“ถ้าคุณจะจ้องหน้าผมขนาดนี้ ก็ช่วยเก็บมือเก็บไม้ไว้หน่อยไหมครับ? เผื่อมันจะเผลอมาคว้าคอผมเข้าจริงๆ”
น้ำเสียงยียวนของเพลิงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม ปฐพีที่ยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เขายังคงไม่ลดสายตาคมกริบที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ความรู้สึกในอกมันเหมือนก้อนหินที่ถูกโยนลงในบ่อน้ำที่นิ่งสนิท แรงกระเพื่อมของมันเริ่มรุนแรงจนเจ้าตัวไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป
ปฐพีแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มแบบที่ใครเห็นก็รู้ว่าเขากำลังประชดประชัน “ผมไม่ได้อยากคว้าคอคุณหรอกเพลิง แค่กำลังประเมินว่าภายใต้ความกวนประสาทที่คุณพ่นออกมาทุกวันน่ะ มีสมองหรือมีแค่ก้อนอีโก้กันแน่”
“โอ้โห สถาปนิกมาดเนี้ยบปากจัดเหมือนเดิมเลยนะ” เพลิงหัวเราะหึในลำคอ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ จากตัวเพลิงปะทะเข้ากับโสตประสาทของปฐพี มันเป็นกลิ่นที่เขาเริ่มคุ้นเคย และที่น่าตกใจกว่าคือ… เขารู้สึกว่ามันหอมจนน่าหงุดหงิด
ปฐพีขยับตัวถอยหลังนิดๆ ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับขอบโต๊ะทำงานจนไร้ทางถอย “ถอยไป”
“ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ?” เพลิงเลิกคิ้วกวนๆ แต่ในดวงตาคู่สวยกลับมีความวูบไหวบางอย่างที่ทำให้ปฐพีต้องชะงัก “ช่วงนี้คุณดูแปลกไปนะปฐพี เหมือนคนนอนไม่หลับ หรือไม่ก็… กำลังครุ่นคิดอะไรที่มันหาคำตอบไม่ได้”
ปฐพีเกลียดที่อีกฝ่ายอ่านเขาออกราวกับเป็นหนังสืออ่านเล่น เขาเบี่ยงหน้าหนีไปมองกองเอกสารสถาปัตยกรรมบนโต๊ะ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นรัวจังหวะแปลกๆ สงบลงเลย ในหัวของเขาตอนนี้นึกถึงแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นวานที่ร้านอาหาร ตอนที่นิ้วของเพลิงเผลอแตะผ่านหลังมือเขาตอนส่งแก้วน้ำ ความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วไปตามผิวหนังมันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่มันคือคำถามที่เขาพยายามกดมันลงไปใต้จิตสำนึก
เขากำลังสับสน… สับสนว่าไอ้อาการ ‘หงุดหงิดเวลาเห็นคนอื่นเข้าใกล้เพลิง’ หรือ ‘ความรู้สึกกระวนกระวายเมื่ออีกฝ่ายเงียบหายไป’ มันคืออะไรกันแน่
“ผมก็แค่เครียดเรื่องโปรเจกต์ใหม่ ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งหรอกครับ” ปฐพีเอ่ยเสียงเรียบพยายามคุมโทนให้เป็นปกติที่สุด
“จริงเหรอ?” เพลิงขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ปลายจมูกของคนทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงปลายคางของปฐพี “แต่ตาของคุณมันฟ้องนะว่าคุณไม่ได้คิดเรื่องตึก หรือเรื่องงาน… คุณกำลังมองผม เหมือนกับว่าคุณอยากรู้ว่าข้างในหัวผมมีอะไร… หรืออยากรู้ว่าริมฝีปากที่ชอบด่าคุณเนี่ย มันจะรสชาติเป็นยังไง”
คำพูดจาตรงไปตรงมาของเพลิงทำให้ปฐพีหน้าชาไปชั่วขณะ ความร้อนพุ่งขึ้นมาที่ใบหน้าจนเขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น เขาผลักอกอีกฝ่ายออกเบาๆ แต่เพลิงกลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น คราวนี้ไม่มีแววล้อเล่นในสายตา
“ปฐพี… ถ้าคุณไม่ยอมรับความจริง เราสองคนก็คงติดอยู่ในลูปประสาทแดกแบบนี้ไปตลอดชีวิต” เพลิงกระซิบเสียงต่ำ แววตาดื้อรั้นคู่นั้นดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด “คุณชอบขีดเส้นแบ่งทุกอย่างให้เป็นระเบียบ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าความรู้สึกคนมันไม่ใช่แบบแปลนอาคารที่คุณจะสั่งแก้เมื่อไหร่ก็ได้”
ปฐพีนิ่งงันไป หัวใจเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาไม่เคยกลัวอะไรในชีวิตเท่าความรู้สึกของตัวเองที่กำลังจะพังทลายกำแพงที่สร้างไว้มานานหลายปี ปฐพีเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตาอีกคนอย่างตรงไปตรงมา เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกที่จะไม่ใช้ความปากจัดกลบเกลื่อน
“แล้วถ้าผมบอกว่า… ผมไม่อยากให้คุณข้ามเส้นนั้นเข้ามาล่ะเพลิง?”
“งั้นคุณก็ลองผลักผมออกสิ” เพลิงท้าทาย “ถ้าใจคุณไม่ได้คิดอะไรเลย คุณทำมันได้ง่ายนิดเดียว… แต่ดูเหมือนว่ามือของคุณตอนนี้ มันกำลังกำข้อมือผมไว้แน่นกว่าที่ผมจับคุณอีกนะ”
ปฐพีก้มมองมือตัวเองที่เผลอจิกเกร็งลงบนแขนของเพลิงจริงๆ เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าร่างกายของเขาซื่อสัตย์กว่าสมองหลายเท่า เขาหอบหายใจถี่ สายตาเริ่มพร่ามัวไปด้วยความสับสนที่ปะทะกับแรงปรารถนาที่เขาพยายามกดทับ
ในจังหวะที่ปฐพีกำลังจะเอ่ยคำพูดบางอย่างที่อยู่ในใจออกไป ประตูสตูดิโอก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่ให้สัญญาณ รินเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองใหญ่ในมือ แต่พอเห็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติระหว่างคนทั้งสอง เธอก็ชะงักกึกจนของในมือแทบจะร่วงหล่น
“เอ่อ… ขอโทษทีค่ะ คือฉันไม่คิดว่าจะมีคนอยู่… หรือมีอะไรที่… ไม่ควรเห็นอยู่” รินหน้าเจื่อนลงทันที ก่อนจะรีบหันหลังกลับ แต่แล้วเธอก็หยุดชะงักพร้อมกับมองเลยไปทางด้านหลังของปฐพี “เดี๋ยวนะ… พี่ปฐพี พี่ไม่ได้บอกรินนี่คะว่า ‘คนคนนั้น’ จะกลับมาที่นี่วันนี้?”
ปฐพีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาหันกลับไปมองที่ประตูตามสายตาของริน และในวินาทีที่เงาร่างของบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูชัดเจนขึ้น หัวใจของเขาก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ใบหน้าของใครคนหนึ่งที่เขาพยายามลบออกจากความทรงจำมาตลอดหลายปีปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นความเย็นเยียบที่คุ้นเคย
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ… ปฐพี”
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 13
ความสับสนที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!