"ร่องรอยการกระจายตัวของอนุภาคไม่ได้มาจากความผิดพลาดของระบบ... แต่มีคนจงใจลบมันทิ้งครับ"
ปลายนิ้วเรียวยาวของคิรากรหยุดชะงักเหนือแป้นโฮโลแกรม แสงสีฟ้าครามสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาที่ฉายข้อมูลการคำนวณความน่าจะเป็นระลอกล่าสุด ข้อมูลบนหน้าจอหลักกะพริบถี่เป็นจังหวะเตือนภัยระดับสีส้ม บ่งบอกว่าความเสถียรของมิติเวลาในลูปที่ 42 กำลังถูกรบกวนจากตัวแปรภายนอกที่อยู่นอกเหนือสมการเดิม
ดร.รวินันท์ หรือที่คิรากรเรียกด้วยความเคารพว่าอาจารย์มีน เงยหน้าขึ้นจากกระดานชนวนควอนตัมที่เต็มไปด้วยสูตรคณิตศาสตร์ซับซ้อน เส้นผมสีน้ำตาลเข้มรวบไว้ลวกๆ ปรกข้างแก้มเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่หาได้ยาก เธอกวาดสายตาอ่านค่าความหนາแน่นของสนามพลังงานที่เพิ่งถูกตรวจจับได้เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้
"แปลว่า... มีคนอื่นนอกจากพวกเราที่รู้ว่ากำลังอยู่ในลูปเวลานี้สินะครับ คิรากร" อาจารย์มีนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอลดต่ำลงเพื่อใช้สมาธิ บรรยากาศภายในห้องปฏิบัติการใต้ดินของสถาบันควอนตัมเงียบงันจนได้ยินเสียงระบบทำความเย็นทำงาน
"ไม่ใช่แค่รู้ครับอาจารย์..." คิรากรเลื่อนหน้าต่างข้อมูลซ้อนทับกันสามชั้น เผยให้เห็นกราฟเส้นโค้งที่ผิดรูปอย่างจงใจ "จากรูปแบบการแทรกแซง บุคคลที่สามผู้นี้ไม่ได้พยายามจะแก้ไขอดีตเพื่อช่วยเรา แต่พวกเขากำลังพยายาม 'ทำลาย' จุดเชื่อมต่อของลูปเวลาทั้งหมด เพื่อให้มิติแห่งนี้ยุบตัวลงอย่างถาวรครับ"
เสียงแจ้งเตือนจาก "เซน" ปัญญาประดิษฐ์ภาคสนามที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทดังแทรกขึ้นทันที
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของค่าฟลักซ์ควอนตัมในพิกัด 04-Delta ความน่าจะเป็นที่ลูปเวลาจะถูกบีบอัดล่วงหน้า 24 ชั่วโมง มีค่าสูงถึง 89.4 เปอร์เซ็นต์ คำเตือน: หากปล่อยไว้โครงสร้างโมเลกุลของผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดจะสลายตัว]*
คิรากรสูดหายเข้าปอดลึกเพื่อตั้งสติ ในฐานะนักคำนวณความน่าจะเป็น เขาถูกฝึกฝนให้มองโลกผ่านตรรกะและเหตุผล แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับมีตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้เข้ามาแทรกแซง เหมือนกับการเล่นหมากรุกที่จู่ๆ ก็มีผู้เล่นคนที่สามเดินหมากนอกกระدานโดยไม่สนกติกา
"เซน วิเคราะห์ร่องรอยพลังงานที่เหลืออยู่ ค้นหาจุดกำเนิดของสัญญาณรบกวนเดี๋ยวนี้ครับ" คิรากรออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่วาร์ปด้วยความเด็ดขาด
*[กำลังประมวลผล... พบร่องรอยการใช้งานอุปกรณ์ควอนตัมรุ่นโบราณ ซึ่งไม่มีบันทึกในฐานข้อมูลปัจจุบันของสถาบัน พิกัดที่ตั้งอยู่บริเวณหอสังเกตการณ์ร้างเขตสามครับ คิรากร]* เสียงราบเรียบของเซนตอบกลับมาทันที
อาจารย์มีนก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน มือเรียวคว้าเสื้อกาวน์สีขาวมาสวมทับอย่างรวดเร็ว "ถ้าเป็นหอสังเกตการณ์เขตสาม ที่นั่นถูกปิดตายไปตั้งแต่เหตุการณ์ความผันผวนของมิติครั้งก่อนแล้วนี่ครับ ทำไมถึงยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่ได้"
"นั่นคือสิ่งที่เราต้องไปหาคำตอบครับอาจารย์" คิรากรหยิบอุปกรณ์พกพาและปืนประจุไฟฟ้าควอนตัมขึ้นมาเหน็บไว้ที่เข็มขัดอย่างคล่องแคล่ว "การที่บุคคลที่สามพยายามทำลายลูปเวลาก่อนกำหนด หมายความว่าพวกเขากลัว... กลัวว่าเราจะคำนวณหาทางออกเจอใน 72 ชั่วโมงนี้ครับ"
