เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 7

รอยร้าวที่ไม่ใช่แค่อาคาร

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องนี้ เพลิง!" น้ำเสียงของปฐพีไม่ได้ดัง หากแต่เยียบเย็นและคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อผ้าไหมราคาแพง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แววตาที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งของสถาปนิกหนุ่ม บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนเล็กน้อยตามจังหวะการหายใจที่กระชั้นถี่ เพลิงไหวไหล่เล็กน้อย ชายหนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงกอดอกพิงสะโพกกับขอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ท่าทีสบายๆ ชวนหมั่นไส้ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับบรรยากาศมาคุกรุ่นในห้องทำงานสถาปัตยกรรมสีขาวสะอาดตา "อ้าว พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงล่ะคุณสถาปนิก" เพลิงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวแต่ไร้รอยยิ้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "ผมอุตส่าห์ไปคุยกับเจ้าของโครงการเก่าให้ เพื่อไม่ให้คุณโดนไอ้พวกผู้รับเหมาหน้าเลือดฟ้องร้องจนหมดตัว... นี่คือคำขอบคุณจากคุณเหรอ ปฐพี?" "ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วย!" ปฐพีตวัดเสียงใส่ทันควัน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ "เรื่องนั้นผมจัดการเองได้ ทำไมคุณต้องทำตัวเป็นพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่เรื่อย รู้ไหมว่าการที่คุณเข้าไปก้าวก่ายแบบนั้น มันทำให้แผนทั้งหมดของผมรวนไปหมด!" "แผนเหรอ?" เพลิงผละออกจากขอบหน้าต่าง ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนระยะห่างระหว่างเขากับปฐพีเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาคมก้าวร้าวตวัดมองอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "แผนอะไรของคุณ ปล่อยให้ตัวเองโดนฟ้องล้มละลายหรือไง ถึงจะเรียกว่ารักษาฟอร์มของสถาปนิกชื่อดังได้น่ะ ห๊ะ?" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแต่กลับไม่ได้ยินเลยเมื่อเทียบกับเสียงลมหายใจที่กระชั้นกระชับของคนทั้งคู่ ปฐพีขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Sharp Jawline ที่เด่นชัด เขากำมือแน่นบนโต๊ะจนข้อนิ้วขาวซีด ความโกรธไม่ได้เกิดจากการที่เพลิงเข้ามาสอดมือช่วยแก้ปัญหาเรื่องโครงการก่อสร้างที่กำลังสั่นคลอน แต่มันคือความกลัว... ความกลัวที่ว่าตัวตนด้านที่อ่อนแอและน่าสมเพชของเขา กำลังถูกสายตาคมกริบของช่างภาพคนนี้ล่วงรู้และมองทะลุปรุโปร่ง ปฐพีเกลียดความรู้สึกพึ่งพาผู้อื่น เกลียดการที่ใครสักคนเข้ามาเห็นรอยร้าวในชีวิตที่เขาพยายามสร้างกำแพงหนาเตอะปิดบังไว้ และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดที่คนคนนั้นดันเป็นเพลิง—ผู้ชายปากเก่งที่มักจะทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เข้าใกล้ "คุณไม่เข้าใจอะไรเลย..." ปฐพีลดเสียงลงกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกรอบหน้าของอีกฝ่ายเมื่อระยะห่างลดลงจนแทบชิด "ชีวิตของผม กฎเกณฑ์ของผม มันไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอาความหวังดีจอมปลอมมาโยนทิ้งขว้างแบบนี้ ออกไปจากห้องของผมซะ เพลิง" เพลิงชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า 'ความหวังดีจอมปลอม' รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเจ็บแปลบที่วาบผ่านดวงตาคู่สวย แต่มันถูกกลบเกลื่อนด้วยความดื้อรั้นอย่างรวดเร็ว ช่างภาพหนุ่มหัวเราะฮึในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววท้าทาย "หวังดีจอมปลอมเหรอ?" เพลิงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นเคย "ถ้าผมหวังดีจอมปลอมจริง