“ปล่อยค่ะพี่เพลิง… เลิกเล่นอะไรเป็นเด็กๆ สักที”
เสียงทุ้มต่ำที่พยายามดัดให้ราบเรียบที่สุดดังขึ้น ท่าaningทางขัดขืนไม่ได้ทำให้คนตัวสูงกว่าสะเทือนแม้แต่น้อย กลับกัน เพลิงยิ่งกระชับวงแขนที่โอบรอบเอวสอบของปฐพีให้แน่นขึ้นไปอีก จนแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มแนบชิดกับอกแกร่ง ความอุ่นร้อนจากร่างกายอีกฝ่ายซึมผ่านเนื้อผ้าลินินบางเบาเข้ามา จนปฐพีเผลอกลั้นหายใจ
กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้หอมและนิโคตินจางๆ ที่คุ้นเคย ลอยวนอยู่รอบปลายจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของปฐพีตื่นตัวอย่างน่าหงุดหงิด
“ใครเล่น?” เพลิงเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่คนมองอยากจะคว้าค้อนปอนด์มาทุบให้รู้แล้วรู้รอด “ฉันจริงจังทุกคำ… โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่า นายยังเคลียร์ไม่จบ”
ปลายนิ้วแข็งแรงไล้เบาๆ บริเวณกรอบหน้าของคนปากแข็ง ปฐพีเบี่ยงหน้าหนีตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าปลายคางกลับถูกปลายนิ้วอุ่นล็อกไว้ให้หันกลับมาสบตา ปลายจมูกของคนทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนปฐพีสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดพวงแก้ม
“คุณมัน…” ปฐพีเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพะว้าพะวังระคนหงุดหงิด ปากร้ายๆ ที่มักใช้ต่อปากต่อคำกับคนอื่นกลับถูกความใกล้ชิดนี้ล็อกกุญแจไว้จนสนิท “ชอบฉวยโอกาส”
“เรียกว่าทวงสิทธิ์ต่างหาก” ช่างภาพหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า “รอยยิ้มเมื่อกี้ตอนที่นายยืนคุยกับโปรเจกต์แมเนเจอร์คนนั้น… ฉันเก็บภาพไว้หมดแล้วนะปฐพี อยากดูไหมล่ะ ว่ามันต่างจากเวลาที่นายมองฉันลับฟ้าขนาดไหน”
“พี่เพลิง!”
ปฐพีหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้คาหนังคาเขา รอยยิ้มจางๆ ที่เขาเผลอหลุดออกไปตอนที่คุยงานเรื่องโครงสร้างตึกกับลูกค้ารายใหญ่เมื่อครู่ ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะแอบมองอยู่ตลอด แถมยังเอามาใช้เป็นข้อต่อรองหน้าด้านๆ แบบนี้อีก!
