เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 1

รอยร้าวในพื้นที่จำกัด

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณคิดว่าเลนส์ตัวละแสนห้าจะทนฝุ่นปูนซีเมนต์ได้ดีพอกับสมองกลวงๆ ของคุณ ก็เชิญปีุญไปยืนถ่ายตรงนั้นเลยครับ" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสเย้ยหยันดังขึ้นในระยะประชิด ทำเอาเพลิงที่กำลังเล็งมุมกล้องผ่านช่องมองภาพถึงกับชะงัก เลนส์เทเลโฟโต้ราคาแพงระยับลดระดับลงช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มคมกริบหันขวับไปมองต้นเสียงทันทีด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวสมอง ให้ตายเถอะ... นี่มันวันแรกของการเข้ามารับงานถ่ายแบบสถาปัตยกรรมโครงการใหญ่ระดับแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาแท้ๆ แต่เขากลับต้องมาเจออีตา 'สถาปนิกเทวดา' ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเยอะและปากจัดเป็นที่หนึ่งตั้งแต่ยังไม่ทันได้หายใจเข้าออกเต็มปอด "นี่คุณ!" เพลิงก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงโปร่งที่อยู่ในชุดสูทลำลองสีเทาเข้มกับหมวกนิรภัยสีขาวสะอาดตา ปฐพี สถาปนิกหนุ่มผู้อยู่เบื้องหลังดีไซน์สะท้านโลกันตร์ของตึกนี้ ไม่ได้สะท้านสะเทือนกับท่าทีเอาเรื่องของช่างภาพหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดจะเรียบเฉยด้วยซ้ำ ยิ่งขับเน้นให้ดวงตาสีสนิมภายใต้กรอบคิ้วหนานั่นดูเย่อหยิ่งและน่าหมั่นไส้เป็นทวีคูณ "หูหนวกหรือไงครับ หรือว่าช่างภาพยุคนี้เขาเน้นใช้สายตาเอียงๆ มองโลก ถึงไม่เห็นป้ายเตือนสีแดงเด่นหรหลาตรงเสานั่น" ปฐพีปรายตามองป้าย 'เขตอันตราย ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต' ที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำ น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่กลับบาดลึกถึงกระดูกดำ "ผมยืนอยู่บนพื้นคอนกรีตที่เทเสร็จแล้ว และผมก็มีสิทธิ์จะเลือกมุมมองที่ดีที่สุดให้กับตึกบ้าๆ ของคุณในแบบที่ผมถนัด ไม่ใช่มาคอยฟังคนเรื่องมากมานั่งชี้นิ้วสั่งเหมือนเด็กอมมือ" เพลิงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาดุดันไม่ยอมแพ้ ร่างเพรียวแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการแบกกล้องลุยมาทั่วสารทิศขยับเข้าไปใกล้เสียจนปฐพีต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ทว่า... รอยยิ้มมุมปากที่ผุดขึ้นมาวับหนึ่งบนใบหน้านิ่งสนิมของปฐพี กลับทำให้เพลิงรู้สึกเหมือนโดนน้ำร้อนลวก "ปากเก่งดีนี่ครับ... หวังว่าฝีมือจะคมคายเหมือนคำพูด ไม่อย่างนั้นภาพเซ็ตแรกของโครงการนี้คงต้องขึ้นป้ายประจานความห่วย แทนที่จะเอาไปโปรโมต" "คุณ!" เพลิงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านเป็นจุล ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอใครหน้าไหนกล้ามาดูถูกฝีมือการถ่ายภาพของเขาตรงๆ แบบนี้มาก่อน ปากจัดระดับนี้จับไปประกวดฝีปากน่าจะได้เหรียญทองโอลิมปิกเสียด้วยซ้ำ บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่คุกรุ่นเสียจนเกือบจะมีประกายไฟแลบออกมาจากปลายนิ้ว หากไม่มีเสียงฝีเท้ากึ่งวิ่งกึ่งเดินของใครคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาเสียก่อน "พี่เพลิง! คุณปฐพี! แย่แล้วครับ..." ริน รุ่นน้องร่วมทีมโปรเจกต์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแทกลางระหว่างสองหนุ่ม มือบางหอบแฟ้มเอกสารแน่น ใบหน้าเหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความร้อนและอาการตื่นตระหนก "เกิดอะไรขึ้นริน?" เพลิงจำต้องละสายตาจากนัยน์ตาคมกริบที่ยังคงมองเขาด้วยแววตาท้าทาย หันไปคว้าแขนรุ่นน้องไว้ "โครงสร้างเหล็กฝั่งทิศเหนือ... ตรงโถงต้อนรับหลัก เกิดการทรุดตัวนิดหน่อยเพราะดินสไลด์จากฝนเมื่อคืนครับ! ตอนนี้วิศวกรกำลังเช็คกันวุ่นวายเลย แล้ว... แล้วท่านประธานกำลังจะมาตรวจไซต์งานกะทันหันด้วย!" คำพูดของรินทำให้ปฐพีขมวดคิ้วมุ่นทันที รอยยิ้มเยาะหยันเมื่อคร่าหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมจริงจังที่แผ่รังสีน่าเกรงขามออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา สถาปนิกหนุ่มไม่รอช้า หมุนตัวก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปยังโซนทิศเหนือทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองช่างภาพปากเก่งอย่างเพลิงอีก เพลิงมองแผ่นหลังกว้างที่เดินผละออกไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งฉุนเฉียว แต่ลึกๆ แล้วปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ท่าทีเด็ดขาดและแผ่นหลังที่แบกรับความรับผิดชอบมหาศาลของคนปากร้ายคนนั้น... กลับมีแรงดึงดูดประหลาดบางอย่างที่ทำให้เขาสลัดตาออกไปไม่ได้ "พี่เพลิงครับ จะยืนเหม่อไม่ได้แล้วนะ ไปดูกันเถอะครับ งานนี้ถ้าพัง เราซวยกันหมดแน่" รินดึงแขนเขาเบาๆ เพลิงพยักหน้ารับ สลัดความขุ่นเคืองทิ้งไปชั่วขณะ ยกกล้องขึ้นคล้องคอแล้วก้าวตามหลังร่างสูงนั้นไปติดๆ โดยไม่รู้เลยว่า เหตุการณ์หลังจากนี้กำลังจะดึงพวกเขาทั้งคู่ให้เข้าไปพัวพันกับบางสิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิกลางไซต์งานก่อสร้างนี้เสียอีก เมื่อเดินเลี้ยวผ่านเสาปูนต้นใหญ่เข้าสู่โถงต้อนรับที่กำลังเป็นปัญหา เพลิงก็ต้องชะงักฝีเท้ากึกเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าเลวร้ายกว่าที่คิด โครงสร้างเหล็กชั่วคราวเอียงลาดลงมาอย่างน่ากลัว และเสียงลั่นของคานเหล็กก็ดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการของคนงาน "ถอยออกไปให้หมด!" ปฐพีตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปดึงคนงานที่กำลังยืนอึ้งใต้คานเหล็กนั้นออกมาได้ทันฉิวเฉียด แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามต่ำของโครงสร้างเหล็กด้านบนก็ดังสนั่นหวั่นไหว น็อตยึดตัวใหญ่หลุดกระเด็นพร้อมกับคานเหล็กขนาดยักษ์ที่กำลังพับตัวร่วงลงมาทับจุดที่ปฐพียืนอยู่! "ระวัง!" เพลิงไม่รู้ว่าร่างกายเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาทิ้งกล้องราคาแพงในมือลงบนพื้นอย่างไร้เยื่อใย แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มเต็มแรง ผลักอีกฝ่ายให้ล้มกลิ้งหลบพ้นรัศมีมรณะไปได้หวุดหวิด ร่างของพวกเขาสองคนไถลไปตามพื้นฝุ่นปูน ก่อนที่เพลิงจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับร่างของปฐพีไว้เพื่อปกป้องจากการร่วงหล่นของเศษปูน ปูนชิ้นใหญ่หล่นกระแทกเข้ากับหัวไหล่ด้านซ้ายของช่างภาพหนุ่มเต็มแรงจนความเจ็บแปล๊บวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความเงียบงันชั่วขณะปกคลุมพื้นที่ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงแรงเต้นของหัวใจ เพลิงกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด แต่เมื่อก้มลงสบตากับดวงตาสคมกริบของปฐพีที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนคาดไม่ถึง คำพูดต่อว่าต่อขานก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ ใบหน้าของพวกเขาระยะห่างแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน ท่ามกลางฝุ่นควันและเศษซากปรักหักพังรอบตัว ปฐพียื่นมือสั่นเทาขึ้นแตะหัวไหล่ที่ชุ่มไปด้วยเลือดซิบของเพลิง ชั่ววินัตินั้น... แววตาดุดันและปากจัดจ้านของสถาปนิกหนุ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นความไหววูบลึกซึ้งที่เพลิงไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณ... บ้าหรือเปล่า?" ปฐพีเค้นเสียงถามลอดไรฟัน น้ำเสียงไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนทุกที แต่มันกลับสั่นพร่าและแหบแห้งจนน่าใจหาย "ถ้าผมไม่บ้า... ป่านนี้คุณคงแบนติดพื้นไปเป็นส่วนหนึ่งของตึกนี้แล้วล่ะครับ..." เพลิงยิ้มหยันทั้งที่เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อในพื้นที่จำกัดที่เต็มไปด้วยรอยร้าวนี้ และก่อนที่ใครจะทันได้พูดอะไรต่อ เสียงตะโกนเรียกชื่อของรินและทีมงานก็ดังลั่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องทะลุกลุ่มฝุ่นควันเข้ามาตรงจุดที่พวกเขาล้มทับกันอยู่! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนแรกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%