เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 6

ระยะห่างที่เริ่มลดลง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กานตรสของกาแฟดำเย็นเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกฝ้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดในห้องประชุมยามตีสองดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ปฐพีขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงพอจะทำให้คนมองรู้สึกถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบคนนี้ได้เป็นอย่างดี ตรงข้ามกันนั้น เพลิงกำลังนั่งไขว่ห้างโยกเก้าอี้หมุนไปมาอย่างไร้ความกังวล ช่างภาพหนุ่มสายลุยยกย่องมุมปากขึ้นนิด ๆ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความท้าทาย เอกสารสเกตช์แบบแปลนโครงสร้างตึกร้างที่ต้องรีโนเวตถูกกางเกงเกะกะอยู่ตรงกลาง ระหว่างคนสองคนที่นิสัยต่างกันสุดขั้วราวกับขั้วโลกเหนือและเส้นศูนย์สูตร "ถ้าคุณยังดื้อดึงจะเอาผนังปูนเปลือยตรงโซนรับแสงธรรมชาติออก งานภาพถ่ายเซ็ตแรกของผมคงได้จบเห่พอดี สถาปนิกปฐพี" น้ำเสียงกวนประสาทเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เพลิงไม่ได้หลบสายตานิ่งสนิทคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งโน้มตัวเข้าหาโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามมากขึ้น จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ "ถ้าผมไม่รื้อโซนนั้นออก โครงสร้างรับน้ำหนักของอาคารทั้งหลังจะพังลงมาทับคุณตายคาเลนส์กล้องต่างหากล่ะ ช่างภาพเพลิง" ปฐพีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือไปด้วยความดุ "อย่าเอาความคิดสร้างสรรค์แบบไม่ดูตาม้าตาเรือมาพังโปรเจกต์นี้ แค่เรื่องส่วนตัวคุณผมก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว" "เรื่องส่วนตัวอะไรเหรอครับ หรือว่าคุณกำลังคิดเรื่องที่ผมเผลอไปกอดคุณตอนสะดุดบันไดเมื่อวาน?" เพลิงจงใจลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดบนใบหน้าคมคาย ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหูขาวจัดของคนตรงข้ามเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว แม้ปฐพีจะพยายามตีสีหน้านิ่งเฉยกลบเกลื่อนความประหม่าแค่ไหน แต่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นก็ฟ้องทุกอย่าง ปฐพีแค่น "เพ้อเจ้อ ผมแค่รำคาญที่คุณชอบทำตัวนอกกรอบ... และอีกอย่าง เลิกกวนประสาทผมแล้วช่วยดูหน้ารายละเอียดวัสดุตรงนี้สักที เรานั่งแก้กันมาสิบชั่วโมงแล้วนะ" "ก็เพราะมันสิบชั่วโมงแล้วไง ผมถึงเบื่อ" เพลิงถอนหายใจยาว ยอมผละตัวพิงพนักเก้าอี้ตามเดิม แต่สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่ตอนนี้ดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบที่เคยใช้มองผ่านเลนส์กล้องเพื่อจับภาพความงดงาม บัดนี้กำลังบันทึกรายละเอียดทุกอย่างบนใบหน้าของคนปากแข็ง "คุณนี่นะ ปากร้ายใจแข็งเป็นหิน แต่ใต้ตาดำเป็นแพนด้าขนาดนี้ยังจะมานั่งเก๊กใส่ผมอีก" "เรื่องของผม" ปฐพีตอบห้วน ๆ พับหน้าจอแท็บเล็ตเสียงดังสนั่นเพื่อตัดบทสนทนาที่เริ่มจะล้ำเส้นความเป็นมืออาชีพ ทว่าความเหนื่อยล้าสะสมตลอดค่ำคืนทำให้ร่างกายทรยศ ปฐพีเซเล็กน้อยตอนลุกขึ้นยืน มือเรียวต้องคว้าขอบโต๊ะไว้เป็นหลักยึด เพลิงไวกว่า แขนแกร่งยื่นออกไปคว้าข้อศอกของอีกฝ่ายไว้โดยอัตโนมัติ แรงดึงเบา ๆ ทำให้ปฐพีเสียหลักเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของช่างภาพหนุ่มอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นกาแฟลอยเข้าแตะจมูก ปฐพีชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งคู่ปะปนกันในความเงียบสลัวของห้องทำงานยามวิกาล ไม่มีใครขยับตัวหนี สายตาของเพลิงที่ก้มลงมองนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่มักจะถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทางกวน ๆ นั่นคือความรู้สึกที่ปฐพีไม่เคยคิดว่าจะได้รับจากคนปากร้ายขวางโลกแบบนี้ "ปล่อยได้แล้วมั้ง..." ปฐพีพึมพำเสียงเบา หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาร้อนแรงที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเกินความจำเป็น "ไม่ปล่อยหรอก..." เพลิงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งแผ่นหลัง "ถ้าปล่อย... เดี๋ยวคุณก็ล้มตึงคาโต๊ะทำงานผมอีก คนอะไรดื้อชะมัด ปากก็บอกว่าเกลียดผม แต่ตอนนี้นี่... ตัวสั่นเป็นลูกนกเลยนะสถาปนิก" "ใครสั่น!" ปฐพีหันกลับมาตวาดยกใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย ใบหน้าห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ดวงตากลมโตจ้องเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณต่างหากที่ชอบฉวยโอกาส ปล่อยผมเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นผมจะฟ้องรินว่าคุณคุกคามเพื่อนร่วมงาน!" เพลิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวระยับมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยว "ฟ้องเลยสิ เผื่อรินมันจะได้รู้ว่าเจ้านายมันใจอ่อนยวบยาบเวลาอยู่ใกล้ผมแค่ไหน" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของคนทั้งสอง กำแพงความเย็นชาที่ปฐพีสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองค่อย ๆ พังทลายลงทีละน้อยทีละนิดในความเงียบยามดึกนี้ ความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างพยายามปฏิเสธเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางบทสนทนาเชือดเฉือนที่แฝงไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้ง ปฐพีเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือที่ดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าหนาแน่นโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่เราสองคน ทว่า... *ก๊อก ๆ ๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างโปร่งของรินที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อذنญาต มือข้างหนึ่งถือแก้วกาแฟร้อนปรี๊ด สภาพหัวฟูเพราะอดนอนไม่แพ้กัน "พี่ปฐพี! คุณเพลิง! ผมซื้อกาแฟมาเติมค— เฮ้ย! ขอโทษครับ! ผมไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะ!" รินเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า รีบหันหลังกลับปิดตาตัวเองทันทีเมื่อเห็นสภาพเจ้านายกับช่างภาพหนุ่มยืนกอดกันกลมกลืนในระยะประชิด ปฐพีสะดุ้งสุดตัว ผลักเพลิงออกห่างจากตนเองอย่างแรง ใบหน้าขาวจัดแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอายขายหน้า ส่วนเพลิงทำเพียงแค่ถอนหายใจยาวอย่างเสียดาย ยกมือขึ้นเสยผมลวก ๆ พรางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนหน้าแดงที่ตอนนี้ทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%