“ถ้าคุณคิดจะเอาตู้ปลาขนาดยักษ์มาวางพิงผนังรับน้ำหนักแบบนี้ รื้อโครงสร้างทิ้งแล้วไปสร้างศาลปลาต้มยำหลังบ้านเถอะค่ะคุณเพลิง จะได้ไม่ต้องเสียเวลามาเถียงกับสถาปนิกให้เปลืองน้ำลาย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของปฐพีดังขึ้น ท่ามกลางกระดาษแปลนบ้านขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้สักกลางไซต์งาน กลิ่นสีทาบ้านและฝุ่นปูนคละคลุ้งไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รังสีความหงุดหงิดที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มกำลังทำให้รินที่ยืนถือแท็บเล็ตอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องถอยกรูดไปสามก้าว
เพลิงเงยหน้าขึ้นจากม้วนแบบพิมพ์เขียว นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นกันแดดราคาแพงไหวระริกด้วยความระอาปนท้าทาย รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นไม่ได้ช่วยให้เขาดูเป็นมิตรขึ้นเลยสักนิด มีแต่จะทำให้คนมองอยากกระโดดเข้าไปคว้าคอเสื้อมาเขย่าแรงๆ สักที
“จัดจ้านสมเป็นคุณปฐพีดีนี่ครับ ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ตอนเด็กๆ แม่ให้กินพริกไทยสดแทนข้าวหรอ ถึงได้เผ็ดร้อนไม่เกรงใจใครแบบนี้” เพลิงลอยหน้าลอยตาตอบ พลางใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนแปลนบ้านตรงจุดที่ตนต้องการจะเจาะหน้าต่างบานใหญ่ “ผมเป็นเจ้าของบ้าน เงินก็เงินผม ทำไมผมจะเอาตู้ปลาบิ๊กไซส์มาวางไว้ตรงนี้ไม่ได้ พื้นรับน้ำหนักไม่ไหวก็เสริมคานสิครับ หน้าที่ผมคือจ่ายเงิน หน้าที่ของคุณคือทำตามใจผม... ไม่ใช่มานั่งกอดอกทำหน้ายักษ์ใส่ผมแบบนี้”
“นี่ไม่ใช่บ้านตุ๊กตาที่คุณนึกจะยัดอะไรลงไปก็ได้ตามใจชอบ!” ปฐพีตบโต๊ะเสียงดังสนั่น แผ่นกระดาษแปลนถึงกับกระเพื่อม ดวงตาเรียวรีคมกริบจ้องเขม็งไปยังช่างภาพหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร “ในฐานะสถาปนิก ฉันมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของโครงสร้าง ไม่ใช่ตามเช็ดตามล้างความคิดเพ้อเจ้อของคุณ! อยากได้ตู้ปลาใหญ่เท่ามหาสมุทรแปซิฟิก ทำไมไม่ไปซื้อบ้านริมทะเลล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมาสร้างภาระให้วิศวกรโครงสร้างเขาปวดหัว!”
“อ้าว พูดจาแบบนี้ชักจะเกินไปแล้วนะคุณ” เพลิงยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้ามจนระยะห่างระหว่างเขากับปฐพีลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว สายตาทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ “ผมจ้างคุณมาออกแบบเซฟโซนให้ผม ไม่ได้จ้างมาอบรมมารยาททางสังคม ถ้าโครงสร้างมันยากนัก งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะว่าผมจะทำให้คุณยอมพยักหน้าเซ็นอนุมัติแบบนี้ให้ได้ภายในสามวัน... กล้ารึเปล่าล่ะครับ สถาปนิกมือหนึ่ง”
รินที่ยืนลุ้นอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เคมีระหว่างหัวหน้าทีมสุดเนี๊ยบกับช่างภาพปากกล้าคนนี้ช่างร้อนแรงเสียจนเกรงว่าบ้านหลังนี้อาจจะมอดไหม้เป็นจุลก่อนที่จะสร้างเสร็จเสียด้วยซ้ำ
ปฐพีแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยบูด béd ลงอย่างเห็นได้ชัด เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้เพลิงจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงไออุ่นร้อนและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก ทว่าความโกรธในอกกลับพุ่งสูงปรี๊ดจนไม่ได้สนใจระยะห่างอันตรายนี้เลยแม้แต่น้อย
“สามวันเหรอคะ? อย่าว่าแต่สามวันเลยค่ะคุณเพลิง ต่อให้สามสิบปี ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาตู้ปลาบ้าๆ นี่มาวางขวางทางลม ฉันก็จะไม่มีวันเซ็นให้เด็ดขาด... เชิญเอาเวลาไปจัดมุมถ่ายรูปไร้สาระของตัวเองต่อเถอะค่ะ เลิกมายุ่มย่ามกับงานสถาปัตยกรรมที่อาศัยทั้งความรู้และสามัญสำนึกเสียที!”