“หูแดงอีกแล้วนะเรา…” เพลิงหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างใบหู จนปฐพีรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง ขนลุกซู่ไปทั้งร่างอย่างห้ามไม่อยู่
บรรยากาศในสตูดิโอมืดสลัวยามค่ำคืนราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงแสงไฟสตูสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาทาบทับร่างของคนทั้งคู่ให้ยิ่งดูแนบชิด ราวกับแรงดึงดูดประหลาดกำลังบีบให้ช่องว่างระหว่างพวกเขาลดลงเรื่อยๆ หัวใจของปฐพีเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมันเข้าสักวัน
เพลิงโน้มใบหน้าลงมาช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังรอคอยพิพากษา ปฐพีหลับตาลงครึ่งหนึ่ง ลมหายใจสะดุดกักขณะที่หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองเพล
*ก๊อก… ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกหนาสตูดิโอดังขึ้นติดๆ กันสามครั้ง ทำลายความเงียบงันและบรรยากาศสีชมพูละมุนที่กำลังจะกลายเป็นสีร้อนแรงลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี
เพลิงชะงักกึก ลมหายใจที่กำลังจะผสานเข้าหากันสะดุดก้อนใหญ่ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดพุ่งพล่านจนแทบจะเผาประตูให้เป็นจุล ช่างภาพหนุ่มจิ๊ปากอย่างขัดใจ ก่อนจะค่อยๆ ผละออกจากร่างของสถาปนิกหนุ่มอย่างจำใจ
ปฐพีหอบหายใจเบาๆ รีบยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อเรียกสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ความโล่งอกและเสียดายเล็กน้อยผสมปนเปกันจนบอกไม่ถูก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนรอดพ้นจากปากเหยือกปากเสือมาได้หวุดหวิด
“ใครวะ…” เพลิงพึมพำลอดไรฟันด้วยความหัวเสีย เดินสาวเท้าก้าวใหญ่ๆ ตรงไปยังประตูกระจกหนาสตูดิโอ พร้อมกระชากเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ที่ยังค้างคา “ถ้าไม่มีธุระด่วนคอขาดบาดตาย นายโดนแน่—”
คำพูดที่เหลือกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อเพลิงกวาดสายตาไปยังผู้มาเยือนยามวิกาล
ปฐพีที่ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่ด้านหลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของช่างภาพหนุ่มนิ่งค้างไปในท่าทางที่ไม่ได้เจอมานาน—ท่าทีของการเผชิญหน้ากับ ‘สิ่งที่ไม่คาดฝัน’
ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปกำลังยืนพิงกรอบประตูกระจก รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เพลิงนั้นช่างดูเยือกเย็นและคุ้นตาเสียจนน่าประหลาดใจ เส้นผมสีเข้มเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแบบหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ดวงตาสีอ่อนคู่นั้นกวาดมองข้ามไหล่ของเพลิงเข้ามาด้านใน ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของปฐพีที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
“ไม่คิดเลยนะ ว่าช่างภาพอินดี้อย่างนาย จะยังใช้เวลาดึกดื่นอยู่ในที่แบบนี้กับคนอื่น…”
น้ำเสียงนุ่มทุมแต่เจือความเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับที่ผู้มาเยือนก้าวล้ำเข้ามาในสตูดิโอโดยไม่รอคำอนุญาตแม้แต่น้อย ปฐพีเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อสมองประมวลผลทันทีว่าใบหน้านี้เป็นใคร—บุคคลที่เพลิงไม่เคยอยากเอ่ยถึง และเป็นชื่อที่ถูกเก็บกวาดลงใต้พรมไปนานนับปี
‘กรภัทร์’ อดีตคู่แข่งคนสำคัญในวงการภาพยนตร์โฆษณา และเป็นคนที่เคยเกือบทำให้สตูดิโอของเพลิงพังไม่เป็นท่าเมื่ออดีต
เพลิงขยับตัวก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนขวางระหว่างกรภัทร์กับปฐพีไว้ทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ แววตาที่มองผู้มาเยือนไร้ซึ่งไมตรีจิตใดๆ ทั้งสิ้น
“ที่นี่พื้นที่ส่วนตัว… นายมีสิทธิ์อะไรมารlุก l้ำเข้ามา?” เพลิงเอ่ยเสียงต่ำ ร้ายกาจและเฉียบคมยิ่งกว่ามีดโกน
กรภัทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ไม่สะทกสะท้านกับสายตาดุร้ายที่อีกฝ่ายส่งให้แม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะเบนสายตาผ่านไหล่กว้างของเพลิง ตรงมาสบตากับปฐพีที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก
“สวัสดีครับคุณปฐพี… ผมรบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่า พอดีผมมี ‘ข้อเสนอ’ บางอย่างที่คิดว่าคุณน่าจะสนใจ… และคิดว่าคุณเพลิงเองก็คงอยากจะฟังด้วยเหมือนกัน”
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชอบความระอุและปมใหม่ที่เข้ามาปั่นป่วนหัวใจของสองหนุ่มกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก•ตอนที่ 16
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับสายลุยที่ขวางโลก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!