“ถ้านายยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าที่ชวนมากินข้าวเมื่อกี้เป็นโมฆะ แล้วปล่อยให้นายกลับไปนั่งเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกคาโต๊ะทำงานคนเดียว”
เสียงห้าวติดจะกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของร้านอาหารกึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์ที่ซ่อนตัวอยู่หลังย่านการค้า ปฐพีสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิงในหัว เขาปรายตามองคนตรงข้าม—เพลิง ช่างภาพหนุ่มผู้มีรอยยิ้มมุมปากเป็นอาวุธประจำตัวและสายตาที่พร้อมจะท้าทายกฎเกณฑ์ทุกข้อบนโลกใบนี้—ด้วยแววตาเรียบนิ่งตามสไตล์สถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบ
“ใครท้องผูก พูดจาไร้สาระน่าเพลิง” ปฐพีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหงุดหงิดที่อีกฝ่ายมักจะอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งเสมอ “แล้วก็เลิกเรียกฉันด้วยน้ำเสียงกวนประสาทแบบนั้นสักที ฉันแก่กว่านายนะ”
“แค่ปีเดียว อย่าทำตัวเป็นลุงแก่ๆ แถวนี้เลยน่า ปฐพี” เพลิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนายื่นแก้วน้ำชาเขียวเย็นจัดไปตรงหน้าอีกฝ่าย “อ่ะ ดับร้อนหน่อย สถาปนิกคนเก่ง... ฉันรู้ว่านายเครียดเรื่องโปรเจกต์หอศิลป์นั่น แต่การนั่งขมวดคิ้วใส่จานสเต็กมันไม่ได้ช่วยให้แบบผ่านหรอกนะ”
ปฐพีมองแก้วน้ำที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า สลับกับใบหน้าคมคายที่เจือความกวนประสาทแต่นัยน์ตากลับมีความห่วงใยซ่อนอยู่ลึกๆ เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่าความตั้งใจที่จะทำตัวเย็นชาใส่ช่างภาพปากร้ายคนนี้พังทลายไม่เป็นท่าตั้งแต่ก้าวเข้าร้านนี้แล้ว
นี่คือการนัดหมาย ‘ไถ่โทษ’ ตามปากคำของเพลิง หลังจากเหตุการณ์ปะทะคารมรุนแรงในห้องประชุมเมื่อวาน ปฐพีจำได้แม่นว่าเขาเป็นฝ่ายไล่ให้อีกฝ่ายไสหัวออกไปให้พ้นหน้า แต่สุดท้าย กลายเป็นเพลิงที่ส่งข้อความมาดึงดันบังคับให้เขาออกมาหาอะไรกินด้วยกันในคืนนี้ โดยอ้างเหตุผลหน้าตายว่า *‘ไม่อยากบาปหนาที่มีส่วนทำให้สถาปนิกหน้าหล่อแต่ใจแคบต้องเป็นโรคกระเพาะ’*
“ฉันไม่ได้ขอให้Oนายมาไถ่โทษสักหน่อย” ปฐพีพึมพำ หยิบซ่อมขึ้นมาจิ้มชิ้นเนื้อเข้าปากเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ใจแคบ”
“หรอครับ? เมื่อวานใครนะที่ทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวฉันเข้าไปทั้งตัวตอนที่ฉันบอกว่ามุมกล้องมันขัดกับโครงสร้างที่นายออกแบบ” เพลิงเลิกคิ้วสูง แกล้งโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะมากขึ้น ระยะห่างที่ลดลงทำให้ปฐพีได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอีกฝ่าย
“ก็เพราะว่านายมันไม่เข้าใจหลักการทางสถาปัตยกรรมยังไงล่ะ โครงสร้างรับน้ำหนักตรงนั้นน่ะ ถ้าวางมุมกล้องแบบที่นายต้องการ มันจะบังทัศนียภาพทั้งหมดที่ฉันตั้งใจออกแบบให้รับกับแสงธรรมชาติ!” ปฐพีเผลอเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเอา Z เกรี้ยวกราดแบบที่เพลิงชอบนักหนา
เพลิงไม่ได้โต้เถียง เขากลับนั่งมองท่าทีฮึดฮัดนั้นด้วยรอยยิ้มละมุนที่หาดูได้ยาก ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่พยายามปั้นปึ่งแต่กลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตาเมื่อได้พูดถึงงานที่รัก สำหรับเพลิงแล้ว ปฐพีเวลาโหมดจริงจังเรื่องงานช่างน่าแกล้งและน่ามองในเวลาเดียวกัน ปากที่มักจะพ่นคำพูดเชือดเฉือนกลายเป็นอาวุธที่ทำร้ายหัวใจเขาได้ง่ายดายเหลือเกิน โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลยว่า ทุกครั้งที่ปฐพีเถียงสู้ด้วยความดื้อรั้น หัวใจของช่างภาพสายลุยคนนี้กระตุกแรงแค่ไหน
“โอเคๆ ยอมแพ้ครับ นายถูกหมดทุกอย่าง นายสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่” เพลิงชูมือสองข้างขึ้นยอมจำนนอย่างรวดเร็ว แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนมุมปาก “แต่เรื่องงานพักไว้ก่อนเถอะน่า วันนี้ฉันพามากินของอร่อย ไม่ได้พามาฟังเลคชันวิชาโครงสร้างตึก”
