คราบผลึกควอนตัมสีฟ้าครามที่สะท้อนอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมไม่ได้บ่งบอกถึงความสวยงาม แต่มันคือร่องรอยการกัดกร่อนของมิติเวลาที่กำลังลุกลามเข้าสู่ชั้นบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์อย่างเงียบเชียบ คิรากรใช้ปลายนิ้วเลื่อนแถบคำนวณความน่าจะเป็นถอยหลังไปสามวินาที ภาพของห้องปฏิบัติการใต้ดินสถาบันวิจัยหลักฉายซ้ำ รวินันท์ในชุดกราวด์สีขาวเปื้อนคราบคาร์บอนกำลังยืนนิ่งอยู่หน้าเครื่องเร่งอนุภาคที่ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ แววตาของอาจารย์สาวไม่ได้สะท้อนความกลัวต่อความตาย แต่มันคือความเวิ้งว้างของคนที่กำลังตามหาบางสิ่งซึ่งสูญหายไปตลอดกาล
"ถ้าคุณยังดึงดันจะรันโปรโตคอลนี้ในลูปที่สิบสอง ความเสถียรของจิตสำนึกคุณจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยร้อยละสี่สิบเจ็ดนะครับ อาจารย์มีน"
เสียงทุ้มของคิรากรดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบแว่นโลหะของเขา ประกายตาสะท้อนความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิทตามวิสัยของนักคำนวณผู้ยึดมั่นในตรรกะ
ดร.รวินันท์สะดุ้งเล็กน้อย เธอละสายตาจากเอกสารสิทธิ์การทดลองเก่าคร่ำคร่าที่มีรอยไหม้ตรงมุมกระดาษ รอยยิ้มบางเบาที่มักประดับบนใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความเหนื่อยล้าเลือนหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าอย่างแท้จริงที่ไม่อาจปิดบัง
"เธอนี่รอบคอบเกินวัยจริงๆ นะกร... บางครั้งฉันก็แอบคิดว่าการมี AI ภาคสนามอย่างเจ้าเซนยังไม่น่าปวดหัวเท่ากับการมีผู้ช่วยที่เป็นมนุษย์และอ่านใจฉันได้ทุกเรื่องแบบเธอเลย" รวินันท์ถอนหายใจยาว วางปากกาควอนตัมลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบกับไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องในความเงียบ
"มันไม่ใช่การอ่านใจครับ แต่เป็นผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ความแปรปรวนของพฤติกรรมคุณตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา อัตราการกะพริบตาของคุณลดลงร้อยละสี่สิบ อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าใกล้ไฟล์รหัส 'Aether-0' และที่สำคัญที่สุด... คุณไม่ได้ดื่มกาแฟดำแก้วโปรดตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว" คิรากรก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ทิ้งระยะห่างที่พอเหมาะเพื่อให้เกียรติความเป็นส่วนตัวของอาจารย์ แต่ก็ใกล้พอที่จะเอื้อมมือไปคว้าแก้วกาแฟที่เย็นชืดมาถือไว้เอง
เซน ปัญญาประดิษฐ์ภาคสนามที่ฉายภาพโฮโลแกรมเป็นรูปทรงเรขาคณิตสีฟ้าลอยอยู่เหนือไหล่ของคิรากร ส่งเสียงเตือนเบาๆ ในย่านความถี่ต่ำ *[ตรวจพบคลื่นสมองของเป้าหมายมีความเครียดสูงระดับเตือนภัย กรุณาระมัดระวังในการสนทนา]*
"ปิดเสียงการวิเคราะห์ของเซนก่อนครับ..." คิรากรสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมามองสตรีตรงหน้า "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อขัดขวางงานวิจัยของคุณ แต่ผมต้องการรู้ความจริง... ทำไมคุณถึงยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งการมีตัวตนอยู่ของคุณเองในลูปเวลานี้ เพื่อโปรเจกต์ที่สถาบันสั่งปิดตายไปเมื่อห้าปีก่อน"
