กองแบบแปลนกระดาษไขขนาดเอ A1 ที่แผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่แทบจะไม่มีพื้นที่ว่างเหลือให้หายใจ พอๆ กับบรรยากาศในห้องทำงานสถาปัตยกรรมของปฐพีที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มือเปล่าตัดขาดได้ สถาปัตยกรรมหนุ่มมาดนิ่งกำลังขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวเคาะปากกาลงกับขอบโต๊ะเป็นจังหวะกระชั้นรัว แสดงถึงความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่าย
“ถ้าแก้ตรงนี้อีกรอบ คานรับน้ำหนักมันจะเกินลิมิตโครงสร้างนะริน” ปฐพีเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความเฉียบขาดจนคนฟังต้องลอบกลืนน้ำลาย
“แต่ทางฝั่งออร์แกไนเซอร์เขาอยากได้เพดานโปร่งโล่งแบบไม่มีเสากลางนี่คะพี่ดิน ถ้าไม่แก้ตรงนี้ ทีมจัดไฟจะเอาโครงสร้างที่ไหนแขวนล่ะคะ” รินส่งเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมกับทำหน้าขอความเห็นใจ แต่ยังไม่ทันที่ปฐพีจะได้อ้าปากตอกกลับด้วยเหตุผลเชิงวิศวกรรม ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยไม่เคาะสักแอะ
ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกก้าวเข้ามาอย่างไร้ความเกรงกลัวใคร เพลิงถือแก้วกาแฟเย็นในมือ ใบหน้าหล่อเหลาติดจะกวนประสาทปรากฏรอยยิ้มมุมปากนิดๆ ตามสไตล์ช่างภาพมือหนึ่งที่ชอบทำตัวเหนือกว่ากฎระเบียบของโลกใบนี้เสมอ
“เถียงกันเรื่องโครงสร้างอีกแล้วเหรอ สถาปนิกหน้ายักษ์” เสียงทุ้มติดจะแหบต่ำเอ่ยแซوทันทีที่หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีน้ำตาลฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ
ปฐพีเงยหน้าขึ้นจากกองแบบแปลน ดวงตาสนิทคมกริบมองผู้บุกรุกด้วยแววตาตำหนิ “ถ้าว่างมากจนไม่มีงานทำ ช่วยกรุณาเดินออกไปทางเดิมแล้วปิดประตูให้สนิทด้วยครับ เพลิง”
“อุ๊ย ใช้คำว่า ‘ครับ’ ด้วย น่ารักตายล่ะ” เพลิงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายกแก้วกาแฟขึ้นดูดเบาๆ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กึก’ จนปฐพีต้องนิ่วหน้า “ฉันไม่ได้ว่าง แต่ผู้จัดงานเขาฝากฉันมาบอกว่า ถ้าแกยังดื้อดึงจะเอาเสากลางไว้อย่างนั้น งานอีเวนต์เปิดตัวสินค้าชิ้นโบแดงของแก คงได้กลายเป็นโศกนาฏกรรมตึกถล่มคาเลนส์กล้องฉันแน่ๆ”
“มันไม่ถล่มหรอก ถ้าพวกคุณไม่อัดคนเข้าไปเกินพิกัดที่คำนวณไว้” ปฐพีสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉือดเฉือนชนิดที่ไม่ต้องใช้คำหยาบก็ทำให้อีกฝ่ายเจ็บจี๊ดได้ “แล้วก็ช่วยกรุณาจำไว้ด้วยว่านี่คือหน้างานของฉัน ไม่ใช่สตูดิโอถ่ายแบบแฟชั่นที่แกจะมาเดินลอยชายตามใจชอบ”
“ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะดิน” เพลิงไม่โกรธสักนิด ซ้ำร้ายรอยยิ้มกวนๆ นั้นยังกว้างขึ้นกว่าเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่าย จนปฐพีต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติเพื่อรักษาระยะห่าง “สงสัยต้องหาอะไรมาปิดปากดุๆ นี่สักหน่อยแล้วล่ะมั้ง”
“ถอยไปเพลิง แกเริ่มล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ” ปฐพีตวัดสายตาคมกริบใส่ แต่เพลิงกลับโน้มตัวลงมาใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะเอาไว้ กักตัวสถาปัตยกรรมหนุ่มให้อยู่ในวงแขนโดยปริยาย รินที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบแกล้งยกมือขึ้นปิดตาแล้วหมุนตัวเดินถอยฉากออกไปนอกห้องอย่างรู้จังหวะทันที ทิ้งให้สองหนุ่มเผชิญหน้ากันในระยะประชิด
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน
“ล้ำเส้นตรงไหน ฉันก็ยืนอยู่บนพื้นห้องปกติ” เพลิงเลิกคิ้วท้าทาย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าบึ้งตึงของคนตรงหน้าอย่างนึกสนุก “แปลกแฮะ หน้าตาบึ้งตึงแบบนี้ แต่มองนานๆ แล้วมันก็เพลินดีเหมือนกันนะ ปฐพี… นายเคยยิ้มให้ใครนอกจากแบบแปลนบ้านบ้างไหมวะเนี่ย”
“เรื่องของฉัน ถอยออกไป” ปฐพีพยายามดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่เพลิงกลับยิ่งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสถาปัตยกรรมหนุ่มเผลอกลั้นหายใจ
“ถ้าไม่ถอย นายจะทำไม จะฟ้องศาล หรือจะปรับเงินฉันฐานบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวล่ะหื้ม?” เพลิงกระเซ้าเสียงพร่า แววตาพราวระยับเต็มไปด้วยความท้าทาย
ปฐพีเม้มปากแน่น ความถือดีและมาดนิ่งที่สั่งสมมานานเริ่มสั่นคลอน เขาเกลียดท่าทางย่ามใจนี่ชะมัด เกลียดรอยยิ้มที่เหมือนรู้ทันทุกอย่างนั่นด้วย แต่ในวินาทีที่กำลังจะอ้าปากพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบนเสื้อเชิ้ตของช่างภาพตัวแสบ กระดุมเม็ดบนสุดหลุดลุ่ยจนเห็นไหปลาร้าชัดเจน แถมยังมีคราบสีอะคริลิกสีฟ้าเปื้อนอยู่ตรงปกเสื้อด้านหลังอย่างน่าขัน
ภาพนั้นมันช่างขัดกับลุคช่างภาพมาดเซอร์ผู้แสนจะมั่นใจในตัวเองเสียเหลือเกิน
ปฐพีที่ปกติเคร่งขรึมและเก๊กขึมมาตลอดชีวิต พยายามกลั้นสุดชีวิตแล้วแต่มันไม่ไหวจริงๆ
“อุ… พรวด!”
เสียงหลุดขำเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอของสถาปัตยกรรมหนุ่มอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างกายที่เคยเกร็งขึงผ่อนคลายลงชั่วขณะ ดวงตาที่เคยคมปลาบฉายแววขบขันระAิดขึ้นอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มที่หาดูยากยิ่งกว่าฝนตกฤดูร้อนค่อยๆ คลี่ออกที่มุมปาก ก่อนจะลามไปถึงดวงตาคู่สวยที่พราวระยับด้วยความสะใจ
เพลิงชะงักกึก สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา ช่างภาพหนุ่มยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาบให้เป็นหิน สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อเห็นคนปากร้ายตรงหน้ากำลังหัวเราะใส่ตนเองเป็นครั้งแรกในรอบปีที่รู้จักกัน
นี่มัน… ภาพหายากยิ่งกว่าดาวหางฮัลเลย์เสียอีก!
“นี่นาย… หัวเราะฉันเหรอปฐพี?” เพลิงกระพริบตาปริบๆ ความดุดันละลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความงุนงงระคนทึ่งที่ปิดไม่มิด
“ฮ… หึ ใครหัวเราะ แกตาฝาดไปแล้วเพลิง” ปฐพีรีบหุบยิ้มฉับพลัน ดึงใบหน้ากลับมานิ่งสนิทเหมือนเดิมอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาฟอร์ม แต่รอยแดงเรื่อที่ลามขึ้นมาถึงใบหูนั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
“ตาฝาดบ้าอะไร ฉันเห็นเต็มสองตาเมื่อกี้ นายยิ้ม… แถมยังหัวเราะออกมาซะเสียงดังด้วย” เพลิงผละตัวออกมายืนตรง แววตาเป็นประกายวิบวับราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งค้นพบของเล่นชิ้นโปรด รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างเปิดเผย “ให้ตายเถอะดิน… รู้ตัวไหมว่าเวลานายยิ้มน่ะ มัน… โคตรอันตรายต่อหัวใจคนมองเลยว่ะ”
ปฐพีใจกระตุกวูบ สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาตีรวนในอกจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองกองแบบแปลนบนโต๊ะแทน “เพ้อเจ้ออะไรของแก ออกไปจากห้องฉันได้แล้วไป!”
“ไม่ 岂 จะออกง่ายๆ ได้ยังไง ในเมื่อฉันเพิ่งค้นพบความลับสุดยอดของสถาปัตยกรรมหน้าตายคนนี้” เพลิงโน้มตัวลงมาอีกครั้ง กระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดจนร้อนผ่าว “บอกเคล็ดลับหน่อยสิ ว่าต้องทำยังไง นายถึงจะยอมหัวแบบนี้ให้ฉันดูอีกรอบ หื้ม?”
หัวใจของปฐพีเต้นรัวผิดจังหวะ ภายใต้ความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ลมหายใจกั้นกลาง และก่อนที่ปฐพีจะทันได้หาคำพูดคมคายมาโต้กลับเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งพร้อมเสียงใสแจ๋วของรินที่ร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก
“พี่ดินคะ! แย่แล้วค่ะ ทีมงานข้างนอกกำลังจะตีกันเรื่องจุดตั้งบูธ—อุ๊ย! ขอโทษค่ะ นึกว่าอยู่กันคนละมุมห้อง!”
ปฐพีสะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกเพลิงให้ออกห่างทันทีอย่างแรงจนร่างโปร่งเซถอยหลังไปสองก้าว สถาปัตยกรรมหนุ่มหน้าแดงก่ำ หันไปถลึงใส่รินที่ยกมือขึ้นปิดตาแล้วทำท่าจะเดินถอยหลังกลับออกไป ทว่ายังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ เพลิงก็ยื่นมือคว้าข้อมือของปฐพีเอาไว้แน่นรวบเดียว ดึงร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวอีกครั้งด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ฉาบอยู่บนใบหน้า
“เดี๋ยวสิริน… ยังคุยกันไม่จบเลย” เพลิงหันไปบอกรุ่นน้องตัวแสบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตากลับจ้องมองคนในกำมือไม่วางตา “ส่วนนาย…” ช่างภาพหนุ่มก้มลงกระซิบข้างหูปฐพีด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว “คืนนี้อย่าเพิ่งกลับบ้านนะ… เรายังมีเรื่อง ‘รอยยิ้ม’ ของนายที่ต้องเคลียร์กันยาวๆ”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอกไม้ไผ่" เสมอมานะคะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 15
รอยยิ้มที่หาดูยาก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!