ความเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่สำนักกระบี่เมฆาหนาแน่นเสียยิ่งกว่าหมอกอัสนีพันปี บรรยากาศกดดันแผ่ซ่านจนศิษย์สายในหลายคนถึงกับหายใจติดขัด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับของเหล่าผู้อาวุโส ทว่าจุดศูนย์กลางของสายตาทุกคู่ในยามนี้กลับพุ่งตรงไปยังร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งอย่างพร้อมเพรียง
หลงเฟยยืนหยัดอย่างสง่างาม แผ่นหลังเหยียดตรงดุจกระบี่คมที่เพิ่งหลุดพ้นจากฝัก ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองผู้คนเบื้องหน้าด้วยความเยือกเย็น ดุจดั่งเทพเซียนมองดูฝุ่นธุลีเบื้องล่าง ในมือของเขากำม้วนภาพบันทึกศิลาโลหิตที่ยังคงเรืองแสงสีชาดจางๆ เอาไว้
"หลักฐานมัดตัวแน่นหนาถึงเพียงนี้แล้ว... ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านยังจะมีสิ่งใดเอื้อnนเอ่ยแก้ตัวอีกหรือไม่?"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าทรงพลังกังวานก้องไปทั่วห้องโถง ทุกพยางค์ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจผู้ฟังอย่างแม่นยำ
ผู้อาวุโสใหญ่ "กู่เทียนอี้" หน้าถอดสี รอยย่นบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน แววตาของมันที่เคยเปี่ยมด้วยอำนาจและบารมี บัดนี้กลับสั่นระริกราวกับสุนัขจนตรอก มันกัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงบดกรามดังกรอด
"เหลวไหล! หลงเฟย เจ้าเป็นเพียงศิษย์สายในตัวเล็กๆ กล้าดีอย่างไรมาใส่ร้ายผู้อาวุโสเช่นข้า ม้วนศิลาโลหิตนั่นย่อมเป็นของปลอมที่เจ้ากุขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงสำนัก!"
เสียงตวาดของกู่เทียนอี้ดังสะท้อน แต่หาได้ทำให้สีหน้าของหลงเฟยเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่มอย่างบางเบา ช่างเป็นความดิ้นรนที่น่าสมเพชเสียจริง
ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น มู่หรงเสวี่ยที่ยืนเคียงข้างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ปรายตามองผู้อาวุโสใหญ่ด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี นางไม่เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่ารัศมีกดดันระดับปราชญ์กระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างนางกลับทำให้เหล่าผู้อาวุโสรอบข้างถึงกับต้องถอยหลังไปคนละก้าว นี่คือความเด็ดเดี่ยวของนางเซียนแห่งสำนักกระบี่เมฆา นางหาได้สนใจอำนาจเก่าแก่ใดๆ หากสิ่งนั้นกล้าเป็นศัตรูขวางทางหลงเฟย นางพร้อมจะชักกระบี่สังหารล้างบางทันทีอย่างไร้ความลังเล
"ของปลอมงั้นหรือ..." หลงเฟยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับแฝงจิตสังหารที่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องโถงลดฮวบลงทันตาเห็น "เช่นนั้น... หุ่นเชิดวิญญาณโลหิตที่ท่านแอบซ่อนไว้ในคลังลับเบื้องหลังหุบเขาอัสนีล่ะ เป็นของปลอมด้วยหรือไม่? คราบพิษจันทราดับสูญที่ติดอยู่บนอาภรณ์ของท่านในคืนที่ลอบสังหารผู้อาวุโสพรรคฝ่ายใน เล่าว่าอย่างไร?"
สิ้นคำกล่าวนี้ ร่างของกู่เทียนอี้ก็สะท้านเฮือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด ความลับที่มันคิดว่าปิดบังไว้ได้มิดชิด บัดนี้กลับถูกเปิดโปงออกมาทีละเปลาะราวกับผ้าที่ถูกกระชากออกต่อหน้าธารกำนัล
"เจ้า... เจ้าเด็กสารเลว!"
