เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่•ตอนที่ 3

กาแฟหกกับความพังพินาศ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณขยับอีกเซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมบนโต๊ะทำงานของผมแล้วนะครับ คุณลดา" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรฟันของคินน์ ไม่ได้ทำให้คนที่นั่งยองๆ อยู่กับพื้นรู้สึกเกรงกลัวเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น ลดาในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงเลย์เซอร์มือสอง กลับเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มแห้งๆ ที่เต็มไปด้วยความผิดร้อยแปดเปอร์เซ็นต์ให้เขา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนสถานการณ์ "โถ่ คุณคินน์คะ... เอ๊ย! คุณคินน์ครับ! อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนอยากจะจับผมหั่นศพแล้วเอาไปฝังใต้คอนกรีตสิครับ คนเรามันก็ต้องมีพลาดกันได้บ้างน่า กาแฟแก้วเดียวเอง เดี๋ยวผมเอาทิชชูมาเช็ดให้สะอาดเอี่ยมเลยเอ้า" "กาแฟแก้วเดียวที่คุณพูดถึงเนมันคือ 'อเมริกาโน่เย็นไม่หวาน' ที่ราดลงบนแบบแปลนโครงการมิกซ์ยูส มูลค่าสبرสล้านบาท ที่ผมต้องส่งให้กรรมการบริษัทพรุ่งนี้เช้าครับคุณลดา!" คินน์แทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบเป็นชีวิตจิตใจ ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวยาว ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองคราบสีดำสนิทที่กำลังซึมซาบลงบนกระดาษไขราคาแพงอย่างช้าๆ เหมือนภาพสלோว์โมชั่นที่จงใจกลั่นแกล้งกัน เหตุการณ์เมื่อห้านาทีก่อนมันเริ่มต้นจากความซุ่มซ่ามระดับตำนานของลดา นักเขียนบทละครอินดี้ที่ถูกยัดเยียดให้มาใช้พื้นที่ทำงานร่วมกันในสตูดิโอห้องกระจกแห่งนี้ เพราะความรกเรื้อและนิสัยชอบวางของไม่เป็นที่ ทำให้ข้อศอกเจ้ากรรมไปปัดโดนแก้วกาแฟสแตนเลสจนคว่ำสนิท และผลลัพธ์ก็คือมหกรรมความพังพินาศที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้านี้ "โอ๊ะ! ตายจริง... มันซึมลงไปข้างล่างแล้วอ่ะคุณคินน์" ลดาอุทานเสียงหลง รีบคว้ากระดาษทิชชูบนโต๊ะมาซับแบบสเปะสปะ จนยิ่งทำให้คราบกาแฟกระจายวงกว้างขึ้นไปอีก "หยุด! หยุดเลยครับคุณลดา! ยิ่งคุณเช็ด มันยิ่งแย่ลงนะนั่น!" คินน์พุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ทันท่วงที แรงกระชากเบาๆ ทำให้ลดาที่นั่งอยู่บนพื้นเสียหลักเซถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกของเขาอย่างจัง กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าและกลิ่นสบู่อ่อนๆ ลอยเข้าจมูกของคินน์ชั่วขณะ สถาปนิกหนุ่มชะงักไป ดวงตาคมก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้ใบหน้าอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ลดาเองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณปลายคาง ทำให้บรรยากาศในห้องที่เคยตึงเครียดด้วยความโมโห กลับแปลเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าประหลาด หัวใจเจ้ากรรมของคินน์เต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย "เอ่อ... คือ..." ลดาพยายามจะผละออก แต่ติดที่มือหนาของคินน์ยังคงกุมข้อมือเธอไว้โดยไม่รู้ตัว ใบเนียนใสขึ้นสีเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "ปล่อยผมก่อนก็ได้นะครับคุณคินน์ มือคุณหนักเป็นบ้าเลย เจ็บนะเนี่ย" คินน์รีบปล่อยมือราวกับโดนของร้อน เขากระแอมไอเบาๆ เพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมกับถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง "ผม... ขอโทษครับ พอดีมันรีบ" "ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจว่าคุณกลัวแบบแปลนลูกรักพัง" ลดาค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืนปัดกิ๊กกั๊กตามเสื้อผ้า เธอแอบชำเลืองมองสีหน้าของอีกฝ่ายที่ยังคงบึ้งตึงอยู่ "แต่เอาจริงๆ นะคุณคินน์ การที่คุณทำหน้าเครียดเป็นตูดแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยให้กาแฟบนกระดาษระเหยหายไปได้หรอกนะ" "แล้วคุณมีทางแก้ไหมล่ะครับ นอกจากมายืนกวนประสาทผมอยู่แบบนี้" คินน์ถามสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตากลับมีความอ่อนล้าฉายชัดออกมาอย่างปิดไม่มิด ลดาหุบยิ้มกวนๆ ลงทันทีเมื่อเห็นสายตาคู่นั้น เธอมองสำรวจใบหน้าด้านข้างของคินน์ ที่ถึงแม้จะดูหงุดหงิดแต่ก็มีความรับผิดชอบสูงจนน่าเห็นใจ ในฐานะคนเขียนบทละครที่ต้องแก้ต้นฉบับกะทันหันอยู่บ่อยครั้ง ลดาเข้าใจดีว่าความรู้สึก 'พังทลายในพริบตา' มันเป็นอย่างไร "มีสครับ..." ลดาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย เธอเดินอ้อมไปหยิบกระดาษไขอีกแผ่นที่วางอยู่มุมโต๊ะ "ถึงแบบแปลนนี้จะเปียก แต่โครงสร้างหลักมันอยู่ในไฟล์คอมพิวเตอร์ไม่ใช่เหรอครับ? คุณแค่พิมพ์ออกมาชudใหม่ แล้วส่วนที่เปียก... เดี๋ยวผมช่วยคุณวาดมือเก็บรายละเอียดเส้นพวกนี้ใหม่ให้ เอาไหมล่ะ?" คินน์เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ "คุณวาดรูปสถาปัตยกรรมเป็นด้วยเหรอครับ?" "อย่าดูถูกเด็กนิเทศศาสตร์เอกการละครและการออกแบบฉากนะคุณคินน์ สมัยเรียนผมได้เกรดเอวิชาดรออิ้งนะเว้ย ถึงลายเส้นผมจะไม่เนี๊ยบเท่าไม้บรรทัดเหล็กของคุณ แต่รับรองว่าเนียนจนกรรมการจับไม่ได้แน่ๆ" ลดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ คินน์มองรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจนั้น ความรู้สึกหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในอก เขาไม่เคยยอมให้ใครเข้ามาแตะต้องงานออกแบบของตัวเองเลยสักครั้ง เพราะความสมบูรณ์แบบคือสิ่งเดียวที่เขาเชื่อใจ แต่กับคนๆ นี้... คนที่เพิ่งทำกาแฟหกใส่ผลงานนับล้าน กลับทำให้เขารู้สึกว่า 'ความผิดพลาด' ครั้งนี้ไม่ได้แย่ขนาดนั้น "ถ้างานออกมาเละ... ผมจะหักค่าขนมคุณ" คินน์พูดติดตลก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน "โห คุณคินน์ ใจร้ายจัง! ผมมาช่วยแก้ปัญหานะเนี่ย!" ลดาทำหน้ามุ่ย แต่ก็ยอมเดินไปหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดของคินน์มาถือไว้ "เอ้า นั่งลงครับคุณสถาปนิกจอมเนี๊ยบ เดี๋ยวผมจะแสดงฝีมือให้ดูว่านักเขียนบทละครอินดี้คนนี้ไม่ได้มีดีแค่พังของชาวบ้าน" บรรยากาศในห้องทำงานสี่เหลี่ยมแคบๆ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความเงียบขัดแย้ง กลายมาเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ และบทสนทนาโต้ตอบกันไปมาอย่างออกรส คินน์พบว่าการมีใครสักคนมานั่งอยู่ข้างๆ คอยส่งปากกาให้ และบ่นกระปอดกระแปดเวลาวาดเส้นผิด มันไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่เขาเคยคิดไว้เลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้ห้องทำงานที่เคยเงียบเหงาจนน่าอึดอัด มีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนเข็มนาฬิกาบอกเวลาตีสอง ทั้งสองคนนั่งเคียงข้างกันอยู่บนพื้นพรมหน้าโต๊ะทำงาน กองกระดาษร่างแบบกระจัดกระจายเต็มพื้น แต่ผลงานบนโต๊ะกลับเสร็จสมบูรณ์ทันเวลาพอดี "เสร็จสักที..."ลดาทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาไปกับพื้นพรมอย่างหมดสภาพ แขนขาแยกออกจากกันด้วยความเหนื่อยล้า "ผมจะจำไปจนวันตายเลยว่า อย่ากินกาแฟใกล้โต๊ะคุณคินน์" คินน์หันไปมองร่างบางที่นอนหอบหายใจอยู่ข้างๆ เขาอมยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงนอนตะแคงหันหน้าไปมองเธอ ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออก "ขอบคุณนะครับ... คุณลดา" เสียงทุ้มเอמהแผ่วเบาในความเงียบ ลดาหันมาสบตา ประกายตาคู่สวยสะท้อนแสงไฟสลัวในห้อง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อเห็นรอยยิ้มที่แทบไม่เคยปรากฏบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจเสียจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความเขินอากร "เอ่อ... ไม่เป็นไรครับ งานแค่นี้เอง..." ลดาพึมพำตอบเสียงเบา เธอยกมือถือขึ้นมาตั้งใจจะเปิดดูข้อความแก้เขิน แต่จังหวะนั้นเอง หน้าจอกลับสว่างวาบขึ้นด้วยการแจ้งเตือนข้อความแชตจากใครบางคนที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในเวลานี้ [ธันวา]: "ดึกป่านนี้ยังไม่นอนอีกเหรอครับคนสวย พรุ่งนี้อย่าลืมโปรเจกต์ที่เราคุยกันนะ ถ้าเปลี่ยนใจมาอยู่ทีมผม ผมพร้อมจ่ายให้คุณเป็นสองเท่าเลยนะลดา" คินน์ที่เหลือบไปเห็นข้อความนั้นโดยบังเอิญ รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา ความเย็นชาแบบฉบับสถาปนิกหนุ่มกลับมาเยือนทันที ลดารีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์มือถือทันทีด้วยความตกใจ เธอลุกขึ้นนั่งพรวดพราด หันไปมองหน้าคินน์ที่มีสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาอีกครั้ง "เอ่อ... มันไม่ใช่..." ยังไม่ทันที่ลดาจะได้อธิบายอะไร เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หลังกระจก พร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ คินน์หรี่ตามองร่างนั้นผ่านกระจกใส ก่อนจะหันมามองหน้าลดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ดูท่าทาง... ค่ำคืนอันแสนสงบของคุณกับผม จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะซะแล้วล่ะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมติดกับดักความปั่นป่วนครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมไม่ใช่ที่นี่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%