ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 13

เริ่มต้นใหม่ด้วยความเข้าใจที่มากกว่าเดิม

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"ถ้านายยังยืนคำนวณตัวเลขความน่าจะเป็นแบบเดิมในหัวซ้ำไปซ้ำมา นายไม่มีทางหาทางออกเจอหรอก กร" เสียงทุ้มต่ำแต่นิ่งสนิทดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องควบคุมมิติเชิงซ้อน ท่ามกลางแสงสีฟ้าครามจากหน้าจอโฮโลแกรมที่กะพริบถี่รัว คิรากรชะงักฝ่ามือที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ ปลายเล็บของเขาห่างจากปุ่มควบคุมการรีเซ็ตลูปเวลาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เมื่อร่างที่ก้าวผ่านประตูนิรภัยเข้ามาไม่ใช่เงาปริศนา แต่เป็นตัวเขาเอง—ตัวเขาจากลูปที่สามสิบเจ็ด ซึ่งสวมเสื้อคลุมกันกระแทกเปื้อนคราบเขม่าควันและรอยเลือดจางๆ ที่หัวไหล่ขวา คิรากรในปัจจุบันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลด้วยความเร็วสูง ตรรกะทางฟิสิกส์ควอนตัมบอกเขาว่าการพบกันของตัวตนสองช่วงเวลาในพิกัดเดียวกันจะสร้างความไม่เสถียรของสนามแม่เหล็กทว่า... สิ่งที่เขาสัมผัสได้จากอีกฝ่ายกลับไม่ใช่ความปั่นป่วนของมิติ แต่เป็นความอบอุ่นอันคุ้นเคยที่แฝงอยู่ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น "นาย..." คิรากรพยายามเปล่งเสียงออกไป แต่ลำคอกลับแห้งผาก "ไม่ต้องตกใจไปขนาดนั้นหรอกครับ" ร่างจากอนาคตส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาเห็นในกระจกทุกเช้า "ระบบความปลอดภัยไม่ได้ถูกแฮก และนี่ก็ไม่ใช่ความผิดพลาดของความน่าจะเป็น แต่มันคือผลลัพธ์จากตัวแปรที่นายเพิ่งจะเริ่มเข้าใจ... ตัวแปรที่เรียกว่า 'ความเชื่อใจ'" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก ประตูห้องควบคุมถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง ดร.รวินันท์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวบางของเธอยังคงถือแท็บเล็ตวิเคราะห์ข้อมูลแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แต่เมื่อเธอเห็นชายหนุ่มสองคนยืนเผชิญหน้ากันอยู่ใต้แสงโฮโลแกรม เธอก็ชะงักฝีเท้าลงทันที ลลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "นี่มัน... อะไรกัน?" รวินันท์เอ่ยเสียงสั่น พลางกวาดสายสลับมองคิรากรทั้งสองคน "ฉันตรวจจับความผันผวนของทาร์เชียนพาร์ติเคิลระดับวิกฤตจากห้องแล็บ นึกว่าระบบกำลังจะล่มสลายซะอีก แต่ทำไม..." "ใจเย็นๆ ก่อนครับ อาจารย์มีน" คิรากรตัวจริงในปัจจุบันหันไปสบตาเธอ แววตาของเขาฉายความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด "ผมจัดการสถานการณ์นี้ได้... หรืออย่างน้อยที่สุด ผมกำลังพยายามทำความเข้าใจมันอยู่" รวินันท์หันมามองเขา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความดุดันและมาดมั่นยามอยู่หน้ากระดานคำนวณ บัดนี้กลับฉายแววสับสนและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินตรงเข้ามาใกล้ โดยไม่สนใจเงาร่างจากอนาคตแม้แต่น้อย มือเรียวเอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อของคิรากรเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้หัวใจที่เต้นระรัวของเขาเริ่มสงบลง "นายแน่ใจนะ... ว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า?" รวินันท์กระซิบถาม น้ำเสียงของเธอเจือความห่วงใยที่ซ่อนไว้ไม่มิด ซึ่งเป็นมุมที่น้อยคนนักจะได้เห็นจากนักฟิสิกส์อัจฉริยะผู้เย่อหยิ่งคนนี้ คิรากรหันกลับมามองอาจารย์สาว เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ปลายนิ้วของเธอ ความใกล้ชิดในช่วงเวลาวิกฤตตลอดหลายสิบชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งการร่วมกันแกะรอยสมการ การแบ่งปันเสบียงราชาตijไม่น่าอร่อยในห้องแล็บใต้ดิน และการปกป้องซึ่งกันและกันจากแรงกระแทกของมิติที่กำลังจะถล่ม ได้หลอมรวมความสัมพันธ์ของพวกเขาให้ก้าวข้ามขอบเขตของลูกศิษย์และอาจารย์ไปไกลแล้ว "ผมแน่ใจครับ อาจารย์มีน" คิรากรตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น เขายกมือขึ้นทาบทับมือของเธอที่จับแขนเสื้อเขาไว้ "เพราะสมการความน่าจะเป็นไม่ได้โกหก... และหัวใจของผมก็บอกแบบนั้นเหมือนกัน" รวินันท์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อจางๆ ท่ามกลางแสงสีฟ้าของหน้าจอ เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่ผุดขึ้นบนเรียวปาก "นายเนี่ยนะ... รู้จักหยอดคำหวานในสถานการณ์ที่โลกกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ หรือไงกัน" "ผมแค่พูดตามความจริงทางตรรกะครับ" คิรากรยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "ฉันขอขัดจังหวะความโรแมนติกของพวกนายสักครู่นะครับ" เสียงทุ้มของคิรากรจากอนาคตดังแทรกขึ้น ขัดจังหวะโมเมนต์อบอุ่นระหว่างคนทั้งสอง เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกริบมองตรงไปยังแผงควบคุมหลัก "เพราะถ้าเรายังมัวแต่ซาบซึ้งกันอยู่ เวลาอีกสิบสองนาทีข้างหน้าจะเป็นวินาทีที่แกนกลางระเบิด และพวกนายจะไม่เหลือแม้แต่เศษซากให้มาปรับความเข้าใจกันอีก" รวินันท์รีบดึงมือกลับกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ก่อนจะกลับเข้าสู่โหมดนักวิทยาศาสตร์ผู้จริงจังในเสี้ยววินาที เธอสะบัดแท็บเล็ตในมือส่งข้อมูลชุดใหม่ขึ้นบนจอโฮโลแกรมกลางห้อง "จริงด้วย... ถ้าตัวตนจากอนาคตของนายอยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่าเงื่อนไขในการปิดลูปได้เปลี่ยนไปแล้ว กร นายคำนวณความน่าจะเป็นของการผสานพลังงานระหว่างสองลูปหรือยัง?" คิรากรรีบหันกลับมาสนใจหน้าจอทันที ดวงตาสีเข้มกวาดมองตัวเลขและสมการที่วิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง สมองของเขาทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อประมวลผลข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับ "ผมกำลังทำอยู่ครับอาจารย์... แต่ปัญหาคือ พลังงานที่ต้องใช้ในการเชื่อมต่อข้ามลูปนั้นเกินขีดจำกัดของเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราฝืนทำ ทวีปนี้อาจจะหายไปจากแผนที่ก่อนที่มิติจะถล่มเสียอีก" "ถ้างั้น นายก็ต้องใช้ตัวแปรเสริม" คิรากรจากอนาคตก้าวเข้าไปใกล้แผงควบคุม วางมือลงบนแท่นสแกนชีวมิติของตัวเอง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นตอบรับตัวตนของเขา "ตัวแปรที่นายยังไม่ได้ใส่เข้าไปในสมการ... ความทรงจำของความล้มเหลวในสามสิบเจ็ดลูปที่ผ่านมา" คิรากรเบิกกว้างด้วยความเข้าใจทันที "ความทรงจำของการล้มเหลว... มันไม่ใช่ข้อมูลที่สูญเปล่า แต่เป็นพลังงานความร้อนที่เกิดจากการเสียดทานของทางเลือก!" "ถูกต้องครับ" ร่างจากอนาคตพยักหน้ารับ "นายมีเวลาไม่มากแล้ว กร สลักรหัสผ่านนี้ลงไปในระบบหลัก พร้อมกับให้รวินันท์เป็นคนควบคุมเสถียรภาพสนามแม่เหล็ก นี่เป็นวิธีเดียวที่เราจะสร้างทางออกใหม่ที่ไม่มีใครต้องตาย" คิรากรหันไปสบตากับรวินันท์ อาจารย์สาวพยักหนับรับทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ แววตาของเธอมุ่งมั่นและเต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่าง 100% เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตของพวกเขาทั้งหมด แต่เธอก็พร้อมที่จะเสี่ยงไปกับลูกศิษย์หนุ่มคนนี้ นิ้วเรียวของทั้งสองคนขยับไปบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมพร้อมกันอย่างรวดเร็วราวกับเล่นเปียโนประสานเสียง เสียงระบบ AI ภาคสนามอย่างเซนดังขึ้นรัวๆ แจ้งเตือนสถานะการทำงานที่พุ่งทะยานเกินขีดจำกัด [คำเตือน: กำลังเข้าสู่กระบวนการหลอมรวมเส้นเวลา ความเสถียรลดลงเหลือ 15%] [ตรวจพบความเข้ากันได้ของจิตสำนึก 99.8%] [กำลังเตรียมการเปิดประตูมิติทางเลือกใหม่...] คิรากรสูดหายใจเข้าลึก 1 ปลายนี้วของเขากำลังจะกดปุ่มยืนยันคำสั่งสุดท้าย ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในระบบจะดังขึ้นด้วยโทนเสียงเย็นเยียบและน่าขนลุก [แจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับพระเจ้าแทรกซึมเข้ามาในแกนกลางลูป... และมันกำลังจับจ้องมองมาที่คุณ] --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ ลูปเวลามา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%