เมื่อจนมุม ไร้ทางหนีทีไล่ ธาตุแท้ของมารร้ายจึงถูกเผยออกมาอย่างน่าเกลียด กู่เทียนอี้แผดเสียงคำรามลั่น ประกายแสงสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่าง ทะลวงเพดานห้องโถงจนแตกกระจาย พลังปราณระดับกำเนิดวิญญาณขั้นสมบูรณ์ระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่ายจนศิษย์ระดับล่างกระอักเลือดออกมาคำโต
"ในเมื่อพวกเจ้าอยากรู้นัก งั้นก็จงตายกันไปให้หมดเสีย! ความลับนี้จะได้ฝังลงหลุมไปพร้อมกับพวกเจ้า!"
กู่เทียนอี้แปรสภาพเป็นเงาดำพุ่งเข้าใส่หลงเฟยด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ในมือปรากฏกระบี่กระดูกมารที่ปล่อยไอพิษสีเขียวเข้ม ส่งกลิ่นเน่าเหม็นชวนคลื่นไส้ มันหมายจะปลิดชีพเด็กหนุ่มให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว!
ทว่า... หลงเฟยกลับไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนหลบหนี แววตาของเขายังคงลุ่มลึกและเยือกเย็นดุจก้นบึงเหวนรก
ฉับพลันนั้นเอง ประกายแสงกระบี่สีเงินยวดยวงก็สพลานวาบตัดผ่านความมืดมิดราวกับดาราตก รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ทรงพลังยิ่งกว่าสวรรค์บันดาล!
*เคร้ง!*
ประกายไฟจากการปะทะแตกกระจายดุจดอกไม้ไฟ มู่หรงเสวี่ยเคลื่อนไหวแล้ว นางยืนขวางหน้าหลงเฟยไว้ กระบี่เมฆาในมือสั่นระริกเบาๆ ปล่อยไอเย็นยะเยือกที่แช่แข็งแม้กระทั่งอากาศธาตุ นางมองกู่เทียนอี้ด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ดั่งมองมดปลวกตัวหนึ่ง
"บังอาจนัก..." น้ำเสียงหวานกังวานแต่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำเอ่ยขึ้น "ผู้ใดให้สามัญสำนึกเจ้ากล้าชักกระบี่ต่อหน้าเขา"
กู่เทียนอี้กระอักเลือดคำโตเมื่อพลังกระบี่ของมู่หรงเสวี่ยสะท้อนกลับมาจนเส้นชีพจรภายในแทบแหลกสลาย มันถอยร่นไปหลายก้าว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองสุดซึ้ง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อสตรีผู้เยือกเย็นตรงหน้า
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในกำมือของหลงเฟยและมู่หรงเสวี่ยนั้นเอง ทันใดนั้น... แผ่นดินใต้เท้าก็เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว เสียงคำรามต่ำทุ้มลึกลับดังสะท้อนขึ้นมาจากใต้พื้นดินลึก ราวกับมีอสูรร้ายโบราณกำลังตื่นขึ้นจากการจำศีลอันยาวนาน
รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้องโถงใหญ่ ไอพลังมารสีโลหิตพวยพุ่งทะลักออกมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่เสียดแก้วหูของทุกคนจนแทบแตก
"ฮ่าๆๆๆ... คิดว่ากำจัดหนอนบ่อนไส้ได้เพียงตัวเดียว แล้วสำนักกระบี่เมฆาจะปลอดภัยแล้วงั้นหรือ? ช่างไร้เดียงสายิ่งนัก หลงเฟย... มู่หรงเสวี่ย..."
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นจากรอยแยกมิติ ไอหมอกทมิฬจางลง เผยให้เห็นใบหน้าของบุคคลผู้ไม่ควรจะมาปรากฏอยู่ที่นี่ และไม่มีผู้ใดในสำนักคาดคิดว่าเขาจะทรยศ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันครับ - เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร•ตอนที่ 33
เปิดโปงคนทรยศกลางที่ประชุม
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่สยบฟ้า ข้าไม่ยอมก้มหัวให้ใคร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!