เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 2

กฎเหล็กกับคนนอกคอก

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขราคาแพงลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานขนาดใหญ่บนชั้นสิบห้า ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ปฐพีในฐานะหัวหน้าสถาปนิกโปรเจกต์นี้กำลังยืนกอดอกจ้องมองเอกสารร่างสัญญาบนโต๊ะไม้สักทองด้วยใบหน้าเรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นหิน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองข้อความทุกบรรทัดด้วยความไม่สบอารมณ์ เขามี “กฎเหล็ก” สามข้อในการทำงานร่วมกับใครก็ตาม หนึ่ง... ห้ามส่งงานช้า สอง... ห้ามทำนอกเหนือจากบรีฟที่ตกลงกันไว้ และสาม... ห้ามแสดงความไร้ระเบียบวินัยในพื้นที่ของเขา แต่ดูเหมือนช่างภาพอินดี้ที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมเมื่อวานนี้ จะตั้งใจเหยียบย่ำกฎเหล็กของเขาทุกข้อตั้งแต่ยังไม่ทันพ้นยี่สิบสี่ชั่วโมงแรกด้วยซ้ำ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่บานไม้สักจะถูกผลักเปิดออกอย่างไม่เกรงใจ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ กับกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ก้าวเข้ามาพร้อมแก้วชานมไข่มุกในมือ ท่าทางสบายอารมณ์นั้นตัดกับบรรยากาศมาคุในห้องอย่างสิ้นเชิง เพลิงยิ้มกริ่ม ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยความท้าทายยามสบเข้ากับดวงตาคมดุที่ตวัดมองมา “เรียกพบผมเหรอครับคุณสถาปนิก... อ้อ เผลอตัวพูดผิด ขอแก้เป็น ‘นะคะ’ ก็ได้ เผื่อคุณจะชอบให้คนพูดจาอ่อนหวานหน่อย” เพลิงลากเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานแล้วหย่อนตัวลงนั่งเองโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังวางแก้วชานมลงบนแปลนสถาปัตยกรรมราคาสูงลิ่วอย่างไร้ความปรานี ปฐพีขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันนูน เขาดึงกระดาษแปลนแผ่นนั้นออกจากรัศมีอันตรายของหยดน้ำแข็งบนแก้วชานมทันที ก่อนจะตบแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น “คุณเพลิง... นี่คือตึกสำนักงานใหญ่ ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายภาพข้างถนนของคุณ” น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เต็มไปด้วยความเยียบเย็นที่ตั้งใจกดอีกฝ่ายให้จมดิน “ในสัญญาข้อสี่ระบุไว้ชัดเจนว่าภาพถ่ายเซ็ตแรกต้องส่งตรวจภายในแปดนาฬิกาของวันนี้ แต่สิ่งที่คุณส่งมาให้ผมเมื่อคืนคืออะไร? รูปตึกที่เอียงกะเท่เร่ ไร้ทิศทางแสง และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีสถาปัตยกรรมโครงสร้างหลักที่ผมต้องการแม้แต่น้อย” เพลิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวต่อรัศมีคุกคามของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกมือขึ้นเท้าคาง นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงเบาๆ อย่างกวนประสาท “เขากลับกันเรียกว่า ‘มุมมองศิลปะ’ ต่างหากล่ะครับ... อุps ขอโทษทีค่ะ พอดีติดปาก” เพลิงแกล้งยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ ดวงตาแพรวพราวทอดมองใบหน้าบึ้งตึงของสถาปนิกหนุ่มด้วยความสนุกสนาน “คุณปฐพีคะ... โลกนี้น่ะ มันไม่ได้มีเส้นตรงกับฉากตั้งฉากสามสิบห้าองศาเสมอไปหรอกนะ ตึกของคุณมันสวยก็จริง แต่มันแข็งทื่อไร้ชีวิตชีวา ถ้าผมไม่ใส่ ‘ความบิดเบี้ยว’ ลงไปในเลนส์บ้าง งานนี้ก็คงเป็นแค่แท่งคอนกรีตน่าเบื่อๆ แท่งหนึ่งที่ไม่ต่างจากตึกอื่นๆ ในกรุงเทพฯ” “ผมไม่ได้จ้างให้คุณมาสร้างงานศิลปะเพ้อเจ้อ!” ปฐพีตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้เอกสารบนโต๊ะปลิวไหว