เสียงโลหะหนักหน่วงของกลไกเฟืองจักรขนาดยักษ์บดเข้าหากันดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คิรากรยกหลังมือขึ้นปาดคราบเหงื่อที่ซึมอยู่บนหน้าผาก ลมหายใจของเขาผ่อนออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้ความมืดสลัวของอุโมงค์ใต้ดิน เบื้องหน้าคือประตูนิรภัยไทเทเนียมหนาสองเมตรที่มีรอยสลักของสมการควอนตัมซับซ้อนนับพันบรรทัด ซึ่งกำลังเรืองแสงสีฟ้าเรื่อราวกับมีชีวิต
"ค่าความหนาแน่นของอนุภาคทาเคออนตรงจุดนี้สูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึงสี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับคุณกร ถ้าเรายังฝืนหมุนวงแหวนถอดรหัสนี้ต่อโดยไม่ปรับเทียบตัวกรองความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า แรงเหวี่ยงจากมิติที่บิดเบี้ยวอาจฉีกร่างของเราออกเป็นเสี่ยงๆ ในระดับโมเลกุลได้เลยนะครับ"
เสียงแจ้งเตือนจากเซน ปัญญาประดิษฐ์ภาคสนามที่ถูกเชื่อมต่อไว้กับแว่นตาอัจฉริยะของคิรากร ดังขึ้นด้วยโทนเสียงราบเรียบแต่แฝงความตึงเครียด เส้นกราฟสีแดงฉานกระพือไหวอยู่ตรงมุมสายตา ย้ำเตือนถึงความเสี่ยงระดับวิกฤตที่พวกเขากำลังเผชิญ
คิรากรไม่ตอบคำถามนั้นทันที นิ้วเรียวยาวของเขาขยับสัมผัสแป้นคีย์บอร์ดโฮโลแกรมที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขความน่าจะเป็นที่กระโดดขึ้นลงราวกับคลื่นในมหาสมุทร เขารู้ดีว่าเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมงก่อนมิติถล่มกำลังนับถอยหลังลงทุกขณะ ทุกวินาทีที่สูญเสียไปมีความหมายเท่ากับจำนวนชีวิตนับล้านบนพื้นเบื้องบนที่อาจไม่หลงเหลือแม้แต่เศษาก
"เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเซน ถ้าไม่เสี่ยงถอดรหัสประตูบานนี้ตอนนี้ ลูปเวลาก็จะรีเซ็ตกลับไปจุดเริ่มต้นอีกครั้ง และพวกเราก็จะติดอยู่ในวังวนแห่งความตายนี้ไปตลอดกาล" คิรากรเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่มั่นคง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงเรืองรองจากหน้าจอคำนวณ
เบื้องหลังของเขา ดร.รวินันท์ หรืออาจารย์มีน กำลังยืนกอดอกพิงผนังอิฐมอญเก่าAคร่ำคร่า ใบหน้าเรียวสวยของเธอยังคงเปื้อนคราบเขม่าควันจากการระเบิดของเครื่องยนต์ควอนตัมในห้องทดลองชั้นบน ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองการกระทำของลูกศิษย์หนุ่มด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความกังวลและความภาคภูมิใจลึกๆ
"นายมั่นใจแค่ไหน คิรากร?" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องทดลองใต้ดิน "สมการชุดนั้นไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ในยุคนี้ควรจะแตะต้อง มันถูกออกแบบโดยสถาบันวิจัยอนาคตเพื่อปิดผนึกสิ่งที่ไม่ควรถูกพบเจอ... นายกำลังเล่นกับความพินาศนะ"
"ผมไม่ได้เล่นกับความพินาศครับอาจารย์ แต่ผมกำลังคำนวณหาทางรอดเดียวที่เป็นไปได้ต่างหาก" คิรากรหันกลับมาสบตากับอาจารย์สาว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากเพื่อลดทอนความตึงเครียด "อาจารย์เชื่อใจผมไหมครับ?"
รวินันท์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นไหววูบชั่วขณะก่อนที่เธอจะถอนหายใจยาวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "ให้ตายเถอะ... นายเนี่ยนะ ชอบทำให้ฉันต้องเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายอยู่เรื่อยเลย... อยากทำอะไรก็ทำเถอะ ฉันคอยหนุนหลังให้อยู่แล้ว"
คำพูดนั้นทำให้ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านเข้ามาในหัวใจของคิรากร แม้สถานการณ์รอบตัวจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายและความกดดันจากกาลเวลาที่บีบรัด แต่การมีสหายร่วมรบและอาจารย์ที่พร้อมจะเดิมพันทุกอย่างเคียงข้างกัน ก็ทำให้เขามีความกล้าหาญมากพอที่จะเผชิญหน้ากับความน่าจะเป็นที่เกือบจะเป็นศูนย์
คิรากรหันกลับไปเผชิญหน้ากับประตูเหล็กกล้าอีกครั้ง นิ้วมือทั้งสองข้างทาบลงบนแผงควบคุมหลัก เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
*คลิก... ครอดดด—!*
เสียงกลไกภายในบานประตูขนาดยักษ์ส่งเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล แรงสั่นสะเทือนสะท้อนผ่านพื้นคอนกรีตจนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจนแสบตา ก่อนที่ประตูหนาจะค่อยๆ แยกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทที่อยู่เบื้องหลัง และกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่พัดปะทะใบหน้าจนขนลุกซู่
ภายในห้องทดลองลับเบื้องหน้า ไม่มีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ธรรมดาหลงเหลืออยู่ สิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องคือ "เครื่องมือชะลอกาลเวลา" ขนาดยักษ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากผลึกควอนตัมบริสุทธิ์ ส่งเสียงฮัมต่ำๆ ในคลื่นความถี่ที่ทำให้แก้วหูสั่นสะเทือน และที่ใจกลางเครื่องมือนั้น มีร่างของใครบางคนกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ในแคปซูลแก้วสุญญากาศ ร่างนั้นสวมชุดนักวิจัยคุ้นตา และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้าของร่างไร้สติในแคปซูลนั้น กลับมีเค้าโครงที่ถอดแบบมาจากตัวของคิรากรเองราวกับส่องกระจก!
"นี่มัน... หมายความว่ายังไงกัน?" รวินันท์อุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างเขา
ก่อนที่คิรากรจะทันได้หาคำตอบให้กับความผิดปกตินี้ เสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังลั่นสนั่นห้องทดลองจากระบบของเซน
*[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบรหัสพันธุกรรมตรงกับผู้ใช้งาน 100% — ระบบความปลอดภัยอัตโนมัติของลูปเวลาที่ 0 เริ่มต้นทำงาน ศัตรูภายนอกพิกัดกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ในระยะ 100 เมตร และ... มีผู้บุกรุกปริศนาอีกหนึ่งคนกำลังยืนอยู่ด้านหลังของพวกคุณ ณ ตอนนี้]*
คิรากรชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นพล่านจากสันหลังลามไปทั่วร่าง เขายังไม่ทันได้หันกลับไปมองตามคำเตือน ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอก็พุ่งวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ดังอยู่ข้างใบหูในความมืด
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉันเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคำนวณความน่าจะเป็นไปพร้อมกับคิรากรและอาจารย์มีนนะครับ หวังว่าจะสนุกและตื่นเต้นไปกับจุดหักมุมในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 6
ห้องทดลองใต้ดิน
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!