วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน•ตอนที่ 27

วิศวะผู้โชคร้าย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าแกยังเลือกเส้นทางที่ไร้อนาคตแบบนี้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นลูกชายคนโตของตระกูลวรโชติเมธีอีกเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของบิดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันเสียจนเกือบหายใจไม่ออก แฟ้มเอกสารบริษัทออกแบบชื่อดังถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักตัวหรูจนเกิดเสียงดังสนั่น ธันวานั่งหลังตรง ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววทะเล้นเวลาอยู่กับรินรดากลับนิ่งสนิท ราวกับรูปปั้นที่ไร้ชีวิต เขาไม่ได้ตอบโต้ ไม่ใช่เพราะยอมจำนน แต่เพราะรู้ดีว่าทุกคำพูดที่เอ่ยออกไปในตอนนี้ จะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่เผาผลาญความอดทนสุดท้ายระหว่างเขากับพ่อจนมอดไหม้ “พ่อจะให้ผมทำอะไรครับ?” ธันวาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย “เรียนต่อโทด้านบริหารที่อเมริกาเดือนหน้า ตัดขาดจากพวกเพื่อนฝูงเล่นสนุกไร้สาระนั่นให้หมด รวมถึง… ผู้หญิงคนนั้นด้วย” ธันวาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาที่เปื้อนคราบจาระบีจางๆ จากการซ่อมรถเมื่อช่วงเช้ากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ภายใต้เสื้อช็อปวิศวะสีเลือดหมูที่ดูเหมือนจะเป็นอาภรณ์ชิ้นเดียวที่เขารู้สึกว่าเป็น ‘ตัวเขา’ มากที่สุดในตอนนี้ มันคือความภูมิใจที่พ่อไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง “รินไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ เธอเป็นหมอที่รักษาคน ส่วนพ่อ… พ่อรักษาแค่ผลกำไร” *เพล้ง!* แก้วกาแฟบนโต๊ะถูกปัดตกแตกละเอียด เศษกระเบื้องคมกริบกระเด็นบาดเฉียดแขนของธันวาจนเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งในอากาศกลับให้ความรู้สึกขมปร่าไปถึงข้างในอก “แกมันก็แค่วิศวะฝึกหัดที่เพ้อฝัน! ความรักมันกินไม่ได้หรอกธันวา และถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันสั่ง แกก็เตรียมตัวเป็นคนไร้บ้านได้เลย เพราะฉันจะตัดชื่อแกออกจากกองมรดกทุกอย่างที่แกเคยภาคภูมิใจ!” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงของเขาสูสีกับบิดา แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม เขาไม่ใช่คนหัวอ่อน แต่การเผชิญหน้ากับสายเลือดเดียวกันมันคือสงครามที่ไม่มีวันชนะ “ถ้ามรดกนั่นต้องแลกด้วยการที่ผมต้องทิ้งความฝัน และทิ้งผู้หญิงที่เป็นหัวใจของผม… พ่อก็เอาไปเถอะครับ” เขาก้าวเดินออกมาจากห้องทำงานของพ่อด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง บรรยากาศภายในบ้านตระกูลใหญ่ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับยิ่งเย็นยะเยือกเสียจนน่าสะพรึงกลัว ธันวาคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์คันเก่งแล้วบิดออกไปอย่างไร้จุดหมาย ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาดั่งฟ้าดินกำลังซ้ำเติมความโชคร้ายของเขา เขาไม่ได้มุ่งหน้ากลับหอพัก แต่เขากลับขับรถมาหยุดที่หน้าโรงพยาบาลที่รินรดาฝึกงานอยู่ แสงไฟจากหน้าต่างตึกผู้ป่วยในยามดึกสะท้อนอยู่ในดวงตาที่เหนื่อยล้าของเขา รินรดาในชุดกาวน์สะอาดตาเดินออกมาจากประตูโรงพยาบาลด้วยใบหน้าอิดโรย เธอดูเหมือนนางฟ้าที่เขาไม่คู่ควรในยามที่เขากลายเป็นคนล้มเหลวในสายตาครอบครัว “ธันวา! ทำไมมาอยู่ที่นี่คะ?” รินรดารีบวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นสภาพเปียกปอนและแววตาที่แตกสลายของชายหนุ่ม เธอหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับหยดน้ำที่เกาะบนใบหน้าเขาอย่างทะนุถนอม ธันวาคว้ามือเรียวเล็กของเธอมากุมไว้แน่น อุณหภูมิจากฝ่ามือของเธอคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขายังมีลมหายใจ “ริน… ถ้าวันหนึ่งผมไม่มีอะไรเลย ไม่มีบ้าน ไม่มีเงิน ไม่มีชื่อเสียง… รินจะยังอยู่ข้างผมไหม?” คำถามนั้นหลุดออกมาแผ่วเบา แต่สั่นเครือจนรินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง “ทำไมถามแบบนั้นล่ะคะ?” “ตอบผมสิริน… ถ้าผมเลือกทางเดินที่พ่อผมเกลียดที่สุด ผมอาจจะกลายเป็นคนที่พ่อทอดทิ้งจริงๆ” รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอรู้ดีว่าครอบครัวของธันวากดดันเขาหนักแค่ไหน และเธอก็รู้ดีว่าเธอเองก็อยู่ภายใต้เงาของตระกูลแพทย์เช่นกัน “ต่อให้โลกทั้งใบหันหลังให้คุณ แต่ถ้ามือคุณยังกุมมือฉันไว้… ฉันจะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนค่ะ” คำพูดของรินรดาทำให้ก้อนความทุกข์ในใจของธันวาคลายลงเล็กน้อย แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะโผเข้ากอดเธอ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นในกระเป๋ากางเกงก็ทำลายบรรยากาศลงอย่างสิ้นเชิง ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นบนหน้าจอ แต่เนื้อหาของมันทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ *‘ยินดีด้วยนะธันวา ที่เธอทำลายความเชื่อใจของพ่อได้สมบูรณ์แบบ แต่อย่าลืมสิว่าคนอย่างหมอพายไม่ได้ต้องการแค่ความเหมาะสม... แต่เขาต้องการทุกอย่างที่เป็นของเธอ แม้กระทั่งรินรดา’* ธันวาชะงัก ร่างกายแข็งทื่อเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นรถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของหมอพายที่นั่งอยู่ตรงเบาะหลัง ข้างๆ เขานั้นคือชายชุดดำที่ดูเหมือนการ์ดส่วนตัวของตระกูลวรโชติเมธี รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอหันไปมองตามสายตาของธันวา แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยถามอะไร รถคันนั้นก็ขับเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งไว้เพียงไอเสียจางๆ และความรู้สึกหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นราวกับคลื่นใต้น้ำที่กำลังจะพัดพาชีวิตของพวกเขาทั้งสองไปสู่จุดเปลี่ยนที่ไม่มีวันย้อนกลับ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 27 นะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจสัญญาว่าจะเขียนบทต่อไปให้หัวใจของรี้ดเต้นไม่เป็นจังหวะเลยค่ะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะคลั่งรัก (ฉบับร่างแบบ) กับคุณหมอฝึกหัดหัวใจละมุน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%