"คุณกร กำลังทำอะไรอยู่ครับ! รีบถอนรหัสออกเดี๋ยวนี้!"
เสียงของเซนดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ผ่านหูฟังควอนตัมขนาดจิ๋วที่แนบอยู่หลังใบหู น้ำเสียงของปัญญาประดิษฐ์ภาคสนามไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยคลื่นความถี่สั่นพ้องที่บ่งบอกถึงสภาวะวิกฤต หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าผมกำลังกะพริบเป็นสีแดงฉาน ข้อความปริศนาจากอนาคตอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้ายังคงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ มันไม่ใช่แค่ตัวอักษรธรรมดา แต่เป็นชุดสมการอนุภาคที่เข้ารหัสด้วยคีย์ความปลอดภัยระดับสูงสุดของสถาบันวิจัย
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก, กวาดสายตาผ่านแถวตัวเลขนับล้านที่วิ่งผ่านเรตินาเลนส์อย่างรวดเร็ว สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ประมวลผลความน่าจะเป็นในเสี้ยววินาที ขณะที่มือขวายังคงจรดอยู่บนแผงควบคุมแสงฮอโลกราฟิกเพื่อตรึงสัญญาณรบกวนนั้นเอาไว้ไม่ให้หลุดลอย
"ผมไม่ได้กำลังแฮกเข้าระบบเซิร์ฟเวอร์หลักครับเซน... แต่ผมกำลังพยายามรักษาเสถียรภาพของลูปเวลาต่างหาก" ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ให้มากที่สุด แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม "คุณก็เห็นนี่ว่าถ้าปล่อยให้ข้อความนี้สลายไป แรงดันควอนตัมในอีกสามวันข้างหน้าจะเกิดภาวะตีกลับ และมิติจะถล่มเร็วกว่ากำหนดถึงสิบเท่า"
"แต่การทำแบบนั้นจะทำให้ดร.รวินันท์..."
เซนยังไม่ทันพูดจบ ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังห้องปฏิบัติการก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างระหงในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาแต่ยับยู่ยี่ก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เธอกวาดตามองหน้าจอโฮโลแกรมที่เต็มไปด้วยสมการสีแดงก่ำ ก่อนจะตวัดสายตากลับมาหยุดที่ผม
"คิรากร!" น้ำเสียงของดร.รวินันท์ หรือ ดร.มีน อาจารย์สาวผู้กุมความลับสูงสุดของโครงการควอนตัมลูป ดังขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราดที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดนักวิชาการ "ใครอนุญาตให้เธอแตะต้อง 'พารามิเตอร์โอเมก้า' บนกระดานสมการของฉัน!"
ผมค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจากเก้าอี้ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้จะรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้อยู่บนเส้นด้าย "สวัสดีครับอาจารย์... พอดีผมบังเอิญเห็นว่าตัวเลขแถวที่เจ็ดมีความคลาดเคลื่อนทางทฤษฎีเล็กน้อย ก็เลยลองคำนวณความน่าจะเป็นใหม่ดูครับ"
"เล็กน้อยงั้นเหรอ!" ดร.รวินันท์สาวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของผม นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่หน้าจอโฮโลแกรมซึ่งตอนนี้แสดงผลกราฟรูปคลื่นกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง "นั่นไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนทางทฤษฎีนะคิรากร! นั่นคือ 'จุดเอกฐาน' ที่ฉันใช้เวลาสามปีในการคำนวณและล็อกรหัสไว้! เธอกำลังทำลายสมดุลของจักรวาลทางเลือกด้วยความอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กๆ ของเธอรู้ตัวบ้างไหม!"