อาหารมื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางการปะทะฝีปากเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาคู่กัด ไดอะล็อกคมคายถูกโยนเข้าหากันเหมือนการเล่นเทนนิส ปฐพีพบว่าตัวเองเผลอยิ้มออกมาหลายต่อหลายครั้งโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดจากภาระงานมหาศาลค่อยๆ มลายหายไปทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวเริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างน่าประหลาด จนกระทั่งจานอาหารบนโต๊ะถูกเก็บเกลี้ยง เหลือเพียงความเงียบสงบที่เริ่มเข้ามาแทนที่
เพลิงรินไวน์ลงในแก้วของตัวเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับคนตรงข้าม นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีแววหยอกล้อเหมือนเมื่อครู่ มีเพียงความจริงจังที่ทำเอาปฐพีต้องหลบสายตาไปมองทางอื่น
“ขอบใจนะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
ปฐพีชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เรื่องอะไร?”
“เรื่องเมื่อวาน... แล้วก็เรื่องวันนี้ด้วย” เพลิงวางแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ น้ำเสียงจริงจังขึ้นจนปฐพีรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอากาศ “ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นคนปากหมา ชอบพูดจาขวานผ่าซากใส่คนอื่นไปทั่วโดยไม่คิด แต่กับนาย... บางทีฉันก็แค่อยากกวนประสาทให้มันหลุดจากความนิ่งๆ ของนายบ้าง เผื่อว่านายจะรู้สึกว่าโลกใบนี้มันมีสีสันอื่นนอกจากสีเทาของคอนกรีตและแปลนตึก”
หัวใจของปฐพีเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งจังหวะ คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจของคนตรงข้ามทำเอาเขาพูดไม่ออก ปราการน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความวุ่นวายรอบตัวกำลังถูกความร้อนจากสายตาคู่นั้นหลอมละลายอย่างช้าๆ
“นายมัน... เพ้อเจ้อ” ปฐพีพยายามเค้นเสียงพูดออกไปให้ดูแข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อกลับทรยศความตั้งใจนั้นอย่างสิ้นเชิง
เพลิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ปฐพีมากขึ้นจนไหล่แทบจะชิดกัน มือหนายื่นออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ตกลงมาบังใบหน้าของอีกฝ่ายออกให้อย่างเป็นธรรมชาติ
“ปากแข็งจริงนะ ปฐพี...”
เพลิงกระซิบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้าไปใกล้ทีละน้อย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ ปฐพียืนตัวแข็งทื่อ ลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด
ในวินาทีที่ริมฝีปากของเพลิงกำลังจะแตะลงบนแก้วเนียนของคนปากแข็ง บรรยากาศรอบตัวที่กำลังเคลิบเคลิ้มก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งประตูร้านที่ดังลั่น พร้อมกับฝีเท้าหนักๆ และเสียงโวยวายคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามา
“พี่เพลิง! พี่ดิน! อยู่แถวนี้จริงด้วย รินตามหาแทบตาย โปรเจกต์มีปัญหาใหญ่แล้วครับ!”
เพลิงชะงักกึก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขายืดตัวกลับไปนั่งท่าเดิมอย่างจำยอม ขณะที่ปฐพีสะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นยืนถอยหลังกรูดเพื่อสร้างระยะห่าง ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจ
ปฐพีกัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวเมื่อหันไปมองรินที่ยืนหอบแฮกอยู่หน้าร้าน โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเพลิง—รอยยิ้มที่บอกชัดเจนว่า เกมนี้ยังไม่จบลงง่ายๆ แน่นอน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้ingนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 8
คำขอโทษที่ไม่มีคำพูด
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!