"ถ้าคุณคินน์ยังตีเส้นตารางชีวิตใส่สมองผมอีกรอบ ผมจะเอาปากกาเมจิกไปเขียนคิ้วให้คุณตอนหลับจริงๆ ด้วยนะครับ"
เสียงหัวเราะคิกคักที่เจือความกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับร่างบางของลดาที่ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟาหนังสีชาตัวโปรด ท่าทางสบายเนื้อสบายตัวนั้นช่างขัดหูขัดตาสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัยอย่างคินน์เสียเหลือเกิน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สำรวจความพินาศย่อมๆ บนโต๊ะรับแขก แก้วกาแฟที่ยังมีคราบวงกลมหลงเหลืออยู่ กองกระดาษร่างบทละครที่ถูกขยำทิ้งอย่างไร้ความปรานี และเสื้อฮู้ดตัวโคร่งที่ถูกพาดไว้บนพนักพิงแบบลวกๆ
คินน์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลมหายใจอุ่นๆ สะท้อนความเหนื่อยหน่ายที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวานซืน เขาขยับกรอบแว่นเล็กน้อย เดินเข้าไปยืนค้ำหัวคนที่กำลังเคี้ยวขนมกรุบกรอบเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"นี่มันคอนโดผม ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะคุณลดา" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือความดุ "แล้วก็กรุณาลุกขึ้นไปเก็บกองกระดาษพวกนั้นลงถังขยะให้เรียบร้อยด้วย มันขัดตาผมจนไม่อาจตั้งสมาธิทำงานได้"
ลดาหันมามองเจ้าของบ้านหน้าตาเฉย เธอยันตัวขึ้นนั่งช้าๆ ก่อนจะเอียงคอมองเขาด้วยสายตากรุ้มกริ่มราวกับแมวขี้อ้อนที่เตรียมจะสร้างวีรกรรมแสบสัน
"โห... คุณคินน์ขา จะอะไรกันนักกันหนาคะ เอ้ย! ครับ! พูดผิด..." ลดาชะงักไปนิดเมื่อเห็นคิ้วของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นข้างหนึ่ง เธอยิ้มแห้งแล้วแก้ตัวเสียงใส "เรียบร้อยในแบบของคุณกับเรียบร้อยในแบบของผมมันไม่เหมือนกันนี่นา สำหรับผมน่ะ ความรกคือศิลปะ ความยุ่งเหยิงคือแรงบันดาลใจ คุณจะให้ผมมานั่งสุนทรีย์ในห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ ที่ไร้ชีวิตชีวาแบบนี้เหรอครับ ไม่มีทางหรอก"
"ศิลปะบ้าบออะไร..." คินน์พึมพำในลำคอ เขาย่อตัวลงหยิบกระดาษแผ่นที่ยับยู่ยี่ขึ้นมา คลี่มันออกเบาๆ ด้วยความเคยชินของคนรักความสะอาด ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นลายมือหวัดๆ แต่เต็มไปด้วยประโยคสนทนาที่เฉียบคมและทรงพลัง "เอ่อ... นี่คุณเขียนบทตอนนี้เองเหรอ"
ลดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสนุกสนานเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืนมาจากมือของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไป
"อ๊ะๆ ห้ามอ่านก่อนฉายจริงครับ มันยังไม่สมบูรณ์... ว่าแต่ เมื่อกี้บอกว่าอะไรนะ ขัดตาเหรอครับ? งั้นเรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า เพื่อความสงบสุขของโลกใบนี้และกระเป๋าเงินของคุณที่อาจจะต้องเสียค่าจ้างแม่บ้านแพงๆ"
ลดาดีתดนิ้วเสียงดัง พร้อมกับชูนิ้วขึ้นมาทีละนิ้วด้วยท่าทางจริงจังแบบปลอมๆ
"ฟังให้ดีนะครับ นี่คือ 'กฎเหล็ก 5 ข้อของสถาปนิก' ฉบับลดาผู้รักอิสระ!"