บรรยากาศในห้องปฏิบัติการอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน กลิ่นอายของโอโซนจากการทำงานของเครื่องเร่งอนุภาคอบอวลอยู่ในบรรยากาศ เซนเงียบเสียงไปแล้ว ปล่อยให้ผมต้องรับมือกับพายุอารมณ์ของอาจารย์สาวอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและไร้ความปรานีเมื่ออยู่หน้ากระดานคำนวณ
ผมไม่หลบสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวคู่นั้น ตรงกันข้าม ผมกลับสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของเธอ มือเรียวที่กำลังกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว และร่องรอยความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว เธอไม่ได้นอนมาไม่ต่ำกว่าสี่สิบแปดชั่วโมง... และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมสมการของเธอถึงมีช่องโหว่
"อาจารย์ครับ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เจือความห่วงใยที่ถูกกรองผ่านความสุภาพตามวิสัยของผม "ถ้าอาจารย์ยังดันทุรังใช้สมการชุดเดิมโดยไม่คำนวณตัวแปรแทรกซ้อนจากอนาคต ข้อความที่ผมเพิ่งได้รับเมื่อครู่จะเป็นจริง... และในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า ห้องนี้ รวมถึงสถาบันวิจัยทั้งแห่ง จะไม่เหลือแม้แต่ฝุ่นผง"
ดร.รวินันท์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาหลังกรอบแว่นเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "เธอพูดเรื่องอะไร... ข้อความอะไร ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง"
"เพราะอาจารย์เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการพิสูจน์ทฤษฎีของตัวเอง จนมองข้าม 'เสียงรบกวน' เล็กๆ น้อยๆ ที่ระบบส่งมาเตือนไงครับ" ผมพลิกข้อมือ เรียกหน้าต่างข้อมูลอีกชุดขึ้นกลางอากาศ ภาพโฮโลแกรมขยายใหญ่ขึ้น เผยให้เห็นลายเซ็นดิจิทัลที่ฝังอยู่ในข้อความจากอนาคต "นี่คือลายเซ็นควอนตัมของผมเองครับอาจารย์... แต่ถูกเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านระดับเดียวกับที่อาจารย์เก็บไว้ในสมองกลส่วนตัว... รหัสผ่านที่ผมไม่มีวันเข้าถึงได้ในตอนนี้... ยกเว้นเสียแต่ว่า ในอนาคต ผมจะเรียนรู้มันจากใครบางคน"
อาจารย์มีนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าที่เคยโกรธเกรี้ยวเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอจ้องมองลายเซ็นดิจิทัลนั้นราวกับเห็นผี ปากเรียวอ้าค้างเล็กน้อยก่อนจะเม้มเข้าหากันแน่น
"เป็นไปไม่ได้..." เธอพึมพำกับตัวเอง "รหัสชุดนั้น... มีแค่ฉันกับ... กับ..."
"กับตัวตนในอนาคตของอาจารย์ใช่ไหมครับ?" ผมต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิดเพื่อลดระยะห่างทางกายภาพและสร้างความอุ่นใจ "พวกเรากำลังติดอยู่ในลูปเวลาที่ถูกเซ็ตค่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่มิติถล่ม เวลาจะถูกรีเซ็ตกลับมาที่จุดเริ่มต้นเมื่อเจ็ดสิบสองชั่วโมงก่อน... และตัวอาจารย์เองก็คือคนเดียวที่รู้ว่าทำไมมันถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น"
ดร.รวินันท์เงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง ความลับที่เธอแบกรับไว้คนเดียวมาตลอดถูกเปิดโปงด้วยเด็กหนุ่มรุ่นน้องผู้เชี่ยวชาญด้านความน่าจะเป็น ท่าทีที่เคยดุดันและเย่อหยิ่งพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งในการกอบกู้โลกทั้งใบ
"เธอ... รู้ได้ยังไง..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงจนเกือบกลืนหายไปกับเสียงฮัมของเครื่องจักร
"ผมไม่ได้รู้ตั้งแต่แรกหครับอาจารย์" ผมระบายยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่มักจะใช้สยบความตื่นตระหนกของคนรอบตัวเสมอ "แต่ผมคำนวณมันได้... จากความน่าจะเป็นที่ปรากฏบนกระดานสมการของอาจารย์นี่แหละครับ"
ก่อนที่ดร.รวินันท์จะได้เอ่ยคำถามใดออกมาอีก จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ จากระบบสำรองฉุกเฉินที่ส่องให้เห็นเงาของกันและกัน
เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของผมผ่านทางเซน—เสียงที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุดในเวลานี้
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกลูปเวลา]
[สถานะ: รหัสผ่านความปลอดภัยถูกปลดล็อกโดย 'ผู้มาเยือน' ที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูล]
[คำเตือน: วัตถุแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวผ่านมิติเวลา... ระยะทางห่างจากจุดพิกัดปัจจุบัน... สามสิบเมตร... ยี่สิบเมตร... สิบเมตร...]
ดร.รวินันท์หน้าถอดสี เธอคว้าแขนเสื้อของผมไว้แน่น มือของเธอกำลังสั่นเทา "คิรากร... นั่นไม่ใช่ระบบของเรา..."
ผมหันไปมองหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพห้องปฏิบัติการด้านนอก เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งกำลังก้าวทะลุกำแพงมิติเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง ภายใต้ความมืดมิดและเสียงเตือนภัยที่ดังระรัว ดวงตาสีฟ้าเรืองแสงคู่หนึ่งจ้องมองตรงมาที่เราทั้งคู่จากความมืด และเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็กระซิบก้องอยู่ในหัวของผม—เสียงที่เป็นของตัวผมเอง แต่มันเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความตาย
*“ยินดีต้อนรับสู่ลูปที่หนึ่งร้อย... คิรากร... นายตัดสินใจผิดพลาดอีกแล้วนะ”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและคำนวณความน่าจะเป็นไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 2
การพบกันบนกระดานสมการ
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!