ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 15

กับดักในความทรงจำ

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมกับประจุไฟฟ้าแรงสูงคละคลุ้งไปทั่วห้องปฏิบัติการใต้ดิน เสียงหึ่งต่ำของเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมเรโซแนนซ์ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระรัวผิดจังหวะของจักรวาล ผม—คิรากร—กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าบานประตูโลหะอัลลอยด์หนาเตอะที่ถูกล็อกด้วยรหัสพันธุกรรมสามชั้น บนหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวตรงหน้า ปรากฏตัวอักษรเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่ระรัว [แจ้งเตือนด่วนจากระบบหลัก: ตรวจพบตัวตนที่สองของผู้ใช้งานในพื้นที่ปิดทึบ] [สถานะภารกิจอัปเดต: เปลี่ยนแปลงจาก 'ค้นหาข้อมูล' สู่ 'การกำจัดความน่าจะเป็นของตัวเอง'] [คำเตือนจากอนาคต: อย่าเปิดประตูบานนั้น... เพราะคนที่ยืนรออยู่อีกฝั่ง ไม่ใช่คุณในอดีต แต่คือผู้ที่สังหารคุณเมื่อเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่แล้ว] นิ้วมือของผมที่วางอยู่เหนือแป้นพิมพ์สัมผัสชะงักค้างกลางอากาศ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวบางเบา ความจริงที่ว่าเรากำลังติดอยู่ในลูปเวลาไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผมและดร.รวินันท์ แต่การเผชิญหน้ากับ "ความเป็นไปได้" ที่ผิดเพี้ยนจนกลายเป็นภัยคุกคามทางกายภาพเช่นนี้ คือสมการที่ผมยังไม่เคยคำนวณมาก่อน "กร... หยุดมือเถอะครับ ค่าความหนาแน่นของสนามควอนตัมหลังบานประตูนั้นสูงเกินกว่าที่เกราะป้องกันระดับสองของเราจะรับไหวแล้วนะ" เสียงของเซน ดังผ่านระบบสื่อสารภายในด้วยน้ำเสียงสังเคราะห์ที่เจือกระแสความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าคุณยังดึงดันจะถอดรหัสนี้ต่อ ความน่าจะเป็นที่คุณจะรอดออกไปได้มีเพียงแค่... ศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น" ผมไม่ได้ตอบคำถามของเซน สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่กับบรรทัดโค้ดที่รันอย่างบ้าคลั่งบนหน้าจอ ด้านหลังของผม ดร.รวินันท์ หรือที่ผมมักจะเรียกว่าอาจารย์มีน กำลังงለอยู่กับการปรับจูนค่าความถี่ของเครื่องมือวัดคลื่นสมอง เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง เสื้อกาวน์สีขาวเปรอะเปื้อนคราบเขม่าจากการทดลองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน (หรืออาจจะเป็นอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้าในลูปถัดไป) เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้ลวกๆ ด้วยปากกาเคมี ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่ผมไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "อย่าเพิ่งถอดใจสิเซน" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นเพื่อขจัดความตึงเครียด "ศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ ก็ยังมากกว่าศูนย์ไม่ใช่หรือครับ? ถ้าเราไม่เปิดประตูบานนี้ เราก็ไม่มีวันรู้เลยว่าความทรงจำที่หายไปของอาจารย์มีนเมื่อสามวันก่อน ถูกลบออกไปเพราะอะไร หรือใครกันแน่ที่เป็นคนสร้างลูปนี้ขึ้นมาตั้งแต่แรก" คำพูดของผมทำให้มือเรียวบางที่กำลังกดแป้นควบคุมเครื่องมือของอาจารย์มีนชะงักลงเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่ลึกซึ้งและยากจะคาดเดา "กร..." อาจารย์มีนเรียกชื่อผมเบาๆ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติ "เธอแน่ใจนะ... ว่าสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้น คือความจริงที่เราควรรับรู้? บางครั้ง... การไม่รู้ความจริง อาจเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรามีชีวิตรอดต่อไปได้ในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้" ผมหันไปสบตากับเธอ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของผม แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม "ตลอดเวลาที่ผ่านมา อาจารย์เป็นคนสอนผมเองไม่ใช่หรือครับว่า นักฟิสิกส์ที่ดีจะไม่ยอมจำนนต่อความน่าจะเป็นที่ยังไม่ได้พิสูจน์ หากเราถอยตอนนี้ ทุกสิ่งที่เราพยายามทำมาตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงก็จะกลายเป็นเพียงแค่ศูนย์... ผมยอมตายในฐานะผู้ไขปริศนา ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองคือใครกันแน่นะครับ" รวินันท์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เธอย่อมรู้ดีว่าการห้ามผมในยามที่ดื้อรั้นด้วยตรรกะแบบนี้เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์ เธอยกมือขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ตามใจเธอ... แต่จำไว้ ถ้าสถานการณ์เริ่มเกินจะควบคุม ฉันจะเป็นคนกดปุ่มรีเซ็ตระบบด้วยตัวเอง ต่อให้เธอจะคัดค้านก็ตาม" น้ำเสียงของเธอเด็ดเดี่ยวและจริงจัง ไม่มีแววตาของความลังเลหลงเหลืออยู่เลย "ตกลงครับ" ผมรับคำสั้นๆ ผมหันกลับมาเผชิญหน้ากับแผงควบคุมอีกครั้ง นิ้วมือทั้งสิบเริ่มเคลื่อนไหวบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง รหัสผ่านถูกป้อนเข้าไปทีละชุด เสียงเตือนของระบบดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหวีดหวิวแหลมสูง หน้าจอหลักเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดงฉาน ข้อความเตือนจากระบบกระพริบเตือนตัวโต [คำเตือน: ตรวจพบความผิดปกติของคลื่นสมองในรัศมีสามเมตร] [จิตใต้สำนึกของผู้ใช้งานกำลังเชื่อมต่อกับระบบ...] ทันใดนั้น โลกทั้งใบก็ราวกับหยุดหมุน ภาพรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวราวกับภาพสีน้ำที่ถูกน้ำสาดใส่ ห้องปฏิบัติการใต้ดินอันทันสมัยค่อยๆ เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดอันเวิ้งว้างและหนེบเหน็บ กลิ่นอายของความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้ลึกที่สุดในจิตใต้สำนึกของรวินันท์กำลังไหลทะลักเข้ามาในหัวของผม ภาพเหตุการณ์ในอดีต—หรืออาจจะเป็นอนาคตที่ยังมาไม่ถึง—ฉายวาบขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว ผมเห็นรวินันท์ในชุดกราวน์เปื้อนเลือด กำลังยืนอยู่หน้าเครื่องปฏิกรณ์ควอนตัมเครื่องเดียวกันนี้ เธอกำลังร้องไห้ น้ำตาหยดลงบนแผงควบคุมที่กำลังพังทลาย และในมือของเธอ... กำลังถือปืนเลเซอร์ลำแสงสีฟ้าที่ยังคงส่งควันจางๆ ออกมา ปลายกระบอกปืนหันเข้าหาเงาร่างหนึ่งที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เงาร่างนั้น... สวมเสื้อผ้าแบบเดียวกับผม และใบหน้าของเขาก็คือตัวผมเอง หัวใจของผมกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการย้อนเวลาเพื่อแกะรอย แต่ผมกำลังมองเห็นภาพฆาตกรรมที่ตัวเองเป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำในเวลาเดียวกัน! "กร! ระวัง!" เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของอาจารย์มีนดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ก่อนที่ผมจะทันได้ประมวลผลความหมายของภาพที่เห็น ประตูโลหะอัลลอยด์หนาเตอะเบื้องหน้าก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง กลไกไฮดรอลิกทำงานอย่างรุนแรงจนเกิดประกายไฟสപാดสาดไปทั่ว บานประตูค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกลุ่มควันสีขาวหนาทึบที่พวยพุ่งออกมาจากห้องมืดสนิทด้านใน และในความมืดนั้น... มีเงาร่างหนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าที่กระทบกับพื้นห้องปฏิบัติการดัง ก้าว... ก้าว... และก้าว... ทุกเสียงสะท้อนก้องอยู่ในหัวของผมราวกับเสียงเคาะโลงศพ ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ตรงข้ามกับแสงไฟสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรม มือข้างหนึ่งถือวัตถุบางอย่างที่สะท้อนแสงแวววาว และเมื่อหมอกควันจางลงจนเห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมก็ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกง นั่นไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือตัวผมเอง—คิรากร—ในสภาพที่ร่างกายสะินสะเทือนไปด้วยรอยแผลเป็นจากกระสุนพลังงาน และดวงตาคู่นั้นที่จ้องมองมา เต็มไปด้วยความเย็นชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับเครื่องจักรที่ไร้จิตวิญญาณ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉัน" เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้นจากปากของเงาร่างนั้น พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก [ประกาศจากระบบ: เงื่อนไขลูปเวลาสมบูรณ์แบบ — ภารกิจบังคับ: กำจัดตัวตนส่วนเกินเพื่อรักษาเส้นเวลาหลัก] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%