ผมคงไม่ยืนทนฟังคุณปากจัดใส่แบบนี้หรอก ปฐพี... จำไว้เลยนะ ว่าต่อให้คุณจะผลักไสผมออกไปสักกี่ครั้ง แต่ถ้าคุณยังทำตัวรั้นจนสร้างปัญหาให้ตัวเองอีก ผมก็จะยังคงก้าวก่าย... และจะก้าวก่ายให้หนักกว่าเดิมด้วย!" "คุณ...!" ปฐพีโกรธจนพูดไม่ออก มือเรียวยาวเอื้อมหมายจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกไปให้พ้นรัศมีสายตา แต่เพลิงกลับไวoutไวกว่า คว้าข้อมือทั้งสองข้างของสถาปนิกหนุ่มตรึงไว้กับขอบโต๊ะได้อย่างง่ายดาย ร่างสูงโปร่งก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่สั่นระริกด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย "อย่าดื้อกับผมเลยน่า... ปฐพี คุณก็รู้ว่าคุณชนะผมไม่ได้หรอก" ในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของปฐพีหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ผิวเนื้อที่ถูกพันธนาการไว้ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความดื้อรั้นของเพลิงโอบล้อมเขาไว้จนแทบหายใจไม่ออก สถาปนิกหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่ฉายชัดในแววตา แต่ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ทันเอื้อnคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบที่เปี่ยมด้วยแรงดึงดูดนี้ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นติดๆ กันสามครั้ง ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาอย่างรวดเร็วกว่าที่เจ้าของห้องจะอนุญาต ริน รุ่นน้องร่วมโปรเจกต์ก้าวเข้ามาพร้อมกองเอกสารกองโตในอ้อมแขน ก่อนจะต้องเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะกลืนเอกสารลงไปทั้งแผ่น เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มมาดนิ่งถูกช่างภาพหนุ่มคนดังตรึงไว้กับขอบโต๊ะในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะจินตนาการ "อะ...เอ่อ... ขอโทษครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะ... เอ่อ... คือว่า งานด่วนมาแล้วครับ!" รินละล่ำละลักละสายตาหนีแทบไม่ทัน หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู ปฐพีสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนกระแสไฟฟ้าช็อต เขากระชากข้อมือตัวเองออกจากพันธนาการของเพลิงอย่างแรง ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองขัดผสมความอับอาย ขณะที่เพลิงเพียงแค่ถอยหลังออกไปสองก้าว จัดเสื้อฮู้ดของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าเรียบเฉย ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ปฐพีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิมแม้ว่าหัวใจจะยังเต้นโครมครามอยู่ในอก "มีอะไร ริน?" รินกลืนน้ำน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ส่งเอกสารในมือให้โดยไม่กล้าสบตาใครทั้งสิ้น "คือ... มีคนส่งพัสดุมาที่แผนกครับ... จ่าหน้าถึงคุณปฐพีโดยเฉพาะ และ... และข้างในนั้นมีรูปถ่ายที่คุณไม่อยากเห็นแน่นอนครับ" คำพูดของรินทำให้บรรยากาศในห้องที่เพิ่งจะคลี่คลายกลับมาเย็นเยียบลงอีกครั้งในเสี้ยววินาที ปฐพีขมวดคิ้วมุ่น รับซองเอกสารสีน้ำตาลจากมือรุ่นน้องมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง และเมื่อดึงแผ่นกระดาษภาพถ่ายข้างในออกมา... ดวงตาสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้น ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ภาพถ่ายในมือ ไม่ใช่แปลนอาคาร ไม่ใช่ภาพโครงสร้างที่ผิดพลาด... แต่มันคือภาพถ่ายของปฐพีที่กำลังยืนอยู่หน้าบ้านหลังเก่าเมื่อคืนนี้ โดยมีมุมกล้องแอบถ่ายจากระยะไกล และที่มุมซ้ายล่างของรูป มีข้อความตัวอักษรปริศนาเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า... *‘รู้ดีนักนะ ระวังตัวไว้... คนต่อไปอาจจะไม่ใช่แค่ตึกที่พัง’* ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%