กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นอายกระดาษฟิล์มเก่าๆ ในห้องมืดหลังสตูดิโอเวลานี้ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่พร้อมจะสปาร์กได้ทุกเมื่อ ปฐพีขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นภายใต้แสงไฟสีแดงสลัว สายตาคมกริบจดจ้องอยู่กับหน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงานของคนเจ้าเล่ห์อย่างไม่วางตา
ภาพที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไม่ใช่ภาพทิวทัศน์เมืองกรุงยามค่ำคืนที่เพลิงมักจะชอบออกไปตระเวนถ่าย ไม่ใช่ภาพสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่สถาปัตยกรรมหนุ่มอย่างเขาคุ้นเคย และไม่ใช่ผลงานศิลปะเชิงนามธรรมที่อีกฝ่ายมักจะอวดอ้างว่ามันลึกซึ้งเกินกว่าคนทั่วไปจะเข้าใจ
แต่มันคือภาพของตัวเขาเอง...
ร่างสูงโปร่งของปฐพีในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก กำลังขมวดคิ้วมุ่นขณะตรวจแบบแปลนในไซต์งาน แสงไฟสีส้มอุ่นจากหลอดไฟชั่วคราวสาดกระทบใบหน้าด้านข้าง ทำให้เห็นเสี้ยวหน้าที่มักจะนิ่งสนิทกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและมีเสน่ห์อย่างประหลาด ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของคนมองเต้นผิดจังหวะไม่ใช่ความเผลอไผลในอิริยาบถนั้น แต่เป็นจำนวนไฟล์ภาพนับร้อยที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบในโฟลเดอร์ที่ซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด... โฟลเดอร์ที่ใช้ชื่อย่อว่า 'P'
"รสนิทธิ์แปลกดีนะ ช่างภาพรางวัลใหญ่อย่างคุณเพลิง ถึงขั้นต้องเปิดแฟ้มสะสมภาพคนหน้าบึ้งไว้ดูเล่นเลยหรือไง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันไม่ได้มีความขบขันเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ปฐพีหันกลับไปมองเจ้าของห้องที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาหยุดยืนพิงกรอบประตู ร่างสูงใหญ่ของเพลิงในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ไหวไหล่เล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมปลาบไหวระริกด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก—ไม่ใช่ความตื่นตระหนก และแน่นอนว่าไม่ใช่ความสำนึกผิด
เพลิงยกกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ แบบที่สถาปนิกหนุ่มเกลียดนักหนา
"ปากจัดเป็นไฟแต่ซื่อบื้อเรื่องคนอื่น ช่างเป็นคุณปฐพีตัวจริงเสียงจริงเลยนะคะ" เพลิงลากเสียงกวนประสาท ยกยิ้มมุมปากแบบที่คนฟังอยากจะซัดสักหมัดให้หายหมั่นไส้ "ใครบอกว่าผมเก็บไว้ดูเล่นล่ะ... ของสะสมมีค่าต่างหาก ใครเขาจะเอาขยะมาใส่ตู้เซฟดิจิทัลไว้กันเล่า"
"เพลิง!" ปฐพีตบโต๊ะเบาๆ อย่างหมดความอดทน ความเย็นชาที่เคยสร้างไว้เป็นเกราะป้องกันพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเจอความหน้ามึนระดับพรีเมียมของอีกฝ่าย "คุณไม่มีสิทธิ์มาแอบถ่ายรูปผมแบบนี้ เป็นโรคจิตหรือไงถึงได้ตามเก็บภาพคนอื่นเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต!"