ทั้งสองคนเคลื่อนตัวออกจากห้องปฏิบัติการอย่างรวดเร็วผ่านอุโมงค์ลับใต้ดินที่เชื่อมต่อกับเขตโครงสร้างเก่าแก่ของสถาบัน บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยละอองแสงสีม่วงจางๆ ที่เกิดจากการบิดเบี้ยวของมิติเวลา กลิ่นอายของโอโซนและประจุไฟฟ้าลอยคละคลุ้งในอากาศ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เพราะในลูปเวลานี้ ความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีอาจหมายถึงการหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างถาวร
เมื่อเดินทางมาถึงฐานของหอสังเกตการณ์ร้างเขตสาม โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ปรากฏตรงหน้า ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟกะพริบจากอุปกรณ์ของเซนที่คอยส่องนำทาง คิรากรส่งสัญญาณมือให้อาจารย์มีนหยุดรอในมุมมับ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ย่างก้าวเข้าไปสำรวจประตูเหล็กกล้าที่บิดเบี้ยวด้วยความร้อนสูง
"ร่องรอยความร้อนแบบนี้... ไม่ใช่อาวุธยุคปัจจุบันครับ" คิรากรพึมพำเบาๆ ขณะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนรอยไหม้บนบานประตู "มันคือการตัดผ่านมิติด้วยลำแสงเทอร์โมควอนตัมระดับสูง"
อาจารย์มีนก้าวเข้ามาสมทบ สายตาคมกวาดมองไปรอบๆ บริเวณ "ระวังตัวด้วยนะครับคิรากร เครื่องมือระดับนี้ต้องใช้พลังงานมหาศาล ผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่คนธรรมดาแน่นอน"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวก็ดังแว่วมาจากความมืดภายในอาคารร้าง คิรากรไม่รอช้า เขาตวัดแขนขวาขึ้นพร้อมกับเปิดใช้งานโล่พลังงานควอนตัมป้องกันตัวทันที ในขณะที่อาจารย์มีนร่ายรหัสลับคำนวณบนอุปกรณ์พกพาเพื่อเตรียมสกัดกั้นการโจมตีทางจิตหรือสนามแม่เหล็ก
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิดของเสาคอนกรีต ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิทที่กลืนไปกับบรรยากาศรอบตัว ใบหน้าถูกซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้คิรากรต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ คืออุปกรณ์ที่ถืออยู่ในมือข้างขวา—มันคือเครื่องมือคำนวณรุ่นต้นแบบที่หายสาบสูญไปพร้อมกับ "ผู้สร้าง" คนแรกของทฤษฎีลูปเวลา
"ไม่นึกเลยว่า... เด็กใหม่อย่างพวกเธอจะตามมาถึงที่นี่ได้เร็วขนาดนี้" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ด พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความน่าจะเป็นทั้งหมดของพวกเธอจะต้องจบลงตรงนี้..."
คิรากรยังไม่ทันได้เอ่ยปากโต้แย้ง บุคคลปริศนาก็ดีดนิ้ว1ครั้ง ส่งผลให้หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดของเซนในระบบกระพริบเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนวิกฤตที่ดังระรัวก้องไปทั่วโสตประสาท
*[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบรหัสคำสั่งทำลายลูปเวลาถูกเปิดใช้งานจากบุคคลภายนอก เวลาที่เหลือในลูปถูกบีบอัดเหลือเพียง... 3 นาทีสุดท้ายก่อนการยุบตัวของมิติ!]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคำนวณความน่าจะเป็นไปพร้อมกับคิรากรและอาจารย์มีนนะครับ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับจุดหักมุมในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 7
เงาปริศนาในเงามิติ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!