ร่างสูงก้าวอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนค้ำหัวอีกฝ่าย รัศมีความกดดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวแทบจะหลอมละลาย “ผมจ้างคุณมาถ่ายทอด ‘ผลงานการออกแบบ’ ของผมให้มันออกมาสมบูรณ์แบบตามบรีฟ ถ้าคุณทำงานตามสั่งไม่ได้ เชิญไปเซ็นใบลาออกที่แผนกบุคคลตอนนี้เลย ผมไม่เก็บบุคลากรที่ไม่มีวินัยไว้รกหูรกตาหรอกนะ” คำขู่ที่เฉียบคมและเย่อหยิ่งนั้นควรจะทำให้ช่างภาพปากกล้าหุบยิ้มและถอยร่น แต่เพลิงกลับช้อนสายตาขึ้นมอง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยิ่งทวีความกวนประสาทเข้าไปอีก “ไล่ผมออกเหรอคะ? น่าเสียดายจัง... พอดีว่าท่านประธานท่านเพิ่งไลน์มาบอกผมเมื่อเช้านี้เอง ว่าถ้าโปรเจกต์นี้ไม่มีฝีมือการถ่ายภาพแนวสตรีทของผม มันก็คงขายไม่ออก” เพลิงจงใจลากเสียงยาวอย่างเหนือกว่า ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับปฐพีลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นฝนและควันบุหรี่ลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่ม “แล้วอีกอย่างนะคุณสถาปนิก... คนที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังกฎเหล็กหนาเตอะ เพราะกลัวว่าผลงานตัวเองจะมีตำหนิน่ะ ไม่ใช่คนเก่งหรอกค่ะ เขาเรียกว่า ‘คนขี้ขลาด’ ต่างหาก” “คุณว่ายังไงนะ!” ปฐพีโกรธจนเลือดขึ้นหน้า มือหนาเอื้อมไปคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเพลิงเข้ามาประชิดตัวด้วยความลืมตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินเข้าหากัน ความโกรธเกรี้ยวในแว่นตาของปฐพีสะท้อนภาพใบหน้ายิ้มแย้มท้าทายของเพลิงอย่างชัดเจน ไม่มีใครยอมหลบตาใคร บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเดือดดาลเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าประหลาด ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้ปฐพีเพิ่งสังเกตเห็นว่า ดวงตาของช่างภาพคนนี้ไม่ได้มีแค่ความกวนประสาท ทว่าลึกซึ้งและดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด... เหมือนหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกกฎเกณฑ์ที่เขาสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต เพลิงไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้ปฐพีกำปกเสื้อตนไว้ รอยยิ้มกวนๆ ค่อยๆ เลือนหายไปจากริมฝีปาก ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะกับใบหูของอีกฝ่าย เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ถ้าอยากให้ผมทำตามกฎนัก... คุณก็ลองสั่งผมด้วยวิธีอื่นดูสิคะ... เผื่อผมจะยอมฟังขึ้นบ้าง” ปฐพีชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่เป็นจังหวะ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูขาวจัด สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นที่เอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ บนข้อมือของเขาที่กำลังกำปกเสื้ออยู่ ทำให้สถาปนิกหนุ่มถึงกับสมองตื้อตันไปชั่วขณะ มือที่เคยบีบแน่นคลายลงโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ปฐพีจะได้ทันคิดคำพูดใดมาโต้แย้งเพื่อกู้ศักดิ์ศรี เสียงเคาะประตูก็จลังรัวเร็วขึ้น พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท “พี่พี! แย่แล้วครับ! แบบจำลองโมเดลตึกเฟสแรกในห้องประชุมใหญ่ อยู่ๆ ก็...” ริน รุ่นน้องร่วมทีมวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพหัวหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาและถือตัว กำลังยืนประชิดตัวกับช่างภาพปากเก่งในระยะห่างที่ไม่น่าไว้วางใจ ราวกับกำลังจะจูบกันอยู่รอมร่อ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%