รวินันท์เงียบไป ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนกะพริบช้าๆ เธอมองลึกลงไปในดวงตาของคิรากร ค้นหาบางสิ่งที่มั่นคงพอจะฝากความลับอันหนักอึ้งนี้ไว้ได้
"เธอเคยสูญเสียใครสักคนไปต่อหน้าต่อตาไหมกร... แบบที่ว่า กฎทางฟิสิกส์ทุกข้อบนโลกใบนี้กลายเป็นสิ่งไร้ความหมาย ทฤษฎีสัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ หรือกลศาสตร์ควอนตัมของพลังงานซ้อนทับ มันไม่อาจช่วยดึงรั้งลมหายใจของคนที่เธอรักกลับมาได้เลย" น้ำเสียงของรวินันท์สั่นเครือเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่คิรากรได้เห็นรอยร้าวบนกำแพงความอัจฉริยะของอาจารย์สาว
ห้องทำงานกว้างใหญ่ดูแคบลงทันตาเมื่อความทรงจำอันเจ็บปวดถูกขุดคุ้ยขึ้นมา รวินันท์ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างกระจกใส มองออกไปยังลานกว้างของสถาบันที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกยามค่ำคืน
"เมื่อห้าปีก่อน... พี่ชายของฉัน ดร.รวินทร์ เป็นหัวหน้าทีมวิจัยโปรเจกต์ 'Aether-0' นี้ เขาเป็นคนแรกที่ค้นพบว่าโครงสร้างมิติเวลาไม่ได้แข็งทื่อ แต่มันยืดหยุ่นและมีช่องโหว่พอที่เราจะแทรกแซงอดีตได้ แต่การทดลองครั้งนั้นเกิดความผิดพลาดทางโครงสร้างควอนตัม เกิดการยุบตัวของมิติย่อยกลืนกินห้องปฏิบัติการทั้งโซน..."
รวินันท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว
"สถาบันปัดความรับผิดชอบด้วยการบอกว่ามันคือความประมาทเลินเล่อของเขา พวกเขาปิดตายโครงการ ประณามชื่อเสียงของพี่ชายฉัน และลบชื่อเขาออกจากบันทึกประวัติศาสตร์ทั้งหมด แต่นั่นไม่ใช่ความจริง... ฉันพบร่องรอยการคำนวณที่ถูกแก้ไขโดยบุคคลที่สามในวินาทีสุดท้ายก่อนระบบล่มสลาย มีใครบางคน จงใจ sabotaged การทดลองนั้น เพื่อขโมยแกนพลังงานควอนตัมต้นแบบไป"
คิรากรนิ่งฟังอย่างตั้งใจ สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา ตัวเลข สมการ และเหตุการณ์ในอดีตถูกนำมาเรียงร้อยต่อกันอย่างเป็นระบบ ช่องว่างที่เคยสงสัยเริ่มถูกเติมเต็มด้วยตรรกะที่น่าตกใจ
"และนั่นคือเหตุผลที่คุณยอมสร้างลูปเวลานี้ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า..." คิรากรเอ่ยขึ้นต่อประโยคให้โดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายพูดจบ "ไม่ใช่เพื่อแก้ไขความผิดพลาดของการทดลอง แต่เพื่อตามหาหลักฐานชิ้นนั้น... หลักฐานที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพี่ชายคุณ และกระชากหน้ากากคนที่อยู่เบื้องหลังความพินาศเมื่อห้าปีก่อน"
รวินันท์หันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความโล่งใจและความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์
"ถูกต้อง... และในลูปนี้ คือโอกาสสุดท้ายของเรากร ถ้าเราไม่สามารถกู้คืนข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์หลักใต้ดินได้ก่อนที่มิติจะถล่มสมบูรณ์ในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า ประวัติศาสตร์จะถูกรีเซ็ต และฉัน... จะหายไปจากความทรงจำของทุกคน รวมถึงตัวเธอด้วย"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาทันที ไอน้ำจากความเย็นของเครื่องปรับอากาศควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำเกาะอยู่บนกระจก คิรากรขยับกรอบแว่นเล็กน้อย แววตาของเขามีประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความลังเลทั้งหมดหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยการตัดสินใจครั้งสำคัญในฐานะคู่หูและนักคำนวณผู้กุมความน่าจะเป็น
