหารที่เย็นเยียบจนหินศิลาในหอตำราแตกร้าว หลงเฟยยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อม ในมือถือคัมภีร์หนังมนุษย์ที่เพิ่งหยิบฉวยมาได้เพียงครึ่งเล่ม ดวงตาคมกริบดุจกระบี่หิมะของเขากวาดมองรอบกายอย่างเยือกเย็น มุมปากเหยียดยิ้มเย้ยหยันราวกับมองเห็นเรื่องตลกที่น่าขันที่สุดในใต้หล้า “มือสังหารเงาไร้ลักษณ์แห่งสำนักมารโลหิต...” หลงเฟยเอ่ยเสียงเรียบ พลางใช้นิ้วเคาะเบาๆ ลงบนฝักกระบี่ “ส่งสุนัขรับใช้มาเพียงเจ็ดตัว คิดจะหยุดยั้งข้าที่คว้าเอาเคล็ดวิชาฟ้าดินได้แล้วอย่างนั้นรึ? ช่างดูแคลนวิถีกระบี่ของข้าเกินไปเสียแล้ว” ไม่มีคำตอบโต้จากเงามืด มีเพียงคมมีดสั้นอาบยาพิษที่พุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนธรรมดาจะมองเห็น แต่นั่นไม่ใช่สำหรับหลงเฟย ผู้ซึ่งเคยเป็นถึงมหาเทพผู้สยบฟ้า เขาสะบัดกายดุจสายลมวูบหนึ่ง ร่างกายบิดพลิ้วหลบเลี่ยงคมมีดที่เฉียดผ่านอาภรณ์ไปเพียงเส้นผม ก่อนจะพลิกฝ่ามือสร้างวงล้อมปราณกระบี่อัดแน่น พลังปราณที่บีบอัดจนกลายเป็นเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยพุ่งทะลุทะลวงอากาศออกไปในจังหวะที่มือสังหารเหล่านั้นคิดจะกระโจนเข้าหา “อึก!” เสียงกระอักเลือดดังขึ้นพร้อมๆ กับร่างของมือสังหารสามในเจ็ดร่างที่ร่วงลงกองกับพื้น ความตายมาเยือนเร็วกว่าที่พวกเขาจะทันได้ร้องขอชีวิต หลงเฟยไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขารู้ดีว่าพิษร้ายที่อาบอยู่บนมีดเหล่านั้นกำลังกัดกินอากาศรอบตัว เขาต้องจัดการก่อนที่พิษจะกระจาย “ในเมื่อพวกเจ้าเลือกเส้นทางมืดมิด ข้าก็จะส่งพวกเจ้าไปสู่ความมืดที่ไร้จุดจบ” หลงเฟยเหยียบย่างด้วยวิชาตัวเบา 'ย่างก้าวไร้เงา' ร่างของเขาหายวับไปจากสายตา ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังมือสังหารคนสุดท้ายในพริบตา เขาสะบัดฝ่ามือตัดผ่านเส้นปราณกลางหลังอย่างแม่นยำ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวของเขาคือศิลปะแห่งการสังหารที่งดงามและเด็ดขาด ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะปิดฉาก กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยของดอกเหมยท่ามกลางหิมะก็โชยมาปะทะจมูก พร้อมกับกระบี่สีครามที่พุ่งเข้ามาระหว่างเขากับศัตรูคนสุดท้าย แรงกดดันมหาศาลผลักดันให้มือสังหารกระเด็นออกไปไกลหลายวา สตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ดุจเทพธิดาจันทร์เพ็ญยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เส้นผมยาวสลวยปลิวไสวตามแรงลมปราณที่หมุนวน มู่หรงเสวี่ย... นางเซียนผู้เย็นชาต่อโลกหล้า กลับมีแววตาที่สั่นไหวและเต็มไปด้วยความห่วงหาเมื่อมองมาที่ชายหนุ่ม “เจ้าบาดเจ็บหรือไม่?” น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจน้ำแข็ง แต่หลงเฟยสัมผัสได้ถึงความร้อนแรงที่แอบซ่อนอยู่ในใจของนาง “ศัตรูเพียงเท่านี้ไม่อาจแตะต้องข้าได้หรอกเสวี่ยเอ๋อร์” หลงเฟยเก็บกระบี่เข้าฝัก ดวงตาที่ดุดันอ่อนโยนลงเมื่อสบตากับนาง “แต่การที่เจ้ามาที่นี่... หมายความว่าสำนักกระบี่เมฆากำลังตกอยู่ในอันตรายใช่หรือไม่?” มู่หรงเสวี่ยเม้มริมฝีปากแน่น นางขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายของกันและกัน “ข้าสัมผัสได้ถึงการตื่นขึ้นของ 'สัตว์อสูรบรรพกาล' ใต้ชั้นใต้ดินนี้ หลงเฟย... คัมภีร์ในมือเจ้าไม่ใช่แค่เคล็ดวิชา มันคือกุญแจผนึก” ยังไม่ทันที่หลงเฟยจะได้เอ่ยถามต่อ พื้นหอตำราทั้งหลังก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตมหาศาลกำลังจะฉีกกระชากพื้นดินขึ้นมา เสียงคำรามต่ำลึกที่ทำให้แก้วหูแทบแตกดังสนั่นกึกก้องไปทั่วทั้งสำนัก หลงเฟยหันไปมองคัมภีร์ในมือที่เริ่มเปล่งแสงสีเลือดออกมาอย่างผิดปกติ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผนังด้านหลังของหอตำราก็พังทลายลง เผยให้เห็นดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองมายังพวกเขา—ไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ หรืออสูรทั่วไป แต่มันคือดวงตาของสิ่งที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงตำนานที่ตายไปแล้ว “ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าพกพามาด้วย จะไม่ใช่แค่ความโชคดี แต่มันคือหายนะที่เริ่มนับถอยหลังแล้ว” หลงเฟยแค่นยิ้ม ดึงมือของมู่หรงเสวี่ยมากุมไว้แน่น “หากวันนี้ฟ้าดินต้องการจะทดสอบข้า ข้าก็จะขอใช้กระบี่นี้แหละ ผ่าสวรรค์ให้ดู” ทว่า ท่ามกลางวิกฤตที่ดูเหมือนจะไร้ทางรอด ปลายกระบี่ของมู่หรงเสวี่ยที่ชี้ไปยังร่างมหึมานั้นกลับสั่นไหว นางกระซิบเสียงแผ่วข้างหูเขาด้วยความตระหนกที่หลงเฟยไม่เคยเห็นมาก่อน “หลงเฟย... ท่านดูที่รอยสักบนหน้าผากของมัน... นั่นมันตราสัญลักษณ์ของ 'อาจารย์' ผู้ล่วงลับของท่านไม่ใช่หรือ?” หลงเฟยชะงักงัน กลิ่นอายสังหารที่เคยคุกรุ่นเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ เมื่อเงาดำมหาศาลนั้นค่อยๆ คลี่ร่างออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัวของเขาราวกับเสียงของคนตายที่หวนคืนกลับมา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%