คินน์กอดอก มองการแสดงออกของคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหมั่นไส้และความเอ็นดูที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"ว่ามา..." เขาอนุญาตสั้นๆ
"ข้อที่หนึ่ง!" ลดาชูนิ้วชี้ขึ้น "ห้ามบ่นเรื่องกองหนังสือหรือกระดาษบนโต๊ะทำงานของผม เพราะมันคือสมรภูมิรบทางปัญญา ห้ามแตะต้องเด็ดขาดถ้าผมไม่อนุญาต"
คินน์พ่นลมหายใจทางจมูก "ผ่าน... แต่รกหูรกตาเป็นบ้า"
"ข้อที่สอง!" ลดาชูนิ้วกลางตามมา "แก้วกาแฟทุกใบที่ผมใช้ จะต้องถูกวางไว้บนที่รองแก้ว... แต่อาจจะเลยเวลาเก็บไปสักสามวัน คินน์ห้ามหงุดหงิดใส่เด็ดขาด"
"อันนี้เริ่มเข้าข่ายก่ออาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมแล้วนะครับคุณลดา" คินน์ขมวดคิ้วมุ่น
"ข้อที่สาม!" ลดาทำเป็นไม่ได้ยินคำท้วงติง "ห้ามปิดเพลงเวลาที่ผมกำลังเขียนบท เพราะความเงียบมันทำให้ผมประสาทกิน และข้อที่สี่... ห้ามจัดรองเท้าของผมใหม่ เพราะผมมีระบบการหาของที่ซับซ้อนกว่าผังเมืองที่คุณออกแบบซะอีก!"
คินน์มองคนตรงหน้าที่ไล่เรียงกฎเกณฑ์ด้วยความมั่นอกมั่นใจ รอยยิ้มบางๆ ที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวหลุดออกมาที่มุมปาก บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดด้วยเส้นตารางชีวิตของเขากลับผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ความอบอุ่นแปลกประหลาดเริ่มแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่เขาเคยคิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว จนกระทั่ง...
"แล้วข้อสุดท้ายล่ะ?" คินน์ถามต่อ น้ำเสียงทุ้มนุ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ลดากะพริบตาปริบๆ รอยยิ้มทะเล้นเมื่อครู่จางหายไปแทนที่ด้วยความลังเลชั่วขณะ เธอกลืนน้ำลายลงคออึกหนึ่ง ก่อนจะชูนิ้วสุดท้ายขึ้นช้าๆ
"ข้อที่ห้า..." เสียงของเธอบาเบาลง "ห้าม... ห้ามทำให้ผมรู้สึกว่า... เซฟโซนของผมมันไม่ใช่ที่นี่"
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเงียบลงทันที มีเพียงเสียงแอร์ที่ทำงานเบาๆ คินน์ชะงักไป ดวงตาคมกريบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ที่ไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นหลงเหลืออยู่เลย หัวใจของสถาปนิกผู้กลัวการเปลี่ยนแปลงกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้งในจังหวะที่คาดไม่ถึง
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรทำลายความเงียบ เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น "ติ๊งหน่อง!" ทำลายบรรยากาศซึ้งๆ ลงอย่างไม่ไว้หน้า
ลดา สะดุ้งโหยด หันไปมองที่ประตูด้วยความตกใจ ขณะที่คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อดูว่าใครมารบกวนในเวลาแบบนี้
ทว่า... ภาพที่ปรากฏบนจอกลับทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของคินน์ตึงเครียดขึ้นในทันที
ร่างสูงโปรดของธันวา ผู้กำกับหนุ่มจอมกะล่อน กำลังยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าประตู พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ และที่สำคัญ... หมอนั่นกำลังโบกมือทักทายกล้องราวกับเป็นเจ้าของห้องตัวจริง
"อ้าว คินน์! เปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ พอดีผมมารับยัยลดาไปกินข้าว... เอ๊ะ หรือว่าพวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่หรือเปล่าเอ่ย?" เสียงกวนประสาทของธันวาผ่านลำโพงเข้ามา ทำให้ลดาที่เดินตามมาข้างหลังถึงกับหน้าซีดเผือก
คินน์หันกลับมามองลดาช้าๆ แววตาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาขึ้นมาทันที บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เพื่อนสนิท... ของคุณสินะครับ?" คินน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเยือกเย็นเสียจนลดาต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมติดกับดักความปั่นป่วนครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 5 ข้อของสถาปนิก
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!