เพลิงชะงักไปนิด ไม่ใช่เพราะคำพูดเชือดเฉือนนั้น แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เสียจนเขาสามารถมองเห็นขนตางอนยาวและนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความโกรธได้อย่างชัดเจน ดวงตาคู่นี้... เวลาที่อีกฝ่ายแสดงอารมณ์ดิบๆ ออกมาแบบนี้ มันกลับดึงดูดสายตาของเขาอย่างประหลาด ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่ปากบอกเลยสักนิด
มุมปากของเพลิงกระตุกยิ้มขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาท แต่เป็นรอยยิ้มพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม
“ปากเก่งจังนะครับ... อยากรู้จดเลยว่าถ้าผมทำให้คุณยอมสยบให้แปลนบ้านฉบับนี้ได้ คนปากร้ายอย่างคุณจะยังมีหน้ามาเถียงผมแบบนี้อยู่อีกไหม”
“ฝันไปเถอะค่ะ!” ปฐพีสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่นเซนติเมตรเดียว “คนอย่างปฐพีไม่มีทางก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะคนไม่มีเหตุผลอย่างคุณ!”
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้กันจนหัวใจในอกของทั้งคู่เริ่มเต้นผิดจังหวะ ปฐพีเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าเขากำลังยืนชิดกับอีกฝ่ายมากเกินไป มากจนเกินเส้นเขตปลอดภัยที่ตนเองขีดไว้มานานนับปี ร่างโปร่งขยับตัวจะผถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่า...
เพลิงกลับไวกว่า มือหนาเอื้อมไปคว้าขอบโต๊ะด้านหลังของปฐพีไว้ทันที คล้ายกับการกักตัวอีกฝ่ายให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ ดวงตาคมกริบก้มมองริมฝีปากที่ยังคงขยับต่อว่าเขาไม่หยุดด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นอย่างกะทันหัน ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความดุดันและประกายความปรารถนาบางอย่างที่สั่นไหวอยู่ก้นบึ้งของนัยน์ตา
“คุณ... ทำบ้าอะไร ถอยไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ปฐพีเสียงสะดุดไปเล็กน้อย หัวใจเริ่มเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
“ไม่ได้บ้าสักหน่อยครับ...” เพลิงโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “ผมแค่กำลังคิดว่า... ระหว่างตู้ปลากับปากจัดๆ ของคุณเนี่ย อันไหนมันจะทำให้ผมรู้สึกท้าทายกว่ากันนะ”
“ไอ้...!”
คำด่าทอทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระจกหนาพร้อมกับเสียงใสๆ ของรินก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
“เอ่อ... พี่ปฐพีคะ คุณเพลิงคะ คือว่า... มีแขกไม่ได้รับเชิญมาค่ะ”
ปฐพีสะดุ้งสุดตัว ผลักอกเพลิงออกอย่างแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว สถาปนิกหนุ่มรีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนความเขินอายที่ซ่อนไว้ไม่มิด เขาหันไปถลึงตาใส่เพลิงอีกทีก่อนจะหันไปมองทางประตู
และภาพที่ปรากฏตรงหน้า... ก็ทำให้รอยยิ้มเยาะของเพลิงหุบลงฉับพลัน พร้อมๆ กับแววตาของปฐพีที่ฉายแววความเย็นชาขึ้นมาทันที เมื่อร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาในไซต์งาน พร้อมกับรอยยิ้มเยเย้ยที่ส่งตรงมายังพวกเขา
“สวัสดีค่ะคุณปฐพี... ไม่คิดเลยนะคะว่าจะได้เจอสถาปนิกคนเก่งที่นี่”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกไม้ไผ่" ในตอนนี้ Nะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 3
ดวลฝีปากหน้าแปลนบ้าน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!