"โรคจิต?" เพลิงทิ้งแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์ เสียงกระแทกเบาๆ สะท้อนก้องในห้องแคบๆ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มอย่างรวดเร็วจนปฐพีต้องเผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นนิคโคตินจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "ถ้าผมเป็นโรคจิต คุณคงโดนผมจับกินไปนานแล้ว ไม่มานั่งยืนสั่งสอนผมอยู่ตรงนี้หรอก... คุณสถาปนิก"
ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปฐพีเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความท้าทาย ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีแววหยอกล้อเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับลึกล้ำและร้อนรุ่มเสียจนคนถูกมองต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองกรอบหน้าคมคายแทน
"ถอยไป" ปฐพีเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างให้อציออกห่าง แต่เพลิงกลับยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้ ปลายจมูกโด่งแทบจะเฉียดเข้ากับแก้วสากของอีกฝ่าย
"ไม่ถอย... ทำไมล่ะคะ กลัวเหรอ หรือว่ากลัวใจตัวเองที่เห็นรูปพวกนั้นแล้วรู้ว่า... ผมมองคุณยังไง?"
ไดอะล็อกทิ่มแทงใจดำทำเอาปฐพีชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ผิวแก้วทำให้สติที่เคยกระเจิดกระเจิงกลับมายึดโยงอยู่กับความจริงตรงหน้า ใบหน้าที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความโกรธ... แต่มันคือความปั่นป่วนที่เกิดจากความจริงที่ว่า เขารู้ดีว่าสายตาในภาพถ่ายเหล่านั้นมันสะท้อนความรู้สึกแบบไหนออกมา
สายตาของผู้ชายปากร้ายคนนี้... ไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง
"คุณมัน..." ปฐพีเม้มริมฝีปากแน่น ยามที่เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงๆ อีกครั้ง แววตาคมกริบฉายแววหวั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบด้วยความดื้อรั้นตามนิสัย "คนฉวยโอกาส"
"ยอมรับก็ได้ว่าฉวยโอกาส..." เพลิงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนขนลุกซู่ "แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้... คนปากแข็งอย่างคุณคงไม่มีวันยอมเปิดปากพูดความจริงหรอก ว่าไหมคะ... คุณปฐพี"
นิ้วเรียวแข็งแรงของช่างภาพหนุ่มเอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้สถาปนิกหนุ่มเงמוรับสัมผัส ปฐพีหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน จังหวะเวลาในห้องมืดดูเหมือนจะหยุดนิ่งลง ท่ามกลางความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเส้นกั้นบางๆ ระหว่าง 'คู่กัด' กับ 'ความรู้สึกที่เกินเลย' กำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเพลิงจะเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกินต้านทาน เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของรุ่นน้องตัวแสบที่ตะโกนแทรกเข้ามาทันเวลาพอดี
"พี่เพลิง! พี่ปฐพี! แย่แล้วครับ โปรเจกต์พาร์ควิวมีปัญหาใหญ่ ลูกค้าโทรมาโวยวายที่ไซต์งานเพราะแบบโครงสร้างโซนBมีปัญหาด่วนเลย!"
เสียงของรินทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ปฐพีสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นปกติในเสี้ยววินาที ขณะที่เพลิงสบถเบาๆ อย่างหัวเสียที่จังหวะชีวิตช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน
ปฐพีหันกลับมามองหน้าช่างภาพหนุ่มที่กำลังทำหน้าหงุดหงิด ปากหยักสวยเหยียดยิ้มบางๆ ทั้งหมั่นไส้ทั้งโล่งอกในเวลาเดียวกัน
"ดูเหมือนว่าความลับในภาพถ่ายของคุณ จะต้องพักไว้เคลียร์หน้างานก่อนนะคะ... คุณช่างภาพ" ปฐพีทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยาะแบบเหนือกว่าเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตูห้อง
เพลิงมองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายออกไป พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก สายตาคมมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังค้างภาพของสถาปนิกหนุ่มไว้ ก่อนจะกดล็อกหน้าจอแล้วคว้ากล้องคู่ใจเดินตามออกไป
"ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะ... คราวนี้รอดตัวไป แต่เรื่องของเรา ยังอีกยาวไกลนักหรอก"
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 12
ความลับในภาพถ่าย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!