"ถ้าอย่างนั้น แผนการที่เราวางไว้ต้องถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดนะครับอาจารย์" คิรากรเดินเข้าไปหยิบแท็บเล็ตคำนวณส่วนตัวขึ้นมา นิ้วเรียวกดรัวใส่หน้าจอด้วยความเร็วสูง ภาพจำลองสามมิติของอาคารใต้ดินสถาบันปรากฏขึ้นพร้อมจุดอ่อนที่คำนวณด้วยความแม่นยำระดับร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้า
"เราจะไม่รอให้ถึงชั่วโมงที่เจ็ดสิบสอง... เซน คำนวณเส้นทางหลบหนีที่สั้นที่สุดและมีความเสี่ยงต่ำที่สุดในการเข้าสู่ห้องเซิร์ฟเวอร์หลักให้ที"
*[รับทราบครับ กำลังคำนวณ... ความน่าจะเป็นในการปฏิบัติภารกิจสำเร็จเพิ่มขึ้นจากร้อยละสิบสอง เป็นร้อยละหกสิบแปด หากปฏิบัติตามแผนการใหม่ของคิรากร]* เสียงสังเคราะห์ของ AI ดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น
รวินันท์มองการกระทำที่เด็ดเดี่ยวของลูกศิษย์หนุ่ม ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอก เธอไม่เคยคิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าเป็นเพียงนักศึกษาฝึกงานอัจฉริยะ จะกลายมาเป็นที่พึ่งพิงอันมั่นคงที่สุดในยามที่เธอยืนอยู่บนปากเหวแห่งความสิ้นหวัง
"ขอบใจนะกร..." เธอกระซิบลมเบา
"ไม่ต้องขอบใจผมหلفหรอกครับอาจารย์ หน้าที่ของนักคำนวณความน่าจะเป็น คือการทำให้ผลลัพธ์ที่ไม่มีทางเป็นไปได้... กลายเป็นความจริงให้ได้ต่างหากล่ะครับ"
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมข้อมูลสำหรับปฏิบัติการขั้นเด็ดขาด จู่ๆ แสงไฟนีออนทั่วทั้งห้องทำงานก็ดับวับลงอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าครอบงำพื้นที่ในชั่วพริบตา มีเพียงแสงสีฟ้าครามจากหน้าจอโฮโลแกรมที่ยังคงกระพริบไหว ร่างของเซนบนอากาศเกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรงจนภาพแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
*[คำเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบการเข้าถึงระบบจากภายนอก... รหัสความปลอดภัยถูกแทนที่... ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์...]*
เสียงแจ้งเตือนของ AI ขาดหายเป็นช่วงๆ ก่อนที่หน้าจอทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความปริศนาที่ถูกพิมพ์ทีละตัวด้วยความเร็วสูงต่อหน้าต่อตาคนทั้งสอง
*“ยินดีด้วยที่ไขปริศนาได้... แต่พวกคุณลืมคำนวณตัวแปรสำคัญไปหนึ่งตัว... ตัวแปรที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังพวกคุณ ณ ตอนนี้”*
สิ้นเสียงข้อความนั้น ลมหายใจเย็นยะเยือกก็เป่ารดต้นคอของคิรากร พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงความมืดมิดเบื้องหลังประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาความน่าจะเป็นไปพร้อมกันเสมอนะครับ
ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม•ตอนที่ 11
ความลับของอาจารย์สาว
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาแกะรอยความน่าจะเป็น ใน 72 ชั่วโมงก่อนมิติถล่ม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!