หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามเบื้องหน้ากำลังเต้นเร่าด้วยอัตราความหนาแน่นของอนุภาคที่ผิดเพี้ยนไปจากมาตรฐานสากลถึงเจ็ดร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขหลักล้านชุดสลับสับเปลี่ยนกันด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงฮัมต่ำในลำโพงเซนเซอร์ คิรากรไม่แม้แต่จะกะพริบตา นิ้วเรียวยาวของเขาขยับวาดผ่านอากาศเพื่อดึงกราฟความน่าจะเป็นย้อนหลังขึ้นมาเปรียบเทียบกับสภาวะปัจจุบัน ตรรกะทุกข้อที่เคยร่ำเรียนมาตลอดห้าปีในสถาบันควอนตัมกำลังถูกฉีกกระชากให้แหลกละเอียดด้วยความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
"ความหนາแน่นของสนามพลังงานในเขตเซกเตอร์เจ็ดลดลงต่ำกว่าจุดวิกฤตอีกแล้วนะครับคุณกร" เสียงทุ้มเรียบของเซน ดังขึ้นจากกำไลข้อมืออัจฉริยะ พร้อมกับเส้นกราฟสีแดงฉานที่พุ่งดิ่งเหวราวกับกราฟหุ้นของบริษัทที่กำลังจะล้มละลาย "หากอัตราการสลายตัวยังคงที่ในระดับนี้ ความเป็นไปได้ที่ระบบจะรักษาเสถียรภาพไว้ได้มีค่าเข้าใกล้ศูนย์อย่างสมบูรณ์แบบครับ"
คิรากรผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้อยู่ในกรอบของความสงบ เขารู้ดีว่าความตื่นตระหนกไม่เคยช่วยแก้ปัญหาทางฟิสิกส์ได้แม้แต่น้อย ชายหนุ่มขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะทำงานเบาๆ เป็นจังหวะสามครั้ง—นิสัยส่วนตัวยามที่สมองกำลังประมวลผลข้อมูลชุดใหญ่
"เซน ดึงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดินทั้งหมดขึ้นมาซ้อนทับกับภาพจำลองของดร.รวินันท์เมื่อสามเดือนก่อน ผมอยากรู้ว่าจุดตัดของคลื่นความถี่ตรงกับช่วงเวลาไหนมากที่สุด"
"รับทราบกำลังประมวลผล... สาม สอง หนึ่ง... เสร็จสิ้นครับ"
พริบตา ภาพจำลองสามมิติของอาคารทรงโดมขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใจกลางห้องทำงาน มันคือสถาบันวิจัยมิติเวลาที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันมาหลายปี แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ รอบตัวอาคารเหล่านั้นกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มก้อนพลังงานสีดำสนิทที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น มันไม่ใช่ความเสียหายทางกายภาพ แต่มันคือการลบเลือนตัวตนของสสารออกจากไทม์ไลน์อย่างสมบูรณ์
ประตูกระจกนิรภัยด้านหลังเลื่อนเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวที่ยับยู่ยี่ ผมยาวประบ่ารวบไว้อย่างลวกๆ ดร.รวินันท์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟที่เย็นชืดจนมีหยดน้ำเกาะพราว แววตาคมกริบของเธอจดจ้องตรงมาที่หน้าจอโฮโลแกรมทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาทักทาย
"นายเห็นตัวเลขพวกนั้นแล้วใช่ไหม คิรากร" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย เจือความเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนมาติดต่อกันสามวันเต็ม
"เห็นแล้วครับอาจารย์" คิรากรหันไปสบตากับเธอ "ไม่ใช่แค่เซกเตอร์เจ็ด แต่สนามพลังงานควอนตัมทั่วทั้งทวีปกำลังเกิดการรีเซ็ตตัวเองอย่างเงียบๆ ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ไม่มีบันทึกในฐานข้อมูลกลาง... ราวกับว่าใครบางคนกำลังกดปุ่มลบกระดานชนวนทิ้งทั้งหมด"
รวินันท์เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เธอวางแก้วกาแฟลงเสียงดังจนของเหลวข้างในกระฉลัก มือเรียวคว้าอากาศเพื่อขยายกราฟตัวเลขชุดหนึ่งขึ้นมาดูใกล้ๆ ดวงตาของนักฟิสิกส์อัจฉริยะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาที่หาได้ยากยิ่งจากผู้หญิงคนนี้
"ไม่ใช่ใครบางคนหريكหรอก..." เธอพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว "มันคือปฏิกิริยาลูกโซ่จากอนาคต... หรือพูดให้ถูกคือ มิติเวลาที่เราอาศัยอยู่กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่ช้า และเราเหลือเวลาคำนวณหาทางแก้แค่น้อยนิด"
บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ยังคงทำงานอย่างบ้าคลั่ง คิรากรหันกลับไปมองหน้าจอหลักอีกครั้ง ตัวเลขถอยหลังสีแดงเพลิงเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมขวาบนของจอภาพ พร้อมกับเสียงเตือนจังหวะชีพจรที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
*72:00:00*
*71:59:59*
*71:59:58*
"เจ็ดสิบสองชั่วโมง..." คิรากรทวนตัวเลขนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาของเขากลับประกายแสงคมปลาบ "นั่นคือกรอบเวลาทั้งหมดที่เรามีก่อนที่มิตินี้จะเกิดการยุบตัวอย่างสมบูรณ์ใช่ไหมครับเซน"
"ถูกต้องครับคุณกร จากการคำนวณความน่าจะเป็นล่าสุด ไม่มีทางรอดอื่นใดในไทม์ไลน์นี้ หากเราไม่สามารถหาจุดกำเนิดความผิดเพี้ยนและทำการแก้ไขได้ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมถึงตัวเราเองจะถูกรีเซ็ตหายไปอย่างไร้ร่องรอยครับ"
รวินันท์สูดหายใจเข้าลึก, เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะหันมามองลูกศิษย์คนโปรดด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่เธอก็ยังคงมีความเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มคนนี้เสมอ
"งั้นก็อย่ามัวเสียเวลาเลย คิรากร" อาจารย์สาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว "ในเมื่อประวัติศาสตร์กำลังจะถูกเขียนใหม่ด้วยความว่างเปล่า เราก็คงต้องเป็นคนลุกขึ้นมาถือปากกาเพื่อแก้ไขมันด้วยตัวเองแล้วล่ะนะ"
คิรากรพยักหน้ารับช้าๆ เขาเอื้อมมือไปกดเปิดใช้งานโหมดคำนวณขั้นสูงสุดบนแผงควบคุม แสงไฟสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนบนกรอบแว่นของเขา ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ระบบกำลังทำการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลหลัก เสียงแจ้งเตือนปริศนาก็ดังแทรกขึ้นมาด้วยคลื่นความถี่ที่ไม่อยู่ในระบบ
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
"เอ๊ะ?" เซนอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเป็นครั้งแรก "ตรวจพบสัญญาณรบกวนภายนอก... ไม่สิ... มันไม่ใช่สัญญาณรบกวนครับคุณกร... แต่มันคือ... ข้อความส่งตรงมาจากอนาคต... และผู้ส่งคือตัวคุณเองเมื่อเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามเวลาไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 1
สัญญาณเตือนจากความน่าจะเป็นศูนย์
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!